โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

SOCIETY: นานาชาติมีถ้อยแถลงต่อสถานการณ์ ระหว่างไทย-กัมพูชาอย่างไรบ้าง? หลังเหตุปะทะของวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

BrandThink

เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 14.22 น.

สถานการณ์การปะทะตามแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 กลายเป็นเรื่องที่นานาชาติจับตามองและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อความมั่นคงและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

ต่อเรื่องนี้เราจึงอยากชวนมาสำรวจท่าทีและถ้อยแถลงของประเทศต่างๆ ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นอกเหนือจากไทยและกัมพูชา เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองและแนวทางของนานาชาติในการจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

🇺🇸[สหรัฐอเมริกา]

สำนักงานโฆษกของกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้มีแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 (ตามเวลาประเทศไทย) ระบุว่า

“สหรัฐอเมริกามีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับรายงานการต่อสู้ที่ทวีความรุนแรงขึ้นตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เรารู้สึกตกใจเป็นอย่างมากกับรายงานถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับพลเรือนผู้บริสุทธิ์

“เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียชีวิต เราเรียกร้องอย่างจริงจังให้ยุติการโจมตีโดยทันที ปกป้องพลเรือน และระงับข้อพิพาทด้วยสันติวิธี”

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ได้แจ้งต่อพลเมืองสหรัฐฯ ที่อาศัยหรือเดินทางใกล้บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานความมั่นคงของไทย และติดต่อสอบถามข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานราชการในพื้นที่

🇨🇳[จีน]

มีรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศของจีนถึงการแถลงข่าวและตอบคำถามสื่อของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ‘กัว เจียคุน’ (Guo Jiakun) เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ในประเด็นระหว่างไทย-กัมพูชา โดยการตั้งคำถามของสำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters)

กัวระบุว่า “ไทยและกัมพูชาต่างก็เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับจีน และเป็นสมาชิกที่สำคัญของอาเซียน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติและการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างเหมาะสม เป็นผลประโยชน์พื้นฐานและยั่งยืนของทั้งสองฝ่าย

“จีนมีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาและปรึกษาหารืออย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมและความห่วงใยของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค

“จีนยึดมั่นในจุดยืนที่เป็นธรรมและเป็นกลาง พร้อมทั้งดำเนินการส่งเสริมการพูดคุยเพื่อสันติภาพตามแนวทางของเรา และจะมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการคลี่คลายสถานการณ์ต่อไป”

🇷🇺[รัสเซีย]

สื่อรัสเซียมีรายงานถึงการแถลงของมาเรีย ซาคาโรวา (Maria Zakharova) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

เธอกล่าวว่า “ฝ่ายรัสเซียแสดงความห่วงกังวลต่อการยกระดับความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้น พร้อมทั้งเร่งให้เกิดการเจรจา เพื่อแก้ไขความเห็นต่างระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างสันติ

“ข้อพิพาทเรื่องพรมแดนจำนวนมากทั่วโลกเป็นมรดกที่ตกทอดมาจากนโยบายล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก

“เรามีเชื่อว่า ในบริบทของสถานการณ์ที่กำลังถดถอยลงโดยรวมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การแสวงหาแนวทางในการแก้ไขข้อพิพาทที่มีอยู่ ด้วยจิตวิญญาณแห่งเอกภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันซึ่งเป็นหัวใจของอาเซียน ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง”

🇲🇾[มาเลเซีย]

สื่อมาเลเซียรายงานถึงการให้สัมภาษณ์ของอันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียนคนปัจจุบันต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุม Asean Semiconductor Summit 2025 ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

อันวาร์ได้แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งในวันดังกล่าวอันวาร์ได้ส่งข้อความเพื่อพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีของสองประเทศ ทั้งภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีไทย และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

โดยระบุว่า “อย่างน้อยที่สุด สิ่งที่เราคาดหวังได้ คือการที่ทั้งสองฝ่ายจะยุติปฏิบัติการ และหวังว่าจะเข้าสู่กระบวนการเจรจา เพราะสันติภาพคือทางเลือกเดียวที่เป็นไปได้”

ต่อมาในเวลาประมาณ 21.30 น. อันวาร์ได้ระบุความคืบหน้าในการพูดทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศผ่านเฟซบุ๊กว่า “ในการพูดคุยครั้งนี้ ในนามของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนประจำปี 2025 ผมได้ร้องขอโดยตรงต่อผู้นำทั้งสองให้มีการหยุดยิงโดยทันที เพื่อป้องกันมิให้สถานการณ์ย่ำแย่ลง และเปิดพื้นที่สำหรับการเจรจาโดยสันติและการแก้ไขปัญหาทางการทูต

“ผมมีความยินดีต่อสัญญาณเชิงบวกและความเต็มใจของทั้งกรุงเทพฯ และพนมเปญ ที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการเดินหน้าไปสู่แนวทางนี้ มาเลเซียพร้อมให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในกระบวนการดังกล่าวด้วยจิตวิญญาณและความรับผิดชอบร่วมกันของอาเซียน

“ผมเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าจุดแข็งของอาเซียนอยู่ที่ความเป็นหนึ่งเดียว และสันติภาพต้องเป็นทางเลือกที่เราทุกคนยึดมั่นร่วมกันเสมอ”

🇫🇷[ฝรั่งเศส]

สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยได้เผยแพร่ ‘แถลงการณ์กระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศ สาธารณรัฐฝรั่งเศส เกี่ยวกับเหตุปะทะบริเวณชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย’ ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

โดยรุะบุว่า “ฝรั่งเศสขอแสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุปะทะบริเวณชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต

“ฝรั่งเศสขอเรียกร้องให้กัมพูชาและไทยยุติการปะทะโดยทันที และยึดหลักสันติวิธีในการแก้ไขข้อพิพาทตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

“ทั้งนี้ ฝรั่งเศสขอแนะนำให้พลเมืองฝรั่งเศสหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนดังกล่าว สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอยู่แล้ว ขอให้เดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด และสามารถแจ้งข้อมูลติดต่อของตนต่อสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสได้”

🇯🇵[ญี่ปุ่น]

กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น ได้เผยแพร่แถลงการณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิวายะ ทาเคชิ (Iwaya Takeshi) ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

โดยรุะบุว่า “รัฐบาลญี่ปุ่นขอแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการปะทะทางทหารที่เกิดขึ้นระหว่างกัมพูชาและไทยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม

“หลังจากการปะทะทางทหารเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศยังคงดำเนินต่อไป รวมถึงการจำกัดการเคลื่อนย้ายผู้คนและสินค้าข้ามพรมแดน ญี่ปุ่นได้พยายามส่งเสริมให้ทั้งสองประเทศลดความตึงเครียดลง

“ความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัมพูชาและไทยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ญี่ปุ่นเรียกร้องให้ทั้งกัมพูชาและไทยใช้ความอดกลั้นอย่างที่สุด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความตึงเครียดระหว่างสองประเทศจะคลี่คลายลงอย่างสันติผ่านการเจรจา”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...