โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

2 ข้อเสนอถึงรัฐบาล ลุย "สถานบันเทิงครบวงจร" แจงสังคม-ใช้ระบบ KYC

SpringNews

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 05.24 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 05.02 น.

ดร.ณรงค์ชัย ใหญ่สว่าง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพอินเตอร์ มีข้อเสนอโครงการสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ถึงรัฐบาลว่าควรเร่งดำเนินการก่อนเปิดสมัยประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างกฎหมาย คือเน้นเรื่องการสื่อสารกับประชาชนเป็นอันดับแรก

ดร.ณรงค์ชัย กล่าวว่า รัฐบาลต้องมีการสื่อสารกับประชาชนให้ชัดเจนว่า เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไม่ใช่แค่กาสิโน แต่เป็นโครงการที่มีองค์ประกอบหลากหลาย โดยกาสิโนเป็นเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น นอกจากนี้ รัฐบาลควรจัดเวทีเสวนาและเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วม รวมถึงการประกาศมาตรการและขั้นตอนต่างๆ ในการดำเนินโครงการอย่างชัดเจน

วิเคราะห์ผู้คัดค้านและผู้เสียผลประโยชน์

ดร.ณรงค์ชัย วิเคราะห์ว่ากลุ่มที่ออกมาคัดค้านนโยบายนี้เป็นกลุ่มเดิมที่มักคัดค้านโครงการของรัฐบาลเสมอ รวมถึงกลุ่มที่จะเสียผลประโยชน์หากโครงการนี้เกิดขึ้น

"กลุ่มที่คัดค้านมักเป็นหน้าเดิมๆ ที่ออกมาคัดค้านโครงการของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นโครงการใดก็ตาม ซึ่งการคัดค้านทุกโครงการทำให้ประเทศขาดโครงการเมกะโปรเจกต์ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน"

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนายทุนจากประเทศเพื่อนบ้านที่อาจจะเสียผลประโยชน์หากไทยมีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เนื่องจากจะดึงนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักที่เคยไปเที่ยวในประเทศเหล่านั้นให้มาเที่ยวในไทยแทน

"ในอดีต เราเคยมีการคัดค้านโครงการคล้ายๆ กันนี้ โดยมีนายทุนจากประเทศเพื่อนบ้านสนับสนุนผู้ประท้วงเพื่อไม่ให้โครงการของไทยเกิดขึ้น"

รวมถึงกลุ่มธุรกิจสีเทาในประเทศไทยเอง ที่จะเสียผลประโยชน์หากมีการนำธุรกิจการพนันมาอยู่ในระบบที่ถูกกฎหมาย เช่น ผู้ประกอบการหวย บ่อนไพ่ หรือการพนันผิดกฎหมายอื่นๆ

"ถ้าการพนันถูกกฎหมาย คนที่เคยเล่นการพนันเถื่อนบางส่วนจะหันมาเล่นการพนันที่ถูกกฎหมายแทน ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจสีเทาขาดรายได้ นอกจากนี้ ยังอาจมีการปราบปรามที่เข้มงวดขึ้นด้วย"

ใช้ระบบ KYC อุดช่องโหว่การฟอกเงิน

ดร.ณรงค์ชัย ยังเสนอให้รัฐบาลควรประกาศมาตรการต่างๆ ให้ชัดเจน ทั้งเรื่องระบบนำระบบ KYC (Know Your Customer) มาใช้ การตรวจสอบนักการเมืองที่เรียกว่า PEP (Political Exposed Persons) มาตรการป้องกันการฟอกเงิน และการใช้ระบบ Digital Footprint เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะไม่นำไปสู่ปัญหาการฟอกเงินหรือปัญหาสังคมอื่นๆ ดังนั้นควรศึกษาและนำโมเดลจากประเทศที่ประสบความสำเร็จมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะประเทศที่มีมาตรการที่รัดกุมอย่างสิงคโปร์

ดร.ณรงค์ชัย เปิดเผยว่า กว่า 75% ของประเทศทั่วโลกมีการเปิดให้บริการกาสิโนอย่างถูกกฎหมาย โดยประเทศที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการธุรกิจประเภทนี้ล้วนมีระบบ KYC ที่เข้มงวดและรัดกุม ซึ่งกำหนดให้ผู้ใช้บริการต้องยื่นบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติย้อนหลัง รวมถึงการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม สถานะทางการเงิน และความเกี่ยวข้องกับการเมือง

ในสิงคโปร์ มีการตั้งเคาน์เตอร์เฉพาะสำหรับตรวจสอบเอกสารก่อนเข้าใช้บริการ โดยทุกคนต้องต่อแถวยื่นบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และมีการจำกัดการเข้าถึงสำหรับผู้ที่มีรายได้ต่ำหรือมีประวัติติดการพนัน

ส่วนในญี่ปุ่น มีการจำกัดจำนวนวันที่ผู้เล่นสามารถเข้าใช้บริการได้เพียง 3 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น เพื่อป้องกันการติดการพนันและปัญหาสังคมที่อาจตามมา

เมื่อเปรียบเทียบกับบ่อนการพนันผิดกฎหมายในไทย นักวิชาการรายนี้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากไม่มีการจำกัดคุณสมบัติของผู้เล่น ทำให้เยาวชนและผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย จนนำไปสู่ปัญหาการกู้หนี้ยืมสิน และปัญหาสังคมที่ตามมาอย่างต่อเนื่อง

"การนำธุรกิจเหล่านี้มาอยู่ในระบบที่ถูกกฎหมาย จะทำให้มีมาตรการควบคุมที่รัดกุมและแน่นอนมากกว่า เราสามารถจำกัดการเข้าถึงของกลุ่มเสี่ยง เช่น เยาวชน ผู้มีรายได้น้อย หรือผู้ที่มีประวัติติดการพนัน ซึ่งจะช่วยลดปัญหาสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ" ดร.ณรงค์ชัย กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...