โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สิงหาคม ชี้ชะตา 3 คดี ‘ชินวัตร’ คลิปเสียงนายกฯ-ปมชั้น 14 และมาตรา 112

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 03.30 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 03.30 น.

คอลัมน์ : Politics policy people forum

อาจกล่าวได้ว่าการเมืองเดือนสิงหาคม 2567 หรือ สิงหาคม 2568 มีความร้อนแรงไม่ต่างกัน

เพราะการเมืองเดือนสิงหาคมปี 2567 ที่มี “เศรษฐา ทวีสิน” เป็นนายกรัฐมนตรี กำลังอยู่ในช่วงลุ้นระทึกคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญที่กลุ่ม 40 สว.ยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ 15 พฤษภาคม 2567 ตามมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

ซึ่งต่อมานำมาสู่ จุดเปลี่ยนอีกครั้ง ในประวัติศาสตร์ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งถอดถอน “เศรษฐา” ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนนำมาสู่การเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี ตั้งรัฐบาลใหม่เป็นรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร

ก่อนหน้านั้นไม่นาน พรรคก้าวไกล ที่สู้คดียุบพรรค อันเป็นผลพวงจากการที่ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการใช้นโยบายหาเสียงแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นการกระทำล้มล้างการปกครอง ซึ่งนำมาสู่การถูกยื่นยุบพรรค เนื่องจากกระทำการล้มล้างการปกครองฯ และกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 (พ.ร.ป.พรรคการเมือง) มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) (2)

ผลจากคำตัดสินยุบพรรคก้าวไกลของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ กรรมการบริหารพรรค 11 คน ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี แต่พรรคกำเนิดใหม่เป็นพรรคประชาชน มี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรค

สิงหา พิพากษา อิ๊งค์

ในปี 2568 แม้ขณะนี้ยังไม่เข้าสู่เดือนสิงหาคม แต่ก็เห็นร่องรอยแห่งคดีที่มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดจุดเปลี่ยน ทางการเมืองในเดือนสิงหาคม อย่างน้อย 3 คดี

คดีที่หนึ่ง คดีที่สมาชิกวุฒิสภา 36 คน ได้เข้าชื่อยื่นคำร้อง หลังจากมี คลิปเสียงการสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เผยแพร่เมื่อ 18 มิถุนายน 2568 โดยประธานวุฒิสภาส่งคำร้องให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ ตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5)

ต่อมา 1 กรกฎาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9 ต่อ 0 รับคำร้อง และมีมติ 7 ต่อ 2 สั่งให้ “แพทองธาร” หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาด พร้อมกับให้ “แพทองธาร” ส่งคำชี้แจงภายใน 15 วัน

หลังครบ 15 วัน “แพทองธาร” ได้ขอขยายเวลาชี้แจง 23 กรกฎาคม นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติขยายระยะเวลาชี้แจงให้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมทำถ้อยแถลง ส่วนพยานหลักฐานไม่มียื่นเพิ่มเติม

หลายวงสนทนาการเมืองประเมินตรงกันว่า เดือนสิงหาคมศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ไม่ว่าผลบวก หรือผลลบ ย่อมมีผลต่อการเมืองไทยในวันข้างหน้า

คดีชั้น 14 ทักษิณระทึก

คดีที่สอง เป็นคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งไต่สวนโดยเหตุ ความปรากฏ โดยตั้งองค์คณะ 5 คน เพื่อไต่สวนการบังคับโทษจำคุกแก่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งเป็นนักโทษเด็ดขาดชาย (น.ช.) โดยเขาถูกส่งตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ไปเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ชั้น 14 โดยไม่ได้กลับเข้าไปอยู่ในเรือนจำ พร้อมกับมีคำสั่งออกหมายเรียกพยาน 20 ปากมาไต่สวน โดยนัดไต่สวนทั้งหมด 6 นัด

โดยฝ่าย “ทักษิณ” ได้ยื่นพยาน 1 ปาก คือ “วิษณุ เครืองาม” อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าไต่สวนในวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 หลังจากนั้น คาดว่าศาลจะนัดวันพิพากษา

หากมองในทางลบ ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่า “ทักษิณ” ที่ได้รับหมายจำคุกโดยศาลให้เรือนจำ แต่ปรากฏข้อเท็จจริงไม่อยู่ในเรือนจำก็ต้องกลับมาบังคับโทษในเรือนจำ ส่วน ผบ.เรือนจำ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ รวมถึงแพทย์ที่รับรอง สุ่มเสี่ยงที่จะเข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งต้องส่งต่อให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณา แต่หากผลเป็นบวก มีการพิสูจน์ได้ว่าที่อนุญาตให้อดีตนายกฯ อยู่ชั้น 14 เพราะป่วยจนสถานพยาบาลเรือนจำไม่สามารถรักษาได้ ทุกอย่างก็จะจบ

ลุ้นคดี 112

คดีที่สาม ศาลอาญา นัดสืบพยานจำเลยนัดแรกคดีหมายเลขดำ อ.1860/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีนายทักษิณได้ให้สัมภาษณ์สื่อทีวีต่างประเทศของเกาหลีใต้ พาดพิงดูหมิ่นสถาบัน เมื่อปี 2558

“ทักษิณ” นำพยานเข้าสืบ 3 ปาก ได้แก่ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี, นายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม, นายทักษิณ ชินวัตร จำเลยในคดีนี้

ทีมทนายยื่นคำแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีในวันที่ 22 สิงหาคม 256

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความอดีตนายกฯ ระบุว่า พยาน 2 รายสำคัญ คือ นายวิษณุ และนายธงทอง ให้การถึงช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งทางการเมือง และเจตนาของนายทักษิณในการให้สัมภาษณ์ ซึ่งสะท้อนถึงความจงรักภักดีต่อสถาบัน

ทักษิณ มั่นใจว่า “เดี๋ยววันที่ 22 สิงหาคมนี้ คดีมาตรา 112 ก็จบแล้ว”

“หากคดีจบแล้ว ผมจะเดินทางไปเจอกับเพื่อนคนหนึ่งที่เคยขออนุญาตศาลไปเมื่อครั้งที่แล้ว แต่ศาลไม่อนุญาต เพื่อพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับการลงทุน โดยเฉพาะหลายเรื่องที่เมื่อเรามีโครงการขนาดใหญ่แล้วนำเงินต่างประเทศมาลงทุน แล้วไม่ให้เป็นภาระกับประชาชนผู้ใช้บริการในโอกาสต่อไปมากนัก ตนคิดว่าเม็ดเงินเหล่านี้จะมากระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น กำลังซื้อคนไทยก็จะดีขึ้น”

3 คดี ทั้งคลิปเสียง คดีมาตรา 112 คดีชั้น 14 คำพิพากษาชี้ชะตาตระกูลชินวัตร และพรรคเพื่อไทย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สิงหาคม ชี้ชะตา 3 คดี ‘ชินวัตร’ คลิปเสียงนายกฯ-ปมชั้น 14 และมาตรา 112

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...