โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เพื่ออนาคตของจังหวัดชายแดนภาคใต้ BRN ต้องให้แกนนำปีกทหารที่ตัดสินใจออกมาเจรจา

77kaoded

อัพเดต 12 พ.ค. 2568 เวลา 18.43 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2568 เวลา 10.03 น. • 77Kaoded
Screenshot
Screenshot

สำนักข่าว UtusanTV มาเลเซีย เผย ทำไมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ ที่หยุดชะงักไปตั้งแต่เดือนกันยายน2567 รัฐบาลไทยจะกลับมาดำเนินการอีกครั้ง โดยมีมาเลเซียให้ความช่วยเหลือในฐานะผู้อำนวยความสะดวก หลังจากที่ตัวแทนกลุ่มBRN ที่โต๊ะเจรจาไม่มีอำนาจใด ๆ หรือสามารถควบคุมความรุนแรงที่เกิดขึ้นในภาคใต้ของประเทศไทยได้

เป็นเพราะปัจจัยนี้หรือเปล่า เป็นสาเหตุทำให้กระบวนการพูดคุยสันติสุขล้มเหลว แม้ว่าจะดำเนินการมานานกว่า10 ปีแล้วก็ตาม หรือว่าBRN พยายามล้อเลียนรัฐบาลไทยด้วยการส่งผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติมาพูดคุยหรือไม่?

ผู้เขียนได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหลังจากอ่านรายงานของโซเชียลมีเดียในประเทศไทยNaewnamankhong ซึ่งเปิดเผยผลการหารือระหว่าง นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไทย กับDatuk MohdRabin Basir ผู้อํานวยความสะดวกชาวมาเลเซียในหารือดังกล่าว นายภูมิธรรม ขอให้นำผู้มีอำนาจในการตัดสินใจของกลุ่มอย่างแท้จริงหรือแกนนำปีกทหารมาร่วมบนโต๊ะเจรจาตามรายงานดังกล่าว จะเห็นได้ว่ารัฐบาลไทยค่อนข้างจริงจังในการร้องขอ โดยระบุว่าพวกเขายินดีที่จะดำเนินการพูดคุยต่อไป โดยมีเงื่อนไขว่า ฝ่ายBRN ต้องให้ผู้นําหลักที่มีอำนาจในการออกคำสั่งร่วมโต๊ะการพูดคุยBRN ไม่สามารถส่งผู้นําที่ไม่มีอำนาจใด ๆ ได้เนื่องจากก่อนหน้านี้ทุกประเด็นที่พูดคุยในกระบวนการสันติสุขพวกเขาจะต้องนำไปให้ผู้นําสูงสุดตัดสินใจที่แย่ไปกว่านั้น ประเด็นที่ตัวแทนBRN นํามาพูดคุยไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่หารือกัน แต่เป็นการกล่าวหา เช่น กล่าวหารัฐบาลไทยขัดขวางไม่ให้ชาวไทยมุสลิมสวมเสื้อชุดมลายู

ด้วยเหตุนี้ จากคำขอของไทยดังกล่าวอาจจะตีความได้ว่าAnas Abdul Rahman/นายหีพนีมะเร๊ะ จากปีกการเมืองที่เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยของBRN นั้นไม่สามารถตกลงใจในเรื่องสำคัญต่าง ๆ ได้ ฝ่ายไทยเสนอให้ นายดูนเลาะ แวมะนอ หรือ นายเด็งอาแวจิ ผู้นําระดับสูงของBRN เข้าร่วมในกระบวนการพูดคุยรอบใหม่

หากเราอ่านรายงานนั้นแล้ว จะพบว่าคราวนี้รัฐบาลไทยยืนกรานอย่างจริงจัง ที่จะทำให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ต้องเสียเวลาและพลกำลังต่อพฤติกรรมของฝ่ายBRN ที่โต๊ะพูดคุย แต่จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีสัญญาณแม้แต่น้อยว่าBRN จะหยุดการกระทำก่อการร้ายในพื้นที่จังหวักชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย

เห็นได้ชัดและสามารถกล่าวได้ว่าทุกวัน รวมถึงในช่วงวันศักดิ์สิทธิ์ของเดือนรอมฎอนและเดือนชาวาล กลุ่มBRN ยังคงข่มขู่และสังหารผู้บริสุทธิ์ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นชาวไทยมุสลิมหรือชาวไทยพุทธ หากเป็นเช่นนั้น การดำเนินกระบวนการพูดคุยสันติสุขจะมีประโยชน์อะไร? ซึ่งในเมื่อกระบวนการดังกล่าวจัดขึ้นแล้ว คงจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้

แต่สถานการณ์ตรงกันข้ามเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าในขณะที่การพูดคุยสันติสุขกําลังดำเนินอยู่แต่ความรุนแรงก็ยังคงปะทุขึ้น มันส่งสัญญาณว่า ผู้นําที่อยู่ในวงการพูดนั้นไม่มีอำนาจที่จะหยุดเหตุการณ์นั้นอย่างแน่นอน ตามรายงานของสื่อมวลชน รัฐบาลไทยเน้นย้ำว่าพวกเขาพร้อมที่จะดำเนินการพูดคุยต่อไป โดยมีเงื่อนไขว่าผู้นําBRN ที่จะเข้าร่วมในกระบวนการนี้จะต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ

