ภาพเก่าเล่าตำนาน : ว้า...คุณเป็นใคร อยู่ที่ไหน ทำอะไร
ว้า – “ถ้าไม่มีเฮโรอีนและยาบ้า รัฐก็คงไม่สามารถดำรงอยู่ได้ และชาวว้าก็คงเป็นเพียงชนพื้นเมืองอีกกลุ่มหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อของกองทัพเมียนมา…” เป็นคำกล่าวของผู้นำกลุ่มว้า
แพทริก วินน์ นักข่าวต่างประเทศที่ประจำอยู่ในกรุงเทพฯ เคยเขียนหนังสือ เจาะลึกประวัติศาสตร์ของรัฐว้า และอธิบายว่าผู้นำในภูมิภาคนี้สามารถเอาชีวิตรอดจากวัฏจักรของสงครามกลางเมืองได้
รัฐว้า เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กองทัพรัฐว้าของสหรัฐ (UWSA) เป็นกองกำลังติดอาวุธที่เข้มแข็งเพื่อธุรกิจผลิตยา
แพทริก ระบุว่า… “ยาเสพติด” ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องจักรที่ทำกำไร แต่ยังเป็นเครื่องมือในการเอาตัวรอด ช่วยให้รัฐว้ามีพลังเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็น “ประเทศที่มีกฎหมาย เพลงชาติ โรงเรียน และระบบไฟฟ้าเป็นของตัวเอง” ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐชาติพันธุ์อิสระไม่กี่แห่งในพม่า….
ปัจจุบัน..กลุ่มว้าครอบครองพื้นที่ 2 แห่ง ในรัฐฉาน (ตามภาพ) ว้าเหนือและว้าใต้ ทั้ง 2 พื้นที่ได้สิทธิปกครองตนเอง ไม่ขึ้นกับกับรัฐบาลของพม่า มีกองกำลังติดอาวุธทันสมัย พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าอย่างน่าอัศจรรย์ เพราะข้อตกลงพิเศษที่กลุ่มว้าเคยสร้างคุณูปการใหญ่หลวง เคยขับไล่กองกำลังคอมมิวนิสต์ออกจากแผ่นดินพม่า…
ชาวว้า…พวกเขาเป็นใคร..?
ชาวว้า เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อาศัยอยู่ส่วนใหญ่ในบริเวณภาคเหนือของพม่า ชอบใช้ชีวิตอยู่บนที่สูงในพื้นที่ตอนเหนือของรัฐฉาน และทางตะวันออกของรัฐกะฉิ่น ใกล้หรือตามแนวชายแดนพม่ากับจีน รวมถึงบางส่วนอยู่ในมณฑลยูนนานของจีน…
ในแผ่นดินพม่า..รัฐบาลให้การยอมรับกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมืองอย่างเป็นทางการจำนวน 135 กลุ่ม แบ่งออกเป็น 8 เชื้อชาติหลัก ได้แก่ พม่า กะฉิ่น กะยา กะเหรี่ยง ชิน มอญ ยะไข่ และฉาน
ย้อนไปสงครามกลางเมืองในแผ่นดินจีน
จีนก๊กมินตั๋ง (KMT) รบกับจีนคอมมิวนิสต์ของเหมา เจ๋อ ตุง…
ในช่วงทศวรรษ 1950 กองกำลัง KMT พ่ายแพ้… ทหารและครอบครัวนับหมื่นถอยลงมาทางตอนใต้ของจีน.. หนีเข้าไปทางตอนเหนือของพม่า กองกำลัง “ก๊กมินตั๋ง” ยึดครองพื้นที่บริเวณเขาว้า กองกำลังของคอมมิวนิสต์รุกไล่ตามมา พื้นที่ทางตอนใต้ของมณฑลยูนนาน กลายเป็นพื้นที่การสู้รบ
กองกำลังจีน KMT พยายามรุกกลับ ตีโต้ตอบ เข้าไปในยูนนานถึง 7 ครั้ง ระหว่างปี 1950 ถึง 1952 แต่ก็ถูกขับไล่ให้ถอยกลับไปที่ชายแดนฝั่งพม่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีขุนศึกกลุ่มต่างๆ เข้าครอบครองพื้นที่ป่าเขา
กองกำลังติดอาวุธบางกลุ่ม แทรกซึมเข้ามาทางตอนเหนือของเขตประเทศไทย ไม่ทราบฝ่ายว่าใครเป็นใคร ฝ่ายไหน?
