โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

คดีมาตรา 112 ของจัสติน ชูเกียรติและตี้-วรรณวลีจากการปราศรัย #ม็อบ6ธันวา

iLaw

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 05.04 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 09.13 น. • iLaw

สารบัญ

แสดง / ซ่อน

  • นัดฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ ลุ้นตี้ได้รอลงอาญา

  • อุทธรณ์ยืนโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือนไม่รอลงอาญา ระบุมาตรา 112 คุ้มครองอดีตกษัตริย์

นัดฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ ลุ้นตี้ได้รอลงอาญา

4 กรกฎาคม 2568 เวลา 9:00 น. ศาลอาญาธนบุรีนัดตี้-วรรณวลี ธรรมสัตยาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีมาตรา 112 ที่สืบเนื่องจากปราศรัยในการชุมนุม #ม็อบ6ธันวา บริเวณวงเวียนใหญ่

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2563 กลุ่มราษฎรฝั่งธนบุรีนัดชุมนุมกันที่วงเวียนใหญ่ ปราศรัยในหัวข้อ “การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” รวมทั้งการอุ้มหายของนักเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมยืนยันสนับสนุนสามข้อเรียกร้องของคณะราษฎร วันดังกล่าวตี้ปราศรัยกล่าวถึงการที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นจอมทัพไทยซึ่งถูกบัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญ ทำให้ทรงมีอำนาจที่จะชี้นำกองทัพและมีส่วนในการเซ็นรับรองการรัฐประหาร รวมไปถึงชี้นำการทำงานของคณะรัฐมนตรี และจัสตินปราศรัยในเรื่องเช่นเหตุการณ์การยึดอำนาจจากพระเจ้าตากสินฯ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นของราชวงศ์ในปัจจุบันและการที่รัฐบังคับใช้มาตรา 112

นอกจากนี้ยังมีผู้ปราศรัยอีกสองคนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 จากการชุมนุมในวันดังกล่าวได้แก่ จัสติน-ชูเกียรติ แสงวงค์และเพชร-ธนกร ขณะนั้นเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี ทำให้คดีแบ่งเป็นสองคดีคือ คดีในศาลอาญาธนบุรีที่มีตี้และจัสตินเป็นจำเลยและคดีในศาลเยาวชนกลางและครอบครัวที่มีเพชรเป็นจำเลย

ต่อมาวันที่ 26 มิถุนายน 2566 ศาลอาญาธนบุรีมีคำพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี ทางนำสืบจำเลยให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษลงหนึ่งในสาม คงเหลือโทษจำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน ช่วงปลายปี 2566 จัสตินลี้ภัยทางการเมืองไปที่แคนาดาและไม่ได้อุทธรณ์คดีต่อ เหลือเพียงตี้ที่ใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษา

อุทธรณ์ยืนโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือนไม่รอลงอาญา ระบุมาตรา 112 คุ้มครองอดีตกษัตริย์

เวลา 8:45 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 24 เสมียนทนายความและประชาชนต่างมารอให้กำลังใจ จากนั้นเวลา 9:24 น. ตี้เดินทางมาถึงห้องพิจารณาคดีและศาลเริ่มอ่านคำพิพากษาในเวลา 9:44 น. โดยสรุปดังนี้

คดีนี้โจทก์ฟ้องในความผิดเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์และพระราชินี ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา ส่วนจำเลยที่ 1 ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ คดีจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ข้อเท็จจริงในคดีนี้ วันที่ 6 ธันวาคม 2563 จำเลยที่ 2 ปราศรัยกับประชาชนในที่ชุมนุม โดยมีข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัย 3 ประการดังนี้

1. คำว่า พระมหากษัตริย์ หมายถึงพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ในปัจจุบันหรือไม่

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อยู่ในลักษณะที่ 1 ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร การกระทำต่อพระมหากษัตริย์มีผลต่อความมั่นคงราชอาณาจักร สถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะที่เคารพสักการะ ครองราชย์สืบต่อตามกฎมณเฑียรบาลและสายพระโลหิต ขณะที่มาตรา 112 ไม่ได้บัญญัติไว้ว่า คุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์อยู่ การกระทำที่เข้าองค์ประกอบความผิดต่อพระมหากษัตริย์องค์ก่อนเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วย ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาจึงชอบแล้ว

2. จำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามคำฟ้องหรือไม่

ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์และจำเลยที่ 2 ให้การโดยไม่ได้ขัดแย้งกันประกอบด้วยเนื้อหาการปราศรัยในวันเกิดเหตุ โดยสรุปเกี่ยวข้องกับการจัดการงบประมาณที่ไม่มีความเท่าเทียมกัน งบประมาณบางประเภทสามารถจัดสรรให้ได้ แต่งบประมาณเพื่อตอบสนองอุทกภัยกลับต้องเปิดรับบริจาค และพระมหากษัตริย์ในสถานะจอมทัพไทย เห็นว่า ถ้อยคำที่จำเลยที่ 2 ปราศรัย จักรพงศ์ กลิ่นแก้ว [สมาชิกศปปส.] ได้รวบรวมข้อมูลเป็นหลักฐานหมายวจ. 1 และบันทึกถอดเทปการปราศรัยตามหมาย จ. 4

เมื่อพิจารณาเนื้อหาการปราศรัย “จอมทัพไทยคือวชิรา” คำว่า วชิราเป็นส่วนหนึ่งของพระนามรัชกาลที่ 10 พาดพิงถึงรัชกาลที่ 10 และระบุทำนองว่า มีการชักใยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาและสั่งการให้ยิงประชาชน สั่งฆ่าผู้บริสุทธิ์ ข้อความดังกล่าวเป็นการใส่ความรัชกาลที่ 10 ในประการที่จะทำให้รัชกาลที่ 10 ถูกดูหมิ่น ถือเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาทรัชกาลที่ 10 ให้ร้ายรัชกาลที่ 10 ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นพิพากษามาชอบแล้ว

3. สมควรพิพากษาให้รอการลงโทษหรือไม่

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นกำหนดโทษสูงเกิน ไม่ได้สัดส่วน ส่วนนี้เห็นว่า มาตรา 112 ระวางโทษ 3-15 ปี การศาลชั้นต้นลงโทษ 4 ปี และลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือ 2 ปี 8 เดือน เป็นมาตรการกำหนดโทษที่เหมาะสม พิจารณาข้อความตามคำฟ้อง นับว่า เป็นผลทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ พฤติการณ์ร้ายแรง การไม่รอการลงโทษถือว่า ชอบแล้ว

ทั้งนี้ระหว่างการอ่านคำพิพากษาในข้อ 2 ศาลอ่านคำปราศรัยของตี้โดยละเอียด ไม่มีการละคำที่เป็นเหตุแห่งคดีนี้ เวลา 9:55 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จบ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ขอให้ตี้เก็บของส่วนตัวที่พกพามาในวันนี้ให้แก่ญาติและคุมตัวไปไว้ที่ใต้ถุนศาลเพื่อรอคำสั่งประกันตัว

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า เวลา 15.20 น. ศาลอาญาธนบุรีมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างฎีกา โดยให้วางหลักทรัพย์ 450,000 บาท ซึ่งต้องวางเพิ่มเติมจากชั้นอุทธรณ์อีก 150,000 บาท ได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...