โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เอกชนกังวล! เจรจาไทย-สหรัฐฯ ลุ้นเส้นยาแดง 9 ก.ค.!

PPTV HD 36

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 02.37 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 02.18 น.
ส.อ.ท. กังวลการเจราไทย-สหรัฐฯ ชี้ขยายเวลาอาจไม่ใช่สิ่งที่ดี ลั่นปัจจัยรอบด้านลดความเชื่อมั่นนักลงทุน

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในการเสวนาในหัวข้อ “ความเชื่อมั่นประเทศไทย : โจทย์ใหม่ในยุคเปลี่ยนแปลง” ถึงปัจจัยภายนอกที่กระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทย อย่างปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้ากับสหรัฐฯ ที่ไทยต้องเร่งเจรจาอยู่ในขณะนี้ ก่อนจะครบกำหนดในวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้และมีความผันผวนสูง

โครงสร้างในประเทศ ‘จุดอ่อน’ กว่าประเทศอื่น

ขณะเดียวกันหลายๆประเทศก็กำลังเผชิญปัญหาเดียวกันกับไทย โดยโครงสร้างภายในของประเทศไทย นายเกรียงไกรมองว่า มีความไม่แข็งแรง อาจเป็นจุดอ่อนมากกว่าประเทศอื่นๆภายใต้สถานการณ์เดียวกัน

ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาไทยได้รับอานิสงส์จากการเกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน รวมไปถึงพันธมิตรอย่างประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และโซนยุโรป ก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้เช่นเดียวกัน ทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยมากขึ้นด้วย

ซึ่งปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ออกมาประกาศว่า เป็นความสำเร็จในรอบ 10 ปี ที่การลงทุนของไทย แตะถึง1.13 ล้านล้านบาท ส่งผลงให้ความเชื่อมั่นในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย แต่จากสถานการณ์ในขณะนี้ทำให้นักลงทุนทุกประเทศทั่วโลกต้องจับตาและชะลอการลงทุนออกไปก่อน

นักลงทุนทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ต่างจับตาดูสถานการณ์ว่าการเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ จะมีอัตราภาษีศุลกากร (tariff) ที่ระดับเท่าไหร่ รวมไปถึงมองเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคนี้ หากตัวเลขของไทยต่ำกว่าก็จะไม่มีปัญหา แต่หากประเทศอื่นต่ำกว่าก็จะมีการคิดโยกย้ายฐานการผลิตต่อไปที่ประเทศนั้นๆ

จี้หามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจริงจัง

ขณะเดียวกันภาคเอกชนได้มองถึง GDP ที่เป็นตัวชี้วัดในภาคของเศรษฐกิจ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยอยู่ที่ 1.9% ยังไม่สามารถทะลุ 2% ได้อย่างต่อเนื่อง นี่คือสัญญาณเตือนว่ารัฐบาลต้องเร่งหามาตรการที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างจริงจัง

โดยในปีนี้คาดการณ์ว่า GDP จะอยู่ที่ 1.5 – 2% เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการสะท้อนภาพรวมของเศรษฐกิจในหลายๆด้าน ทั้งนี้ ภาคเอกชนมีความกังวลในการเจรจาฯที่เหลืออีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ โดยระบุว่า หากไทยถูกขยายเวลาออกไปอาจไม่ใช่สิ่งที่ดี รวมไปถึงสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา เนื่องจากยอดการค้าชายแดนที่หายไปประมาณวันละ 500 ล้านบาท และความไม่แน่นอนทางการเมือง ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ทำให้ความเชื่อมั่นของไทยต่อนักลงทุนลดลงตามไปด้วย

ทั้งนี้ นายเกรียงไกร กล่าวทิ้งท้ายโดยเสนอแนะถึงรัฐบาลว่า หากทุกฝ่ายมองเห็นผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนอย่างแท้จริง จำเป็นต้องให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างสามัคคี และยังพอมีเวลาที่สามารถร่วมด้วยช่วยกันให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด

ทีดีอาร์ไอ การศึกษา-ว่างงาน ห่วงโซ่ฉุดไทยอ่อนแอ

ด้านดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวเพิ่มเติมว่า ในมิติทางสังคม ปัจจัยภายในประเทศที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจที่สำคัญ คือคุณภาพและการกระจายคุณภาพของประชากรไทย ในกรณีที่หากประเทศไทยต้องการลงทุนหรือหาแนวทางอะไรใหม่ๆ มองว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการสร้างคุณภาพพื้นฐาน โดยเฉพาะนักเรียนที่หลุดจากระบบการศึกษาไทยกว่า 30 ล้านคน หรือบุคคลว่างงาน

ซึ่งเป็นจุดที่ห่วงโซ่อ่อนแอเป็นอย่างมาก โดยเสนอให้มีการ Up skill / Re skill จำนวน 10 ล้านคนในทุกปี ผ่านระบบคูปอง อย่างที่ประเทศสิงค์โปร์ และอินโดนีเซียได้ทดลองทำ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ GDP ของประเทศดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 2-3% รวมไปถึงการสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล อาทิ ให้ผู้คนรากหญ้าได้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือราคาถูก และเมื่อโครงสร้างเหล่านี้แข็งแกร่งแล้ว จะส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจเติบโตตามไปด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอกชนหวั่นโรงงานปิดกิจการเพิ่ม แรงงานตกงานมากกว่า 15,000 คน

รัฐฯ ย้ำ! พร้อมเจรจาสหรัฐ ด้านเอกชน แนะ! ควรเร่งคุย หวั่น ปัญหาบานปลาย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอกชนกังวล! เจรจาไทย-สหรัฐฯ ลุ้นเส้นยาแดง 9 ก.ค.!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...