โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

สุสานใต้ต้นซากุระ ในวันที่ผู้สูงวัยญี่ปุ่นไร้ลูกหลานดูแล

the Opener

เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 08.58 น. • The Opener

บนพื้นที่ซึ่งแวดล้อมด้วยป่าธรรมชาติบนเนินเขาในเขตมินาโตะมิไร เมืองโยโกฮามา ห่างจากย่านชินจูกุในโตเกียวเพียง 40 นาที เป็นที่ตั้งของสถานที่ฝังศพแบบใหม่ซึ่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและสวนซากุระที่สวยงาม

สุสานนี้ ดำเนินการโดย“เอนดิ้งเซ็นเตอร์” องค์กรที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากกลุ่มความคิดเรื่องการดูแลกันและกันตลอดกระบวนการตายและหลังจากนั้น ที่เริ่มต้นในปี 1990 โดย อิโนอูเอะ ฮารูโยะ ต่อมากลุ่มของเธอเปลี่ยนชื่อเป็น“เอ็นดิ้งเซ็นเตอร์” ในปี 2000 และกลายมาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยชื่อของ เอ็นดิ้งเซ็นเตอร์ มักจะอยู่ในบันทึกการสั่งเสียของผู้ตายเกี่ยวกับเรื่องการจัดงานศพอยู่เสมอ

นับจากต้นทศวรรษที่ 1970 เริ่มมีความกังวลขึ้นในประเทศญี่ปุ่นถึงการขาดแคลนพื้นที่สำหรับฝังศพในเขตเมือง ซึ่งมีการเสนอทางออกที่หลากหลาย ตั้งแต่การสร้างสุสานที่เมืองตากอากาศที่ครอบครัวจะสามารถไปพักผ่อนร่วมกันพร้อมกับทำพิธีรำลึกถึงคนตายตามประเพณีได้ หรือบริการเช่ารถบัสพาไปยังสถานที่ฝังศพของคนรักที่อยู่ในชนบท

ในปี 1999 วัดโชนจิ ซึ่งตั้งอยู่ที่ภาคเหนือของญี่ปุ่น นำเสนอทางออกใหม่ด้วยการ “ฝังร่างใต้ต้นไม้” หรือ “tree burial” ซึ่งวิธีนี้ครอบครัวสามารถนำอัฐิของสมาชิกครอบครัวมาฝังไว้ และปลูกต้นไม้บนเถ้ากระดูกเพื่อเป็นเครื่องหมายให้ครอบครัวรู้ถึงจุดที่อัฐิถูกนำมาฝัง

“เราเฝ้าถามตัวเองว่า ต้นไม้อะไรจึงจะดีที่สุด และสำหรับชาวญี่ปุ่น คำตอบที่หนึ่งในใจก็คือ ต้นซากุระ ลองคิดว่า เมื่อตายไปแล้วคุณจะได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของต้นซากุระที่นี่ มันทำให้ความตายดูน่ากลัวน้อยลง ในแต่ละปีพอถึงฤดูใบไม้ผลิ และเมื่อดอกซากุระบาน คุณก็จะได้อยู่ท่ามกลางดอกซากุระ มันไม่สวยงามกว่าเหรอ” อิโนอูเอะ ฮารูโยะ ผู้อำนวยการเอนดิ้งเซ็นเตอร์ เจ้าของสุสานใต้ต้นซากุระในเมืองโยโกฮามา กล่าว

คุณยายซูสุกิ คาสุโนะ วัย 80 ปี เป็นหนึ่งของผู้ที่นำอัฐิของคนรักมาฝังไว้ใต้ต้นซากุระที่นี่ เธอเก็บอัฐิสามีที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งไว้ที่บ้านนานกว่า 10 ปี เพราะอยากให้สามีมีอยู่เคียงข้าง เนื่องจากตอนที่ยังมีชีวิต สามีของเธอเป็นเซลล์ต้องเดินทางไปทั่วประเทศเกือบตลอดเวลา สามีคุณยายเสียชีวิตตอนอายุ 64 ปี โดยที่ทั้งคู่ไม่ทันได้ปรึกษากันว่าจะจัดงานศพให้กันและกันอย่างไร

“ฉันคิดว่า เขาคงจะบอกว่าแล้วแต่เธอตัดสินใจ แต่หลังจากเวลาผ่านไป ฉันมั่นใจว่ามันไม่ใช่เรื่องของเราสองคน ฉันคิดไปถึงคนรุ่นต่อๆ ไป และการดูแลสถานที่ฝังศพในภายภาคหน้า และนั่นทำให้ฉันได้พบกับสุสานต้นซากุระ ตอนที่นำเขามาฝังที่นี่ ต้นไม้พวกนี้ได้แตกกิ่งก้านออกไป ตอนนี้มันโตขึ้นมาเป็นต้นไม้ที่สวยงามแล้ว” คุณยายซูสุกิกล่าว

