โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แรงงานกัมพูชา กลับบ้าน หลังผู้นำออกข่าวอาจเกิดสงคราม รู้ดีแก่ใจ กลับไปอาจไร้งานทำ

Khaosod

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 13.09 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 13.09 น.

แรงงานกัมพูชา ทิ้งค่าแรงวันละ 450 แบกตู้เย็นกลับบ้าน หลังผู้นำออกข่าวอาจเกิดสงคราม จนพ่อแม่เป็นห่วง รู้ดีแก่ใจ กลับไปอาจไร้งานทำ

16 มิ.ย. 68 - ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์บริเวณ จุดผ่านแดนถาวร ด่านช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ โดยหน้าด่านฝั่งไทยได้มีแรงงานกัมพูชา คนหนุ่มสาวกว่า 50 คน นั่งรถยนต์มา 6 คัน มารอที่หน้าด่าน พร้อมกับข้าวของมากมายทั้งพัดลม ตู้เย็น กระเป๋าเสื้อผ้า สัมภาระอีกจำนวนมากเตรียมกลับบ้าน

จากการเข้าไปพูดคุย ทราบว่าแรงงานกลุ่มดังกล่าวเข้ามาทำงานที่ จ.ศรีสะเกษ มากกว่า 10 ปี บางคน 6 ปีขึ้น ได้ค่าแรงตั้งแต่วันละ 420-450 บาท พร้อมมีโอทีให้

นายไช หนึ่งในแรงงานกัมพูชา เปิดเผยว่า เข้าใจว่าการเดินทางกลับบ้าน อาจตกงาน ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ที่แน่นอน แต่พ่อแม่ขอให้กลับบ้านก่อน เพราะกระแสข่าวในกัมพูชาที่ประชุมกับไทยยังไม่มีข้อสรุปที่ตกลงกันได้ จึงเกรงว่าอาจจะเกิดความไม่ปลอดภัย รวมถึงรัฐบาลกัมพูชาออกข่าวว่าอาจเกิดสงคราม มีผู้นำหมู่บ้านเล่าขานต่อกันในประเทศ หากยังอยู่ทำงานต่อที่ไทย อาจไม่ปลอดภัย

"ผู้นำกัมพูชา ออกข่าวไปทั่วประเทศว่า ใครที่ส่งลูกหลานไปทำงานที่ประเทศไทย ขอให้ติดต่อ และให้เดินทางกลับมากัมพูชาก่อน เพราะเหตุการณ์ไม่สงบ จากการที่ไทยลุกล้ำอธิปไตยแผ่นดินกัมพูชา อาจมีการสู้รบเพื่อชิงดินแดนกัน ผมที่ทำงานอยู่ศรีสะเกษ ต้องโทรหากัน ชวนกันเหมารถมาส่งที่ด่านเพื่อเดินทางกลับบ้านก่อน"

นายไช เปิดเผยอีกว่า หากเหตุการณ์สงบ อาจจะเดินทางกลับเข้ามาทำงานที่เดิมต่อ หากนายจ้างยังต้องการพวกตนหรือคนงานกัมพูชาอยู่ หรือไม่ก็หางานทำที่กัมพูชา แม้จะรู้ว่าหายาก หรือไม่ก็อาจจะไปทำงานประเทศอื่นแทน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แรงงานกัมพูชา กลับบ้าน หลังผู้นำออกข่าวอาจเกิดสงคราม รู้ดีแก่ใจ กลับไปอาจไร้งานทำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...