โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สลัดแฟคทอรี่’ ทลายภาพจำ อาหารสุขภาพไม่จำเป็นต้องราคาแพง พร้อมจับมือเอสเพียวเสิร์ฟอกไก่ฉ่ำดึงลูกค้า

THE STANDARD

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 09.42 น. • thestandard.co
‘สลัดแฟคทอรี่’ ทลายภาพจำ อาหารสุขภาพไม่จำเป็นต้องราคาแพง พร้อมจับมือเอสเพียวเสิร์ฟอกไก่ฉ่ำดึงลูกค้า

ถึงวันนี้ตลาดอาหารสุขภาพยังเติบโตต่อเนื่อง จากแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น แน่นอนว่าส่งผลให้ภาพรวมตลาดร้านอาหารสุขภาพในไทยขยายตัวขึ้น ซึ่งเติบโตไม่ต่ำกว่า 34% หรือมีมูลค่าแตะ 4,500 ล้านบาท และในปีนี้คาดว่าจะเติบโตขึ้นอีก

“หลายคนอาจสงสัยว่าในภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ผู้บริโภคมีการรัดเข็มขัดค่าใช้จ่าย ร้านอาหารเพื่อสุขภาพจะได้รับผลกระทบตามไปด้วยหรือไม่ เพราะในมุมของคนไทยอาจมองว่าอาหารสุขภาพนั้นมีราคาที่ค่อนข้างสูง ซึ่งต้องยอมรับว่าปัจจัยเศรษฐกิจก็มีผลต่อทราฟฟิกร้านอาหารบ้างแต่ไม่ใช่ทั้งหมด” ปิยะ ดั่นคุ้ม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรีน ฟู้ด แฟคทอรี่ จำกัด กล่าว

จริงๆ แล้วตั้งแต่หลังยุคโควิดมาธุรกิจร้านอาหารหลายรายลำบากมาก มีหลายร้านที่ปรับตัวแล้วกลับมาฟื้นตัวได้ ที่เห็นได้ชัดคือร้านอาหารประเภทชาบู สุกี้เชนใหญ่ๆ มีการเติบโตมากขึ้น ทั้งในแง่ของยอดขายและผู้เล่นในตลาดที่แข่งขันกันอย่างคึกคัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เช่นเดียวกับร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ปัจจุบันมีผู้เล่นในตลาดมากกว่า 20 แบรนด์และมีสาขารวมกันเกิน 100 สาขา จากเดิมที่มีไม่ถึง 5 แบรนด์เมื่อสองปีก่อน จากข้อมูลพบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ยินดีจ่ายเพิ่ม 10-20% เพื่ออาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ยังมีบางกลุ่มที่มีภาพจำว่าร้านอาหารสุขภาพต้องมีราคาสูง

ความเชื่อดังกล่าวเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งภาพลักษณ์พรีเมียมของสินค้า การตลาดที่เน้นคำว่าออร์แกนิกหรือ ซูเปอร์ฟู้ดไปจนถึงราคาจริงของวัตถุดิบบางประเภทที่สูงกว่าอาหารทั่วไปและคนมักเปรียบเทียบระหว่าง ข้าวกล่องสุขภาพ 150 บาทกับข้าวแกงธรรมดา 40 บาท โดยไม่ได้คำนึงถึงความแตกต่างของคุณค่าทางโภชนาการ

และอีกหนึ่งความท้าทายของธุรกิจอาหารสุขภาพ นอกจากจะโฟกัสสุขภาพแล้วยังต้องมีรสชาติที่อร่อยควบคู่กันไปด้วย เพราะถ้าหากอาหารดีแต่ไม่อร่อย ก็จะไม่สามารถสร้างฐานลูกค้าประจำให้ร้านได้

ต่อจากนี้ ‘สลัดแฟคทอรี่’ จึงพยายามเดินหน้าปรับนิยามใหม่ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าอาหารเพื่อสุขภาพเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมีราคาไม่สูงมาก และหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการจับมือกับพาร์ตเนอร์แบรนด์ เอสเพียว ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ จากเครือเบทาโกร เปิดตัวแคมเปญใหญ่ ‘อกไก่ฉ่ำ So Yummy’ สร้างสรรค์ 5 เมนูสไตล์ Japanese Twist จากอกไก่ ได้แก่ คัตสึอกไก่ซอสนากาโนะมิโซะ, สลัดครันชีอะโวคาโดอกไก่ย่าง, สปาเก็ตตี้เมนไทโกะอกไก่ย่าง, สเต็กอกไก่ย่างซอสเห็ดญี่ปุ่น และชิบูย่าชิกเก้นโทสต์ซอสแบล็กยูซุ เน้นเจาะกลุ่มครอบครัว คนรักสุขภาพ และผู้สูงอายุ

ปิยะย้ำว่า แนวคิดของแคมเปญดังกล่าวตั้งใจพัฒนามารับเทรนด์อาหารญี่ปุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมในไทย และความร่วมมือกันครั้งนี้นับเป็นปีที่สอง หลังจากปีที่แล้วได้ร่วมกันเปิดตัวแคมเปญเมนูอกไก่ไป ผลตอบรับดีมาก เมนูอกไก่เติบโตถึง 100% เราเห็นแล้วว่าการจัดแคมเปญแต่ละครั้งจะช่วยเพิ่มความถี่และกระตุ้นให้ผู้บริโภคอยากเข้ามาใช้บริการกันมากขึ้น

จากปัจจุบันยอดซื้อต่อคนอยู่ที่ 200-300 บาท มั่นใจว่าในสิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นแน่นอน พร้อมประเมินภาพรวมธุรกิจอาหารในครึ่งปีหลังยังมีสัญญาณที่ดี แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับภาคการท่องเที่ยวด้วยว่าจะสามารถกระตุ้นได้มากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่ธุรกิจต้องทำต่อคือระมัดระวังค่าใช้จ่าย เพื่อรองรับกับความไม่แน่นอนในอนาคต

หากย้อนภาพรวมผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี ของ สลัดแฟคทอรี่ พบว่ามีทิศทางค่อนข้างสดใสขึ้นเรื่อยๆ

  • ปี 2564 มีรายได้ 256.3 ล้านบาท ขาดทุน 18.7 ล้านบาท
  • ปี 2565 มีรายได้ 439.1 ล้านบาท กำไร 8.0 ล้านบาท
  • ปี 2566 มีรายได้ 593 ล้านบาท กำไร 20 ล้านบาท

จากธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ในเมืองทอง หลังจาก CRG เข้ามาเป็นผู้ร่วมทุน (JV) กับสลัดแฟคทอรี่ เมื่อช่วงต้นปี 2020 จากนั้นสลัดแฟคทอรี่เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ CRG ตั้งเป้าเร่งขยายสาขา จนปัจจุบันมีสาขามากกว่า 46 สาขาและมีเป้าหมายผลักดันยอดขายให้แตะ 1,000 ล้านบาทในอีก 5-6 ปีข้างหน้า

“ทุกอย่างล้วนเป็นโจทย์ใหญ่และไม่ง่ายเพราะวันนี้ร้านอาหารทั่วไปได้เริ่มเพิ่มเมนูเพื่อสุขภาพเข้ามาเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคเช่นกัน แต่ในปีนี้ตั้งใจสร้างยอดขายให้โตไม่ต่ำกว่า 20%” ปิยะย้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...