ทำสงคราม ต้องใช้เงิน…ต้องดูแลไพร่พลและครอบครัว เรื่องการปลูกฝิ่นในพื้นที่ ป่า เขาสูง จึงเป็นทางเลือกเดียวเพื่อการอยู่รอด
ชาวว้า อยู่ในพื้นที่การสู้รบนับหมื่นคน นับถือลัทธิวิญญาณ นับถือผี โดยเน้นที่พิธีกรรมการบูชายัญด้วยเลือด หมู่บ้านต่างๆ มีหมอผี และวิธีดั้งเดิมในการจัดการกับความเจ็บป่วยหรือปัญหาอื่นๆ คือการบูชายัญไก่ หมู หรือสัตว์ที่ใหญ่กว่า ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ตามตำนานท้องถิ่น
เส้นเขตแดน ที่ตกลงกันระหว่างพม่าและจีน ทำให้ “ชาวว้า” ถูกแบ่งแยกไปอยู่ใน 2 ประเทศ กลุ่มใหญ่ที่อยู่ในเขตประเทศพม่า
การสู้รบในพื้นที่…สับสน ซับซ้อน แต่ทั้งหมดเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตนเอง ยากที่จะแยกแยะว่ากลุ่มใดเป็นกลุ่มใด
พรรคและกองกำลังคอมมิวนิสต์พม่า ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในพื้นที่นั้นในช่วงเวลานั้น การปลูกและขายฝิ่น เป็นรายได้หลัก โดยมีกองกำลังติดอาวุธเป็นหลักประกันความอยู่รอด
กลุ่มว้า…ดิ้นรน พยายามจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธที่ต้องทำทุกอย่างเพื่ออยู่รอดของชนเผ่าตนเอง ในขณะที่รัฐบาลทหารพม่า “ปฏิเสธ” พรรค และกองกำลังคอมมิวนิสต์พม่าที่เข้มแข็ง
รัฐบาลทหารพม่าส่งคนไปทำ “ดีลลับ” กับกองกำลังว้า
ในปี 1989 พลโท ขิ่น ยุนต์ เจ้ากรมข่าวและ ผบ.หน่วยพิเศษของรัฐบาลพม่า ส่งคนไปเจรจากับกลุ่มว้า เพื่อรวมชาติพม่า ขอให้ยุติการสู้รบระหว่างกลุ่มต่างๆ ในพม่า (เจรจาสำเร็จ 7 กลุ่มติดอาวุธ)
ข้อตกลงหลัก คือ กลุ่มว้าต้อง “หยุดยิง” กับกองทัพพม่า โดยกองทัพพม่าจะสนับสนุนจัดตั้งกองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Army – UWSA) และพรรคสหรัฐว้า
ภารกิจเฉพาะ คือ ว้าต้องสู้รบ ผลักดันกองกำลังคอมมิวนิสต์พม่า รวมถึงห้ามการปลูกฝิ่นและการผลิตฝิ่นในพื้นที่
การ “พลิกตัว” ของกลุ่มว้าที่จะต้องเลิกปลูกฝิ่น เลิกผลิตยาเสพติดทั้งหลาย ได้รับความช่วยเหลือจากสหประชาชาติในการปรับปรุงพื้นที่ทำการเกษตร…
ในที่สุด…กองกำลังว้าสามารถผลักดัน สลายกองกำลังคอมมิวนิสต์พม่าได้สำเร็จ ยุติการสู้รบ นับเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ เปลี่ยนศัตรูกลายเป็นมิตร หากแต่ชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มว้าเอง ยังถูกรัฐบาลตะวันตกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดตลอดมา
กลุ่มว้า ได้รับความช่วยเหลือด้านการพัฒนาจากรัฐบาลพม่าโดยมอบพื้นที่และยินยอมให้ว้า เป็น “เขตปกครองพิเศษ 2 พื้นที่” โดยกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญพม่า พ.ศ.2551
20 สิงหาคม พ.ศ.2553 เขตปกครองตนเองว้าได้รับการจัดตั้งขึ้น ได้รับการกำหนดให้เป็นเขตปกครองตนเองโดยชาวว้า และมีอาณาเขตอยู่ระหว่างหุบเขาแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาละวิน ในส่วนตะวันออกของรัฐฉาน ใกล้กับชายแดนมณฑลยูนนานของจีน
