โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[รีวิวเกม] Everybody 1-2-Switch! สุดยอดเกมปาร์ตี้ที่สนุกได้ 100 คนพร้อมกัน

BT Beartai

อัพเดต 08 ก.ค. 2566 เวลา 02.02 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2566 เวลา 17.41 น.
[รีวิวเกม] Everybody 1-2-Switch! สุดยอดเกมปาร์ตี้ที่สนุกได้ 100 คนพร้อมกัน
[รีวิวเกม] Everybody 1-2-Switch! สุดยอดเกมปาร์ตี้ที่สนุกได้ 100 คนพร้อมกัน
[รีวิวเกม] Everybody 1-2-Switch! สุดยอดเกมปาร์ตี้ที่สนุกได้ 100 คนพร้อมกัน

Everybody 1-2-Switch! จุดเด่น กราฟิกสดใส และดูดีแบบมินิเกม เล่นได้มากถึง 100 คนพร้อมกันผ่านสมาร์ตโฟน จุดสังเกต เล่นคนเดียวไม่ได้ มินิเกมส่วนใหญ่เล่นไม่นานก็เบื่อ 7

หนึ่งในซีรีส์เกมที่ Nintendo ทำออกมาที่ไรก็ขายดีตลอดคือแนวเฮฮาปาร์ตี้ โดยมีซีรีส์หลักอย่าง Mario Party เป็นตัวทำเงินให้กับค่ายอย่างต่อเนื่อง และมีภาคต่อออกมาวางขายตลอด แม้ว่าเกมเพลย์โดยรวมอาจจะดูธรรมดาไปหน่อยก็ตาม

และสำหรับเกม 1-2-Switch! ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ปู่นินหมายมั่นปั้นมือให้ขายดี เพราะมันเปิดตัวพร้อม Nintendo Switch เลยแต่สำหรับชาวไทยอาจะมีดราม่าเล็ก ๆ เพราะร้านค้าส่วนใหญ่ในตอนนั้นจะขายพ่วงเกม 1-2-Switch! แม้ว่าผู้เล่นจะไม่อยากได้ก็ตาม อย่างไรก็ตามหากพูดถึงความสนุกมันก็ทำได้ไม่แพ้เกมแนวเฮฮาปาร์ตี้ทั่วไปที่เน้นเล่นกับเพื่อน ๆ เป็นกลุ่มจะสนุกขึ้นหลายเท่า

ล่าสุดกับการมาของ Everybody 1-2-Switch! บน Nintendo Switch เหมือนเดิม และก็เปิดตัวแบบไม่มีข่าวลือมาก่อนทำให้แฟนปู่นินค่อนข้างเซอร์ไพรส์มาก และยังคุยว่ามันจะเป็นเกมปาร์ตี้บนคอนโซลเกมแรกที่เล่นกับเพื่อนได้พร้อมกันมากถึง 100 คนด้วย เรียกว่าเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาได้ก่อน รวมทั้งยังมีการอัปเกรดหลายส่วนด้วย

กราฟิกดูดีแต่ไม่ได้แปลกใหม่

ภาพในเกมก็เหมือนกับภาคแรกที่จะเป็นการผสมผสานระหว่างคลิปวิดีโอที่เป็นการถ่ายทำไว้เพื่อสอนวิธิการเล่น ที่จะมีมาให้ดูตลอดซึ่งการตัดต่อและคุณภาพทำออกมาได้ดี แต่มันก็ไม่ได้แตกต่างจากภาคแรกนักยกเว้นสีสันของเกมที่สดใสกว่าเดิม และการกำกับรวมทั้งงานออกแบบถูกปรับให้สดใหม่ดูไม่เชยแม้โดยรวมจะไม้ได้แปลกใหม่หรือฉีกไปจากภาคแรกก็ตาม

กราฟิกในส่วนของเกมเพลย์ก็มาแนวมินิเกม ที่เน้นการนำเสนอให้ผู้เล่นทำตามที่เกมกำหนดทำให้ไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรมากนัก เหมือนภาพกราฟิกที่ใช้พรีเซ็นต์งานบนจอคอมพิวเตอร์มากกว่า ส่วนเพลงประกอบก็มาแบบเดียวกันที่เน้นความสนุกสนานเพื่อให้เข้ากับงานปาร์ตี้ นอกจากนี้ยังมีเสียงพากย์ของผู้แนะนำการเล่นเกมที่ใส่เข้ามาตลอดการเล่น โดยรวมมันก็เหมือนภาคแรกไม่ได้แตกต่าง

เกมเพลย์ปาร์ตี้แบบจัดเต็ม

เริ่มมาเราจะพบกับการเลือกจำนวนผู้เล่นซึ่งจะพบว่ามันไม่สามารถเล่นคนเดียวได้ ต้องเล่นอย่างน้อย 2 คนซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร การเล่นต้องใช้ Joy-con ของ Nintendo Switch ในการเล่นซึ่งหากจะเล่นแค่ 2 คนก็ไม่ต้องซื้อเพิ่มเพราะมันมีมาให้ 2 อันอยู่แล้ว และจะรองรับการเล่นได้มากถึง 8 Joy-con เท่ากับว่าเล่นได้ 8 คนพร้อมกัน

ส่วนรูปแบบการเล่นก็เหมือนกันภาคแรกที่เป็นมินิเกมแนวเฮฮาปาร์ตี้ไว้เล่นกับเพื่อน ที่ผู้เล่นต้องทำท่าทางตามที่ตัวละครบนหน้าจอกำหนด แน่นอนว่าทั้งหมดจะใช้ระบบจับการเคลื่อนไหวของ Joy-con เพื่อจับการขยับแขนของผู้เล่น ที่ถือว่าทำได้ละเอียดพอตัวแถมบางเกมต้องใช้การกดปุ่มเพื่อบังคับไปพร้อมกันด้วยถือว่าใส่รายละเอียดไปพอสมควร

โดยแต่ละเกมจะมีคลิปการสอนบอกก่อนเริ่มเกม เช่นแข่งกันอัดลมใส่ลูกโป่งแต่ไม่ได้แข่งว่าใครเร็วที่สุดแต่ใครทำลูกโป่งแตกก่อนจะแพ้ไป และยังมาพร้อมกับเกมที่ต้องแข่งกันเรื่องความเร็วและจังหวะ เช่นมินิเกมฟันดาบที่จะเหมือนการดวลดาบที่เมื่อตัวเกมบอกให้โจมตีกันแล้วผู้เล่นต้องทำท่าทางฟันดาบใครเร็วกว่าก็ชนะ

มีระบบจัดระเบียบเกม และใช้สมาร์ตโฟนเล่นร่วม

เกมมีระบบการจัดระเบียบการเล่นที่ดีเพราะนอกจากจะเลือกมินิเกมแยกมาเล่นได้แล้ว หากคุณเอาไปใช้เล่นในงานปาร์ตี้มันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เพราะจะมาพร้อมการเลือกระยะเวลาการเล่น เช่นจะเล่น 20 นาทีแบบต่อเนื่อง หรือจะลากยาวแบบ 40 นาทีไปจนถึง 1 ชั่วโมงได้เลย และเมื่อเลือกผู้เล่นก็จะเลือกทีมที่ต้องการอยู่แล้วจะเข้าสู่โหมดการเล่นแบบยาว ๆ เลือกเกมมาให้เล่นแบบสุ่ม

ส่วนการเล่นแบบหมู่คณะที่ผู้สร้างระบุว่าเล่นได้มากถึง 100 คน แน่นอนว่ามันไม่สามารถใช้ Joy-con 100 อันเพื่อการเล่นได้แน่เพราะ Switch ไม่รองรับจอยเกมมากขนาดนั้น แต่ปู่นินได้ใช้สิ่งที่ทุกคนต้องมีนั้นก็คือ “สมาร์ตโฟน” ที่สามารถเอามาใช้เชื่อมต่อเพื่อเล่นเกมได้ผ่านการใช้ระบบสแกน QR code ถือว่าเป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมมากเพราะมือถือทุกวันนี้ส่วนใหญ่มีระบบจับการเคลื่อนไหวในตัวอยู่แล้ว

และความดีงามคือตัวมินิเกมก็ปรับให้เข้ากับการเล่นหลายคนพร้อมกัน เช่นการแข่งกันลุกแข่งกันนั่งว่าใครทำได้เร็วที่สุด หรือการกระโดดเชือกพร้อมกัน และยังมีเกมที่ต้องใช้กล้องบนมือถือเพื่อเล่นด้วย แน่นอนว่าจะเล่นโหมดนี้ต้องมีคนจำนวนมากรวมทั้งมีห้องกว้าง ๆ ด้วย ทำให้มันเหมาะสมมากสำหรับงานปาร์ตี้ขนาดใหญ่เช่นงานเลี้ยงรุ่นหรืองานเลี้ยงบริษัท ที่ใครอยากหาเกมสนุก ๆ ไว้เล่นกันแนะนำให้เอา Everybody 1-2-Switch! ไปต่อโปรเจกเตอร์จอใหญ่รับประกันสนุกแน่นอน

Everybody 1-2-Switch! ถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจและเหมาะมากสำหรับการเอาไว้เล่นในงานปาร์ตี้ขนาดใหญ่ ที่มีคนเล่นหลายสิบไปจนถึง 100 คน แต่เมื่อเล่นด้วยจำนวนคนน้อย ๆ เช่นเล่นกับเพื่อน 2 คนอาจจะไม่ค่อยสนุกนักเพราะเกมเพลย์ไม่ต่างจากภาคแรกนัก อย่างไรก็ตามราคาขายของมันไม่ได้แพงนักใครอยากลองมินิเกมที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายจะลองไปหามาเล่นก็ถือว่าพอจะคุ้มค่าอยู่

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...