โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ออสเมียม โลหะที่มีค่ามากกว่าทองคำ และกำลังจะหมดไปจากโลกตลอดกาล

SpringNews

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 18.13 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 17.38 น.

"ออสเมียม" คือโลหะที่หายากที่สุดในโลก และกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะนอกจากจะมีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างจากแร่ชนิดอื่นแล้ว ยังมีมูลค่าที่สูงถึง 1,350 ดอลลาร์ต่อกรัม ซึ่งมากกว่ามูลค่าของแร่ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกอย่างทองคำถึง 15 เท่า

ราคาที่ไม่ธรรมดานี้สะท้อนให้เห็นถึงความหายากของออสเมียม และการถูกนำไปใช้งานเฉพาะทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมสินค้าฟุ่มเฟื่อยอย่างเครื่องประดับระดับหรูหรา นาฬิกา และการใช้งานทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากคุณสมบัติที่มีความหนาแน่นสูง จุดหลอมเหลวสูง ทนต่อการกัดกร่อนได้ดี และสีน้ำเงินที่เป็นเอกลักษณ์

อย่างไรก็ตาม รายงานจากการศึกษาวิจัยชิ้นล่าสุดได้สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก และอาจดันให้ราคาของออสเมียมพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน เมื่อมีการคาดการณ์ว่าทรัพยากรออสเมียมกำลังจะหมดไปจากโลกอย่างสมบูรณ์ ภายในปี 2026 (พ.ศ.2569) หรือก็คือในอีก 1 ปีข้างหน้าเท่านั้น

การคาดการณ์ครั้งนี้ถูกเรียกว่า "วิกฤตออสเมียม" ที่ทำให้อุตสาหกรรมทั่วโลกต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของตลาดในรอบหลายปี

ด้าน "สถาบันออสเมียมของเยอรมนี" ที่เพิ่งถูกก่อตั้งในเดือนพฤษภาคม 2025 จะพยายามอย่างเต็มที่ในการวางตนเองเป็นหน่วยงานกลางเพื่อจัดการดูแลทรัพยากรออสเมียมที่ใกล้จะหมดลง โดยจะกระจายออสเมียมที่เหลืออยู่อย่างเหมาะสมเพื่อรักษาสมดุลและเสถียรภาพของตลาด

ทางสถาบันยังคาดการณ์ว่า "วิกฤตออสเมียม" ครั้งนี้จะทำให้ราคาออสเมียมพุ่งสูงขึ้นถึง 120% ส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตของภาคอุตสาหกรรมสูงขึ้นไปด้วย ดังนั้นทางสถาบันและพันธมิตรทั่วโลกจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการให้ความรู้แก่สาธารณชนและนักลงทุนเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว เพื่อให้ทุกฝ่ายมีการเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ตอนนี้ภาคอุตสาหกรรมและนักวิทยาศาสตร์กำลังเริ่มปรับตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยการค้นหาวัสดุที่สามารถทดแทนออสเมียม โดยเฉพาะวัสดุรีไซเคิลที่จะช่วยส่งเสริมความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมในอนาคต ขณะที่นักวิจัยบางคนเริ่มมองหาหนทางสำรวจความเป็นไปได้ที่จะพบออสเมียมบนดาวอังคาร ส่วนแบรนด์หรูบางแห่งก็เริ่มนำความหายากของออสเมียมมากระตุ้นมูลค่าสินค้าของตนเองให้สูงขึ้นในสายตาของผู้บริโภค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...