“อียู” เสนอคว่ำบาตรรัสเซียชุดที่ 18 มุ่งเป้าภาคพลังงาน-ธนาคาร
"อียู" เสนอคว่ำบาตรรัสเซียชุดที่ 18 มุ่งห้ามทำธุรกรรมกับท่อก๊าซ Nord Stream ธนาคารรัสเซียอีก 22 แห่ง และ RDIF พร้อมเสนอปรับลดเพดานราคาน้ำมันดิบเหลือ 45 ดอลลาร์
วันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เสนอชุดมาตรการคว่ำบาตรครั้งที่ 18 ต่อรัสเซียจากกรณีรุกรานยูเครน โดยเน้นตัดรายได้จากพลังงานของมอสโก ควบคู่กับการคุมเข้มภาคการเงินและอุตสาหกรรมทหาร โดยมาตรการชุดใหม่นี้เสนอให้ห้ามทำธุรกรรมกับท่อส่งก๊าซ Nord Stream ของรัสเซีย และกับธนาคารที่มีพฤติกรรมเลี่ยงการคว่ำบาตร
อูร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวในการแถลงข่าวว่า “เป้าหมายของรัสเซียไม่ใช่สันติภาพ แต่คือการใช้อำนาจบังคับ … ความเข้มแข็งคือภาษาที่รัสเซียเข้าใจเพียงอย่างเดียว”
เนื้อหาของข้อเสนอประกอบด้วย
- เพิ่มธนาคารรัสเซียอีก 22 แห่ง เข้าในรายชื่อคว่ำบาตร
- ขยายข้อจำกัดจากแค่การตัดออกจากระบบ SWIFT ไปสู่ การห้ามทำธุรกรรมเต็มรูปแบบ
- ขยายขอบเขตไปยัง ธนาคารจากประเทศที่สาม
- ใส่ชื่อกองทุนลงทุนโดยตรงของรัสเซีย (Russian Direct Investment Fund – RDIF) รวมถึงบริษัทย่อยและเครือข่ายทั้งหมดเข้าในรายการคว่ำบาตร
คิริลล์ ดมิตริเยฟ หัวหน้า RDIF แถลงตอบโต้ว่า คำกล่าวของ ฟอน แดร์ ไลเอิน สะท้อนถึงความต้องการของสหภาพยุโรปที่จะยืดเยื้อความขัดแย้งในยูเครน และไม่พอใจความพยายามของ RDIF ที่ต้องการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐ โดยเขาระบุว่า RDIF ยังให้การสนับสนุนบริษัทยุโรปที่ดำเนินธุรกิจในรัสเซียอยู่ด้วย
คณะกรรมาธิการยุโรปยังเสนอให้ลดเพดานราคาน้ำมันดิบรัสเซียของกลุ่ม G7 จาก 60 ดอลลาร์ เหลือ 45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพื่อกดดันรายได้จากพลังงานของรัสเซีย
โดยประธานฟอน แดร์ ไลเอิน ระบุว่าเรื่องนี้จะถูกหารือในการประชุมผู้นำ G7 ที่แคนาดาในสัปดาห์หน้า
ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ต้อนรับแพ็กเกจคว่ำบาตรฉบับนี้ แต่เรียกร้องให้ลดเพดานราคาน้ำมันลงไปอีก โดยเสนอให้เหลือเพียง 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
“ความสามารถของรัสเซียในการทำสงครามขึ้นอยู่กับการขายน้ำมันและการเลี่ยงข้อจำกัดทางการเงิ เราต้องจำกัดกองเรือบรรทุกน้ำมัน ความสามารถทางเทคโนโลยีในการผลิตและกลั่น และทำทุกอย่างเพื่อให้ราคาน้ำมันต่ำกว่าต้นทุนที่รัสเซียจะรับได้ …พันธมิตรของเราทุกคนรู้ว่าระดับราคาที่จำเป็นคือ 30 ดอลลาร์ ไม่เกินกว่านั้น เพราะนั่นคือแรงกดดันที่แท้จริง”
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปยังเสนอขึ้นบัญชีเรือของกองเรือเงา (shadow fleet) ของรัสเซียเพิ่มเติม ส่งผลให้จำนวนรวมเกิน 400 ลำ และเพิ่มรายชื่อบริษัทค้าน้ำมันที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย รวมถึงห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันที่กลั่นจากน้ำมันดิบรัสเซียเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรป
อ้างอิง : reuters.com