เอาใจคนรักธรรมชาติ กับ 8 หมู่บ้านเล็กวิวปังในยุโรปสุดกลมกลืนกับธรรมชาติ
เชื่อว่าความฝันอย่างหนึ่งของหลายคน รวมถึงตัวเราเองก็คือการได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์เหมือนอย่างในเทพนิยาย แต่ความจริงมันไม่ได้สวยงามและง่ายอย่างนั้น
ดังนั้น บางครั้งการแค่ได้มีโอกาสไปเที่ยว พักค้างคืนในหมู่บ้านเล็กๆ อันเงียบสงบ และกลมกลืนกับธรรมชาติในช่วงเวลาสั้นๆ ก็ช่วยให้เราสดชื่น เต็มอิ่ม และเติมเต็มจินตนาการให้หัวใจพองฟูได้แล้ว
จากการที่เราเดินทางไปเที่ยวหมู่บ้านเล็กๆ ในยุโรปมาแล้วมากมาย เลยขอคัดเลือกหมู่บ้านที่แนบชิดกับธรรมชาติอย่างลงตัวมาให้ชมกัน รับรองว่างดงามแบบบริสุทธิ์ผุดผ่องจริงๆ ถ้ามีโอกาสก็ไม่ควรพลาดไปเก็บประสบการณ์ดีๆ มาเติมเต็มให้กับชีวิต
คัดเน้นๆ 10 หมู่บ้านที่เราชอบมากๆ มาดูกันเลยครับ
Odda, NORWAY
เมืองในเขตการปกครอง Hardanger แห่งเทศมณฑล Hordaland ที่ตั้งอยู่บริเวณปลายสุดของฟยอร์ด Sørfjorden
ส่วนมากคนที่เดินทางมาถึงเมืองนี้ก็เพื่อใช้เป็นจุดพักก่อนเดินทางไปยังจุดเริ่มต้นเดินเขาขึ้น Trolltunga แท่งหินขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมาเป็นหน้าผาสุดหวาดเสียว
ด้วยความเงียบสงบและอากาศสุดแสนบริสุทธ์ พอรวมกับทำเลที่ตั้งซึ่งมองเห็นเวิ้งน้ำสีเขียวใสที่มีฉากหลังเป็นภูเขาสูง ทำให้ต้องบอกว่าทุกอย่างลงตัวมากจริงๆ
Lauterbrunnen, SWITZERLAND
หมู่บ้านวิวงามราวสวรรค์ในเทศบาล Interlaken-Oberhasli ของเขตปกครองรัฐ Bern ทางตอนกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ชุมชนเล็กๆ ในหุบเขาแห่งนี้มีเอกลักษณ์จากฉากหลังที่เป็นหน้าผาสูง 300 เมตรซึ่งมีน้ำตก Staubbach ที่เกิดจากแม่น้ำ Lütschine ซึ่งอยู่ด้านบนภูเขาไหลลงมาสู่ด้านหลังหมู่บ้าน
ในเขตหมู่บ้านที่มีขนาดเล็กนิดเดียวนั้นเรียงรายด้วยบ้านไม้สไตล์สวิสชาเล่ต์ที่หลายหลังปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรม บ้านพักตากอากาศ ร้านอาหาร รวมถึงร้านค้า ให้บรรยากาศสุดคลาสสิก
Gásadalur, FAROE ISLANDS
หมู่บ้านเล็กๆ ทางตะวันตกสุดของเกาะ Vágar เกาะใหญ่ทางตะวันตกของหมู่เกาะแฟโร ซึ่งโดดเด่นด้วยทัศนียภาพอันงดงามของธรรมชาติที่ต้องบอกว่า "ลงตัว" เหมือนมีคนมาจับวางเรียงไว้
เริ่มตั้งแต่เทือกเขา Árnafjall ความสูง 722 เมตร ซึ่งสูงที่สุดบนเกาะที่ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังของหมู่บ้าน ตามมาด้วย Eysturtindur เทือกเขาด้านตะวันออกที่มีความสูง 715 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ไฮไลท์ของที่นี่คือลำธารสายหลักของหมู่บ้านที่ไหลลงจากหน้าผาสู่มหาสมุทรแอตแลนติกได้แบบกลมกล่อมสุดๆ วิวทุกอย่างคือสมบูรณ์แบบของจริง พอรวมกับความบริสุทธ์ของธรรมชาติที่ไร้การเจือปนใดๆ ต้องบอกว่า "เพอร์เฟ็ค"
Vík í Mýrdal, ICELAND
หากใครเดินทางไปทางใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ หมู่บ้านที่จะพลาดไม่ได้เป็นอันขาด คือ Vík í Mýrdalหรือ Vík ที่ตั้งอยู่บนถนนสาย main ring road ซึ่งเป็นสายหลักที่เชื่อมรอบเกาะ โดยตั้งอยู่ห่างจากกรุง Reykjavík ประมาณ 180 กิโลเมตร
หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีประชากรราว 300 คนแห่งนี้มีชื่อเสียงจากการเป็นจุดพักชมวิวสำคัญในเส้นทางการขับรถชมทัศนียภาพรอบเกาะไอซ์แลนด์
ยิ่งถ้ามาเยือนช่วงฤดูใบไม้ผลิ ยิ่งโดดเด่นจากทุ่งดอก Lupine พืชดอกสกุลลูพินนัสที่มีสีสันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เหลือง ชมพู แดง ม่วงน้ำเงิน ม่วงแดง และขาว ซึ่งปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วทั้งหมู่บ้าน
Robin Hood’s Bay, ENGLAND
หมู่บ้านชาวประมงขนาดเล็กภายในเขตอุทยานแห่งชาติ North York Moors National Park ในแคว้น North Yorkshire ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอังกฤษ ห่างจากเมือง Whitby ไปทางใต้ประมาณ 5 ไมล์
หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนที่ราบริมชายฝั่งระหว่างหน้าผาแห่งนี้เป็นที่รู้จักในฐานะหมู่บ้านชาวประมงที่ลักลอบขนสินค้าหนีภาษีจากเนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศสแล้วนำมาขายต่อในราคาถูกในช่วงปลายศตวรรษที่ 18
ภายในเมืองเต็มไปด้วยทางเดินหินลาดชันแคบๆ ซึ่งเป็นช่องทางการขนสินค้าที่ส่วนมากจะเป็น ชา รัม บรั่นดี และบุหรี่ ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งในบรรดาหมู่บ้านริมชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ
Maria Alm, AUSTRIA
ชุมชนในเขตการปกครอง Zell am See แห่งรัฐ Salzburg ทางตอนกลางของประเทศ ห่างจากเมือง Saalfelden ไปทางตะวันออกประมาณ 5 กิโลเมตร
ชุมชนที่ตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาแอลป์ในระดับความสูง 802 เมตรแห่งนี้มีชื่อเสียงจากการเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในช่วงฤดูหนาว แต่ในช่วงหน้าร้อนก็สวยงามไม่แพ้กัน เพราะจะได้เห็นวิวทุ้งหญ้าสีเขียวแทนหิมะสีขาว
แลนด์มาร์คของชุมชนนี้คือ Wallfahrtskirche Maria Alm โบสถ์คาทอลิกสำคัญที่ถูกเอ่ยถึงครั้งแรกตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ก่อนสร้างขึ้นใหม่ในศิลปะสไตล์บาโรคในช่วงประมาณปี 1730 ซึ่งวิวที่มองเห็นทุ่งหญ้า โบสถ์ และภูเขาสูงด้านหลัง กลายเป็นภาพจำของ Maria Alm ไปแล้ว
Hamnøy, NORWAY
หมู่บ้านชาวประมงในชุมชน Moskenes ทางใต้ของกลุ่มเกาะท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง Lofoten ทางเหนือของประเทศนอร์เวย์
หมู่บ้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของทิวทัศน์อยู่แล้ว ยิ่งมาในช่วงหน้าหนาวที่ทุกอย่างเป็นสีขาวโพลน มองไปทางไหนก็สวยไปหมด คงามลงตัวของหิมะสีขาวตัดกับสีแดงฉานของบ้านชาวประมงที่เรียกว่า Rorbuer ต้องบอกว่าฟินไปเลย