ไม่ว่ารัฐบาลไทยจะแต่งตั้งหัวหน้าทีมพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายBRN มีความจริงใจมากน้อยเพียงใดในการนําผู้นําระดับสูงมาสู่โต๊ะการพูดคุย

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าการพูดคุยในครั้งนี้ จะไม่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องของBRN ที่พวกเขายินดีที่จะหยุดความรุนแรง หากรัฐบาลไทยจะถอนกําลังทหารออกจากพื้นจังหวัดดังกล่าว การยกเลิกด่านจุดตรวจและจุดสกัด ยกเลิกการบังคับใช้กฎหมายการปิดล้อมและตรวจค้น

จากรายงานของสื่อดังกล่าว แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยไม่ต้องการที่จะ“ไว้หน้า” หรือโอนอ่อนต่อกลุ่มBRN อีกต่อไป หากกลุ่มBRN มีความจริงใจอย่างแท้จริงในการต่อสู้เพื่อชาวไทยมุสลิม และต้องการสร้างสันติสุข พวกเขาจะต้องนําผู้นําตัวจริงตามที่รัฐบาลไทยต้องการพูดคุย

BRN ไม่ควรกลัวที่จะทำเช่นนั้น เพราะแน่นอนว่ารัฐบาลไทยจะรับประกันความปลอดภัยของผู้นําที่เกี่ยวข้อง หากBRN แค่ส่งผู้นําที่มีสถานะเป็น“ผู้ส่งสาร” ก็เป็นการดีกว่าที่ทั้งสองฝ่ายจะพูดคุยโดยใช้แอปพลิเคชัน“กลุ่มWhatsApp” เท่านั้น! ถ้าล้มเหลว ก็คงจะไม่ผิดหวังมากนัก

Screenshot
Screenshot

จนถึงตอนนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าการพูดคุยล้มเหลว และไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรต่อชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ดังนั้นมีประโยชน์อะไรที่รัฐบาลไทยยังคงยอมอะลุ่มอล่วยให้ประเด็นนี้ ในขณะที่กลุ่มBRN นั้นไม่จริงใจในกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ

ไม่สำคัญว่าอะไรที่ผู้นำBRN จะมีความคับแค้นใจ แต่ถ้าเขามีความจริงจริงใจในการต่อสู้เพื่อชาวไทยมุสลิม หากเขาต้องการเห็นสันติสุขในพื้นที่จังหวัดดังกล่าว และหากเขาต้องการอย่างจริงใจให้แน่ใจว่าความรุนแรงจะหยุดลงและไม่มีเลือดของผู้ผู้บริสุทธิ์ไหลในดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยอีกต่อไป ผู้นําตัวจริงจะต้องออกแสดงตนและดำเนินการพูดคุย

แต่หากผู้นําตัวจริงยังดื้อรั้น และBRN ยังคงถูกมองว่าไม่จริงใจในกระบวนการพูดคุยสันติสุข รัฐบาลไทยก็มีสิทธิที่จะดำเนินการตามอำนาจของตนในฐานะรัฐบาลที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญในการปกป้องอธิปไตยในดินแดนของตน

ในประเด็นนี้ มาเลเซียในฐานะผู้อํานวยความสะดวกสามารถให้คำแนะนําต่อกลุ่มBRN เพื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐบาลไทยกำหนด

หากมาเลเซียไม่สามารถทำได้ เพราะความดื้อรั้นของBRN ก็เป็นการดีกว่าที่มาเลเซียจะไม่เป็นผู้อํานวยความสะดวกอีกต่อไป เพราะมันเป็นเพียงงานที่ไร้ประโยชน์ และอย่างน้อยก็ไม่เป็นที่พอใจที่จะได้ยินหากมีข้อกล่าวหาว่าเราอยู่ข้างBRN

ดังนั้นจึงหวังว่า เพื่ออนาคตของจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ผู้นําที่เป็นตัวจริงของBRN ควรจะออกมาพูดคุยกับรัฐบาลไทย ในขณะที่มาเลเซียจะทำหน้าที่เป็นคนกลาง แต่BRN ไม่สามารถทำให้มาเลเซียเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงเจตจํานงของพวกเขา แต่ต้องตรงไปตรงมากับรัฐบาลไทยผ่านการปรากฏตัวของผู้นําตัวจริงที่มีอำนาจมากที่สุดในBRN

หากผู้นําBRN ไม่ปรากฏตัว แต่สบายใจที่จะเก็บตัวอย่างเงียบ ๆ ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า การต่อสู้ของBRN ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย แต่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น เช่นเดียวกับตัวแทนBRN ในกระบวนการพูดคุยสันติสุขก่อนหน้านี้ที่บินไปมา โดยการอ้างว่าพวกเขาเป็นตัวแทนของชาวไทยมุสลิม

ความจริงก็คือ ในขณะที่พวกเขาอาศัยอยู่ในต่างประเทศอย่างสุขสบาย แต่ชาวไทยมุสลิมยังคงตามล่าหาแสงสว่างแห่งสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย และน่าเสียดายที่แสงสว่างยังคงถูกดับโดยกลุ่มที่ยืดหน้าอกที่อ้างว่าต่อสู้เพื่อชะตากรรมของพวกเขา….

https://utusantv.com/2025/05/11/rundingan-damai-brn-perlu-tampil-pemimpin-tertinggi-yang-boleh-buat-keputusan/?&utm_source=whatsapp&utm_medium=social-media&utm_campaign=addtoany

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...