พ.ศ.2543-2545 ชาวบ้านว้านับแสนจากรัฐว้าตอนเหนืออพยพลงมาตั้งถิ่นฐานทับพื้นที่ไทใหญ่ ลาหู่ อาข่า ติดชายแดนไทย ทำให้เกิด “รัฐว้าใต้” ขึ้นอย่างไม่เป็นทางการในเวลาต่อมา
ว้าเหนือ เมืองหลวง คือ เมืองปางซาง พรมแดนติดกับจีน
ว้าใต้ ชายแดนติดต่อกับเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน มีเมืองหลัก คือ บ้านโฮ่ง คือ เปา ยู่ เฉียง เป็นผู้นำ มีประชากรรวมกันราว 3 แสนคน
นั่นหมายความว่า…กลุ่มว้า มีเสรี มีอธิปไตยในแผ่นดินของตน อาณาเขตว้าแนบชิดติดกับจีน สนิทสนมทำมาค้าขาย ไปมาหาสู่กับจีนมากกว่ารัฐบาลพม่า
ว้าพยายามดิ้นรน เพื่อให้หลุดพ้นจากสงคราม หันไปพัฒนาบ้านเมือง จัดระบบการศึกษา สร้างบ้านเมืองในรูปแบบสังคมที่พัฒนาแล้ว สร้างธุรกิจเกี่ยวกับยาเสพติดที่ถนัดมาก่อน..ซึ่งไปได้ดี
สกุลเงินที่ใช้ในพื้นที่ของ UWSA คือเงินหยวนของจีน และโทรศัพท์มือถือเชื่อมต่อกับเครือข่ายของจีน ภาษาจีนเป็นภาษาที่พูดกันแพร่หลายมากกว่าภาษาในพม่า
ด้วยความช่วยเหลือของจีน UWSA จึงสามารถสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งและมีอาวุธทันสมัย ผลิตอาวุธได้เอง มีเฮลิคอปเตอร์ใช้งาน ในขณะที่รัฐบาลพม่าได้แต่เฝ้าดู ประสานงาน ร้องขอ
มีข้อบาดหมาง ใช้อาวุธยิงกัน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องทางธุรกิจ ที่ใครจะมีรายได้ กลุ่มใดจะได้ครอบครองพื้นที่เพื่อหารายได้ แม้กระทั่งการคุมด่านการค้าชายแดนกับจีน
หากแต่วันนี้ ว้าเข้มแข็ง มีกองบัญชาการกองกำลังป้องกันตนเองของสหรัฐว้าในปางซาง มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ โดยมีป้ายเขียนเป็นภาษาจีนว่า เฟยจีชัง หรือสนามบิน มี “สถานีเรดาร์และขีปนาวุธ” ในพื้นที่ของตน
ผู้นำรุ่นเก่าของว้าสมัยบุกเบิก ที่มีอายุมาก เริ่มผ่องถ่ายการบริหารอาณาเขตของว้าให้กับคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษาจากประเทศจีน
กลุ่มว้าใช้ชีวิตอยู่บนที่สูง เชื่อมต่อไปยังสามเหลี่ยมทองคำ เป็นที่จับจ้องของหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดระดับโลก อันมีผลกระทบต่อประเทศไทยมาช้านานเรื่องยาเสพติด…
สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ (United Nations Office on Drugs and Crime-UNODC) เผยแพร่รายงานเมื่อ 28 พ.ค.2568 ว่า ปริมาณ methamphetamine หรือยาบ้า บริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ในชายแดนไทย เมียนมา และลาว มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 โดยมีฐานการผลิตส่วนใหญ่อยู่ที่รัฐฉาน ของพม่า
ภาวะสงครามกลางเมืองในประเทศพม่า เป็นปัจจัยผลักดันให้เกิดการลักลอบค้ายาเสพติดและการค้ามนุษย์ รวมถึงขยายเส้นทางไปยังไทย กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ …ฯลฯ
ทั้งนี้ UNODC ระบุว่า การตรวจยึดยาบ้ารูปแบบเม็ดในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปี 2567 เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 จากปี 2566 โดยไทยซึ่งเป็นประเทศทางผ่าน สามารถตรวจยึดได้มากถึง 1,000 ล้านเม็ด หรือร้อยละ 85 ของยาบ้าทั้งหมดในภูมิภาค
หายนะสูงสุด…คืบคลานเข้ามาแล้วครับ…
สถิติ การผลิต การลำเลียง การขนส่ง และการจับกุมยาบ้า สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในจำนวนนี้ร้อยละ 88.6 ถูกยึดได้แถบแม่น้ำโขงตอนล่าง ส่งผลให้ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยกลายเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูงทันที
เมื่อปี 2536 กลุ่มผู้ผลิตยาบ้าในสามเหลี่ยมทองคำ จากที่เคยใช้เครื่องอัดเม็ดยาบ้าแบบซิงเกิลพันซ์ 1 หัวตอก ผลิตได้ 64,800 เม็ดต่อวัน
ปัจจุบัน…พัฒนาสู่การใช้เครื่องแบบไฮดรอลิก 30 หัวตอก ผลิตได้เกือบ 7 ล้านเม็ดต่อวัน นี่เป็นปัจจัยให้ราคาต้นทุนผลิตยาบ้าเหลือเพียง 50 สตางค์ต่อเม็ด
รายงานของ International Crisis Group องค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ เมื่อปี 2563 ระบุว่า กองกำลังสหรัฐว้า หรือ UWSA เป็นผู้ผลิตยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ มาตั้งแต่ปี 2533
เหว่ย เซียะกัง ชายเชื้อสายจีน อดีตมือขวาขุนส่า คือ ผู้บริหารจัดการ เขาเคยถือสัญชาติไทย ก่อนถูกถอนสัญชาติเมื่อปี 2545 เนื่องจากมีพฤติการณ์กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐ และถูกศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ในข้อหาร่วมกับพวกมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามนำออกนอกราชอาณาจักร
เหว่ย เซียะกัง วางระบบให้ เมืองยอน เป็นศูนย์กลางผลิตยาบ้าและลำเลียงยาบ้าไปขายประเทศต่างๆซึ่งรวมถึงไทย ที่เป็นทางผ่านและมีผู้เสพติดมหาศาล
กองกำลังสหรัฐว้าผลิต “ไอซ์” เพื่อส่งออกควบคู่ไปกับ “ยาบ้า” ส่งยาไปทุกที่ซึ่งมีพรมแดนติดพม่า จ้างวานกองกำลังติดอาวุธลำเลียงยาเสพติด กองกำลังเฉพาะกิจตามแนวชายแดนของไทย สกัดกั้น หยุดยั้ง การลำเลียงยาในป่าเขาอย่างมีประสิทธิภาพ ทำลายยาหลายสิบล้านเม็ด ยาบ้าและยาชนิดอื่นๆ เข้ามาทางภาคเหนือ ภาคอีสานผ่านแม่น้ำโขง และเปิดแนวใหม่คือ ชายเเดนกาญจนบุรี
การผลิตยาบ้าจากนอกประเทศ ปรับเปลี่ยน ยี่ห้อ ส่วนประกอบ หรือรูปแบบ รสชาติ และไม่รวมศูนย์อยู่ที่เมืองยอนแห่งเดียว แต่กระจายการผลิตไปยังกลุ่มอื่นๆ มากขึ้น ไม่มีกลุ่มใดผูกขาดการค้าและการผลิต เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน
สารประกอบหัวเชื้อยาเสพติด (Pre-Precursors) บางตัว ก็สามารถนำไปใช้ในอาหาร เครื่องดื่มในท้องตลาดได้ ..ที่ต้องแก้ไขด่วน
สังคมไทยทรุดตัวลงอย่างหนักต่อเนื่องจากยาเสพติด..มีเสียงวิจารณ์ว่า ยิ่งปราบ ยิ่งระบาดหนักกว่าเก่า พร้อมข้อกังขา
ประชาชนร้องขอ “ความเฉียบขาด” จากผู้รับผิดชอบในทุกภาคส่วนครับ..
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภาพเก่าเล่าตำนาน : ว้า…คุณเป็นใคร อยู่ที่ไหน ทำอะไร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th