โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MOU43 – แผนที่1:2แสน – ศาลโลกจุดสลบ “ฮุนเซน-อิ๊งค์ ” ศึกเขมร

INN News

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 17.53 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 12.30 น. • INN News

ประเด็น MOU43 ที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้ง ถือเป็นอีกหนึ่ง “ประเด็น”ที่สับสนมานาน ไม่น้อยไปกว่า ปม ผลการประชุม กรรมาธิการร่วมชายแดน JBC ที่สรุปออกมาคนละทาง ระหว่าง ไทย-กัมพูชา จน ฝ่ายไทยถูกมอง ว่าเพลี่งพล้ำให้กับ ฝ่ายเขมร ทั้งในเชิงเนื้อหาเจรจา และ การแก้เกม “สงครามข่าวสาร” ไม่ว่าจะเป็น การไม่ให้ค่า การเจรจาทวิภาคีผ่าน JBC ด้วยการนำปม 4 พื้นที่ ปราสาทตาเมือนธม ตาเมือนโต๊ด และตาควาย ไปยื่นฟ้องศาลโลก15มิ.ย.ที่ผ่านมา

ซึ่งเป็นวันสัญลักษณ์ที่ไทย แพ้คดี “ปราสาทเขาพระวิหาร”ปี 2505 หรือ การ เคลมว่าฝ่ายไทยโอเคกับ การใช้ขนาดแผนที่ 1:200,000 โดย ปฏิเสธแผนที่ 1 ต่อ 50,000 ที่อ้างว่าไทยเขียนขึ้นฝ่ายเดียว โดยอ้างถึงว่า เอกสารกฎหมาย และแผนที่ที่ตกลงกันตามที่ระบุไว้ในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2000 หรือ MOU43 ที่ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะใช้แผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ตามเจตนารมณ์ของอนุสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ค.ศ. 1904 และสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ค.ศ. 1907 เพื่อดำเนินการรังวัดและปักปันเขตแดน

ในขณะที่ฝ่ายไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศมีการแถลงหลังจากที่ถูกฝ่ายเขมรเคลมไปกว่า 7 ชั่วโมง ตอบโต้ประเด็นมีมีการกล่าวหา ทั้งปมการป้องกันตัวจากที่เขมรโจมตีก่อน ,ทั้งแสดงความผิดหวัง ที่ฝ่ายกัมพูชาเลือกที่จะปิดประตูการเจรจาอย่างสันติใน 4 พื้นที่ ที่ไทยให้บทบาทเวที JBC ในการทำให้มีเขตแดนชัดเจนระหว่างกัน เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนทั้งสองฝ่าย โดยย้ำการยึดมั่นใน MOU 2543 ที่เขมรเห็นชอบร่วมกับไทย โดยไม่ดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของเขตแดน ไม่รุกล้ำเขตแดนระหว่างกัน และทั้งสองฝ่ายจะต้องใช้ความอดกลั้นเพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย

และไม่ได้มีการหารือปมเขมรจะนำพื้นที่ 4 จุด เข้าสู่การพิจารณาของ ICJ รวมถึงปมแผนที่ 1:200000 คณะกรรมการปักปันสยาม - อินโดจีน ตามที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างแต่อย่างใด

น่าสนใจที่ว่า แม้จะมีการอ้างว่าไม่มีการคุยเรื่อง ปมแผนที่ในวงประชุม JBC แต่หลายฝ่ายในไทย ยังกังวลถึงการอ้าง MOU43 ในประเด็นขนาดแผนที่ 1:200,000 ทั้งที่ฝ่ายกองทัพภาคที่2ของไทย เคยระบุว่า เขมร ฝ่าฝืนMOU43มากกว่า 400ครั้ง โดย มีการวิเคราะห์ว่า MOU43 อาจเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหา อย่างที่ “คำนูณ สิทธิสมาน” อดีตสว. โพสต์FBจั่วหัว “ว่าด้วยแผนที่ 1 : 2 แสน ถูกข่มขืนมาตั้งแต่ปี 2505 แต่กลับพลีกายให้อีกในปี 2543 จะบอกคนไทยทั้งประเทศว่าไง”

โดยระบุว่าปมแผนที่1 : 200,000 คือ “ตัวการ” ที่ทำให้ไทยเสียปราสาทพระวิหารบนศาลโลก ICJ เมื่อ 63 ปีแล้ว ซึ่ง“ศาลโลก” ใช้หลักกฎหมายปิดปากให้ไทยว่ายอมรับโดยปริยายว่า ปราสาทพระวิหารอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา จากการแสดงออก 2 ประเด็น คือ การยอมรับแผนที่อัตราส่วน 1 : 200,000 ที่ฝรั่งเศสทำ และ การเสด็จเยือนปราสาทพระวิหารของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพในปี 2473 แล้วพบเห็นการชักธงชาติฝรั่งเศสขึ้นแต่ไม่คัดค้านหรือประท้วง

แต่ 38 ปีต่อมาเหตุการณ์ไม่น่าเชื่อกลับอุบัติขึ้น !!! เมื่อ ไทยทำ MOU 2543 กับกัมพูชาในปี 2543 ที่มีการระบุ จะร่วมกันดำเนินสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกระหว่างราชอาณาจักรไทย
กับราชอาณาจักรกัมพูชาให้เป็นไปตามเอกสาร3ฉบับ โดยเฉพาะ ฉบับ(ค.)แผนที่ที่จัดทำขึ้นตาม ผลงานการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน

ซึ่งจัดทำขึ้นตามอนุสัญญาฉบับปี ค.ศ. 1904 และสนธิสัญญาฉบับปี ค.ศ. 1907 กับเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้อนุสัญญาฉบับปี ค.ศ. 1904 และสนธิสัญญาฉบับปี ค.ศ. 1907 ระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ที่เท่ากับไปยอมรับแผนที่ 1 : 200,000 ครั้งนี้ไม่มีใครมาบังคับ ไม่มีศาลไหนมาใช้หลักกฎหมายปิดปาก ทั้ง ๆ ที่ต่อสู้มาอย่างสมศักดิ์ศรีบนศาลโลกช่วง 40 ปีก่อนหน้า และมีแถลงการณ์รัฐบาลยืนยันไม่เห็นด้วย กับคำพิพากษา แต่จำเป็นต้องปฏิบัติตามเพราะเป็นสมาชิกสหประชาชาติ เหมือนยอมพลีกายให้ด้วยเติมใจ !

กระทรวงการต่างประเทศมักจะพูดว่าไม่ได้ยอมรับแผนที่ 1 : 200,000 แต่ต้องเขียนไว้เพื่อเป็นเอกสารประกอบการเจรจา ไม่จริงหรอกครับ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...