‘บอร์ด AOT’ เคาะตั้งกรรมการแก้ปัญหา ‘คิงเพาเวอร์’ คาดจบใน 60 วัน นัดคุยพรุ่งนี้
The Bangkok Insight
อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 14.13 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 13.45 น. • The Bangkok Insightบอร์ด AOT เคาะตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางแก้สัญญาดิวตี้ฟรี คาดแก้ปัญหาได้ใน 2 เดือน นัดเคลียร์ "คิง เพาเวอร์" พรุ่งนี้
วันนี้ (16 มิ.ย.) นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ทอท. ครั้งที่ 8/2568 ที่ประชุมมีมติให้ ทอท. เร่งตั้งคณะทำงาน เพื่อกลั่นกรองแนวทางแก้ปัญหาการดำเนินกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากรในท่าอากาศยานที่ ทอท. ดูแล
พร้อมจ้างที่ปรึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เพื่อศึกษาทางเลือกในด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การเงิน และบริหารธุรกิจ โดยคาดว่าจะได้ตัวที่ปรึกษาภายใน 2 สัปดาห์ และใช้เวลาศึกษาไม่เกิน 60 วัน หรือภายในเดือนสิงหาคม 2568 ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาต่อไป
ขณะที่ AOT จะหารือร่วมกับบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด (KPD) ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม ค่าตอบแทนที่ คิง เพาเวอร์ ค้างชำระอยู่นั้น ยังไม่เกินวงเงินค้ำประกัน (Bank Guarantee) ที่ KPD วางไว้เป็นหลักประกันตามหลักเกณฑ์ในสัญญา ซึ่งถือเป็นหลักประกันทางการเงินของคู่สัญญาในกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด
และ AOT ย้ำว่าบริษัทยังมีสถานะทางการเงินมั่นคงแข็งแกร่ งและยังมีแผนขยายรายได้เพิ่มจากแหล่งอื่น ๆ เช่น รายได้จากค่าบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า 400 Hz ระบบปรับอากาศ PC AIR
โครงการผู้ให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้นดินและกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 และการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์รอบท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ที่จะก่อให้เกิดรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non-Aeronautical Revenue)
"AOT ยืนยันว่ายังคงมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับรองรับโครงการลงทุนในอนาคตและการดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินขององค์กร"
นางสาวปวีณา เปิดเผยด้วยว่า ในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้ (17 มิ.ย.) AOT นัดพบตัวแทน คิง เพาเวอร์ เพื่อรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นให้เข้าใจตรงกัน แต่ยังไม่ถือว่าเข้าสู่การเจรจา เพราะจะต้องรอผลศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาก่อน
บริษัทคาดว่าจะได้ที่ปรึกษาฯคนกลางจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 2 รายภายใน 2 สัปดาห์ ขณะเดียวกัน คิง เพาเวอร์ จะยังคงต้องจ่ายผลตอบแทนตามสัญญาตามเดิมในรูปแบบ Minimum Guarantee ซึ่งสูงกว่าการจ่ายแบบ Revenue Sharing อัตรา 20% ของรายได้
รายได้จากร้านดิวตี้ฟรีของคิง เพาเวอร์ มีสัดส่วน 17% ของรายได้รวม 63,000 ล้านบาทในปี 2567 ของ AOT ถือว่ามีสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ แต่หากมีการยกเลิกสัญญาร้านดิวตี้ฟรีทั้งหมดจริง AOT ก็สามารถยึดแบงก์การันตีที่ครอบคลุมหนี้ค้างจ่ายของคิงเพาเวอร์ได้ และสถานะการเงินของ AOT ก็ยังแข็งแรงดี
"ถ้าตีความจากหนังสือที่คิง เพาเวอร์ ส่งมา เขาอยากขอเจรจาหลักการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ ก็ดูเป็น case by case ถ้าตรงไหนมีการเปลี่ยนแปลงไปจากต้นสัญญาเดิม ถ้าตกลงกันได้เราก็ไปกันต่อ ถ้าตกลงไม่ได้ก็ยกเลิกสัญญา"
"ในครั้งนี้เราจะไปยกเลิกไหม ในฐานะเป็นรักษาการ ยังไม่สามารถตอบได้ต้องให้คณะกรรมการพิจารณาข้อดีข้อเสียก่อนที่จะยกเลิก"
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- AOTยันหาแนวทางแก้ไขร่วม 'คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี' เสนอบอร์ดจันทร์นี้ตั้งกรรมการเจรจา
- ทอท. เริ่มขอคืนพื้นที่ Duty free จากคิงเพาเวอร์ เผยรายได้หายปีละ 3 พันล้าน
- ส่องอนาคต 'AOT' ยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า กระทบรายได้แค่ไหน
ติดตามเราได้ที่