ถ้ามีโอกาสแนะนำให้ค้างคืนที่นี่ด้วย ตอนเราไปพักที่ The Manor House บ้านไม้สีขาวหลังใหญ่ใจกลางหมู่บ้านที่ด้านในมี 2 ชั้น ตกแต่งด้วยไม้อย่างเรียบหรูตามฉบับสแกนดิเนเวีย ห้องแบ่งเป็นสัดเป็นส่วนชัดเจน แถมสะอาดมากๆ อีกด้วย
Wengen, SWITZERLAND
หมู่บ้านสกีรีสอร์ทชื่อดังบนเขตสูง Bernese Oberland ความสูง 1,274 เมตร ในรัฐ Bern ทางตอนกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์
หมู่บ้านที่มีผู้คนตั้งรกรากมาตั้งแต่ 1,300 ปีก่อนแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวซึ่งจะมีนักสกีเดินทางมามากมาย
ภายในหมู่บ้านเป็นเขตปลอดรถยนต์ส่วนบุคคลซึ่งมีอยู่ไม่กี่หมู่บ้านในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษเกินกำหนด
การเดินทางมายังหมู่บ้านดังกล่าวสามารถมาได้ทางรถไฟสาย Wengernalpbahn จากหมู่บ้าน Lauterbrunnen และ Grindelwald
Setenil de las Bodegas, SPAIN
เมืองใต้หน้าผาสุดมหัศจรรย์ในจังหวัด Cádiz แห่งแคว้น Andalucia ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสเปน ห่างจากเมือง Málaga มาทางตะวันตกประมาณ 97 กิโลเมตร และจากเมือง Cádiz มาทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 157 กิโลเมตร
เมืองเล็กๆ ที่มีประชากรเพียง 3,000 คนแห่งนี้โดดเด่นที่ชาวเมืองสร้างบ้านเรือนอยู่ภายใต้หินผาแทรกไปตามหุบเขาที่ขนาบไปกับแนวแม่น้ำ Trejo ซึ่งลักษณะทางภูมิศาสตร์แบบนี้เกิดจากการที่กระแสน้ำกัดเซาะแนวหินสองข้างทางเป็นระยะเวลานานหลายล้านปีจนเกิดเป็นโพรงลึกยาวไปตามโค้งน้ำ
ลักษณะของชะโงกผาธรรมชาตินี้ นอกจากจะแข็งแรงแล้วยังมีความเย็นจากหินผาทำให้ห้องหรือบ้านเย็นสบาย โดยเฉพาะการทำห้องเก็บของใต้หินทำให้เก็บผลิตผลทางการเกษตรไว้ได้นานเพราะมีความเย็นเหมือนตู้เย็น
ถึงแม้เมืองนี้จะมีอายุเก่าแก่ยาวนานมากกว่า 1,000 ปี แต่สถาปัตยกรรมที่เป็นอยู่ส่วนมากในปัจจุบันจะมีรูปแบบที่เรียกว่า Andalucian design ซึ่งเป็นอาคารในยุคหลัง โดยทาสีใหม่ทั้งหมดด้วยสีขาวเพื่อระบายความร้อน
Gimmelwald, SWITZERLAND
หมู่บ้านเล็กๆ บนภูเขาสูงในเขต Bernese Oberland แห่งรัฐ Bern ที่อยู่ระหว่าง 2 หมู่บ้านอย่าง Stechelberg กัย Mürren ทางตอนกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์
หมู่บ้านปลอดรถยนต์ที่มรดกของทางการสวิสแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเคเบิ้ลคาร์สายที่ขึ้นไปยังยอดเขา Schilthorn อันโด่งดัง ซึ่งมีชื่อเสียงจากบรรยากาศบ้านไม้สวิสชาร์เล่ต์ท่ามกลางวิวขุนเขาสุดอลังการ
ส่วนมากผู้คนนิยมเดินลงเขามาจากหมู่บ้าน Mürren เพื่อชมวิวมุมสูงของหมู่บ้านนี้ที่ต้องบอกว่าวิวร้อยล้านจริงๆ
เรามีบริการรับ #วางแผน เที่ยวเองในยุโรปด้วยนะครับ
แอดไลน์มาได้ที่ @tieweng หรือคลิก bit.ly/3hLt0gY
รายละเอียดเพิ่มเติม https://bit.ly/3zif4RE
*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต