โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เรือ "ยูเอสเอส นิมิตซ์” มุ่งหน้าตะวันออกกลาง จับสัญญาณโต้วิกฤตอิสราเอล-อิหร่าน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 10.09 น.
รายงานเผย เรือบรรทุกเครื่องบิน

ข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามการเดินเรือ Marine Traffic รายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน "ยูเอสเอส นิมิตซ์” (USS Nimitz) หนึ่งในยุทโธปกรณ์ที่ทรงพลังของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้เดินทางออกจากทะเลจีนใต้ เมื่อช่วงเข้าวันนี้ (16 มิถุนายน) และได้มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศทางที่จะมุ่งหน้าสู่ “ภูมิภาคตะวันออกกลาง” ท่ามกลางการสู้รบตอบโต้กันไปมาระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ยังคงตึงเครียดและรุนแรงมากขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยบางสื่อรายงานว่าอาจเป็นการส่งสัญญาณของความเป็นไปได้ที่กองทัพสหรัฐฯ จะเข้ามามีส่วนร่วมในการตอบโต้กับวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง

แหล่งข่าว 2 คนเปิดเผยว่าเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้มีกำหนดการจะเทียบท่าที่เมืองดานังของเวียดนาม ในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ แต่ต้อง “ถูกยกเลิก” ไปอย่างกะทันหัน ขณะที่รอยเตอร์สรายงานว่าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงฮานอยได้รับทราบเกี่ยวกับการยกเลิกดังกล่าวแล้วโดยให้เหตุผลว่า “เป็นข้อกำหนดของปฏิบัติการฉุกเฉิน” แม้ว่าทางการสหรัฐฯ จะยังไม่ออกมายืนยันปลายทางที่ชัดเจนของเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ แต่รอยเตอร์สชี้ให้เห็นว่าการเคลื่อนย้ายเรือบรรทุกเครื่องบินในช่วงเวลานี้สอดคล้องกับความกังวลด้านความมั่นคงในตะวันออกกลางที่เพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับทางฝั่งสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงฮานอยที่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมใดใดเกี่ยวกับเส้นทางของเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้

ทั้งนี้ สหรัฐฯ เผยว่ากำลังติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเรือบรรทุกเครื่องบิน "ยูเอสเอส นิมิตซ์” เพิ่งเปิดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงในทะเลจีนใต้ โดยที่กองทัพเรือสหรัฐฯ กล่าวว่าเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการประจำในภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...