เช่นเดียวกับ คุณยายอิซาชิ คิมิโกะ วัย 78 ปี ที่พักอยู่กับลูกสาวในโตเกียว เธอเดินทางมาที่โยโกฮามาเดือนละครั้งเพื่อมาเยี่ยมที่ฝังร่างของสามี คุณยายบอกว่า เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องที่ฝังร่างของตัวเองอย่างจริงจัง และคิดว่าคงเป็นเรื่องที่ดีงามและสุขสบายหากได้นอนพักอย่างเป็นสุขในธรรมชาติที่สวยงามแบบนี้

“ฉันใช้เวลาทั้งวันที่นี่ ทำความสะอาดรอบๆ ที่ฝังศพ ดึงเอาวัชพืชออกไป สามีของฉันเป็นคนวาดรูปเก่ง ฉันเองก็นั่งตรงนี้วาดรูปด้วยเช่นกัน แล้วก็เอาข้าวกล่องมากินที่นี่ด้วย” คุณยายอิซาชิบอก

เอนดิ้งเซ็นเตอร์ เริ่มทำสุสานใต้ต้นซากุระต้นแรกเมื่อปี 2005 ผู้อำนวยการเอนดิ้งเซ็นเตอร์ บอกว่า เธอพบกับพิธีศพครั้งแรกตอนแม่ของเธอตาย เธอและพี่สาวซึ่งแต่งงานออกจากตระกูลแล้วเห็นว่า เมื่อหมดรุ่นของพวกเธอไปแล้ว คงจะไม่มีใครมาคอยดูแลหลุมฝังศพของตระกูลต่อ เพราะเธอและพี่สาวต่างเปลี่ยนไปใช้นามสกุลสามี เธอจึงทำเรื่องสุสานใต้ต้นซากุระ เพื่อให้ที่ฝังศพยังคงได้รับการดูแล ซึ่งอิโนอูเอะปลูกแปลงดอกไม้ไว้ให้กับหลุมฝังศพที่ญาติๆ ไม่สามารถมาเยี่ยมหรือถูกทอดทิ้ง

“การตาย ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วขณะเดียว แต่มันเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง ฉันเชื่อว่าเราควรจะมองการตายในแบบกระบวนการ จากการเตรียมตัวสู่จุดจบของชีวิตไปจนถึงการดูแลหลังการตาย” อิโนอูเอะ กล่าว

ทุกปี เอ็นดิ้งเซ็นเตอร์ จะจัดงานประจำปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิระหว่างที่ดอกซากุระบานโดยใช้แนวคิดว่า“การสนทนาของชีวิตและความตายใต้ต้นซากุระบาน”

เซบาสเตียน โบเรต นักวิชาการเขียนไว้ในหนังสือของเขาเมื่อปี 2016 ระบุว่า การฝังร่างใต้ต้นไม้ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ในสังคมญี่ปุ่น เมื่ออิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมญี่ปุ่นได้เสื่อมคลายลงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และเกิดมีศาสนาใหม่ขึ้นเป็นจำนวนมาก ผนวกกับการขยายตัวของความเป็นเมืองที่ค่อยๆ ทำให้ความผูกพันตามแบบประเพณีดั้งเดิมระหว่างครอบครัวกับวัด ซึ่งเป็นสถานที่ฝังศพของบรรพบรุษเริ่มเสื่อมคลายลง

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายของการฝังศพใต้ต้นไม้ ยังถูกกว่าพิธีศพแบบธรรมเนียมดั้งเดิม ซึ่งส่งผลสำคัญต่อการตัดสินใจของชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก สอดคล้องกับอัตราการเกิดของญี่ปุ่นที่ต่ำที่สุดอันดับต้นๆ ของโลก ทำให้ลูกๆ ไม่มีพี่น้องคอยช่วยเหลือเรื่องการดูแลและการเสียชีวิตของพ่อแม่หรือปู่ย่าตายาย

เอ็นดิ้งเซ็นเตอร์ ยังมีแพ็คเกจดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียวซึ่งเข้าใกล้วาระสุดท้ายที่เรียกว่า“ซากุระแพ็คเกจ” ในการจัดการเรื่องต่างๆ เช่น กรณีของผู้สูงอายุหญิงวัย 81 ปี หลังเธอเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่เอ็นดิ้งเซ็นเตอร์จะไปอยู่เคียงข้างทันทีที่ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาล และสอบถามความปรารถนาสุดท้ายจากบันทึกที่ทำไว้กับเอ็นดิ้งเซ็นเตอร์ก่อนหน้านี้ 10 ปี และดำเนินการตามต้องการของผู้เสียชีวิต

“20 ปีก่อน คนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินคำว่า หลุมศพใต้ต้นไม้ มาตอนนี้เกือบครึ่งหนึ่งของคนที่ซื้อที่หลุมฝังศพต่างเลือกรูปแบบนี้ และจำนวนของคนที่ใกล้ชิดในครอบครัวแบบดั้งเดิมต่างเปลี่ยนมาเป็นสุสานใต้ต้นไม้แทน” อิโนอูเอะ กล่าว

อ้างอิง
Burial Under the Cherry Trees: A New Approach to Death for an Aging Society
‘Tree Burials’ Are Gaining Popularity in Japan as Gravesite Space Decreases

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...