โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดอลลาร์อ่อนค่า หลังเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2566 เวลา 04.17 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2566 เวลา 11.40 น.
(file photo) REUTERS/Mohamed Azakir

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด อาจส่งผลทำให้เฟดชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตได้ ขณะที่เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 35.14-35.31 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 35.19/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

วันที่ 3 กรกฎาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม 2566 ว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/7) ที่ระดับ 35.27/29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (30/6) ที่ระดับ 35.61/ บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงภายหลังจากที่มีการเปิดเผยตัวเศรษฐกิจสำคัญที่อาจส่งผลถึงโอกาสในการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCB) ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญสำหรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 3.8% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบรายปีลดลงจากระดับ 4.3% ในเดือนเมษายน

ขณะที่ดัชนี PCB ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.1% ลดลงจากระดับ 0.4% ในเดือนก่อนหน้านี้ ส่วนดัชนี PCE พื้นฐานไม่นับรวหมวดอาหารและพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.6% ลดลงจากระดับ 4.7% ในเดือนก่อนหน้า และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 4.7%

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมิชิแกนมีการเปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ประจำเดือนมิถุนายน โดยปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 64.4 จากระดับ 59.2 ในเดือนก่อนหน้า ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 63.9 โดยดัชนีดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการที่ผู้บริโภคคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ รวมทั้งวิกฤตเพดานหนี้สหรัฐ

โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.14-35.31 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.19/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/7) ที่ระดับ 1.0906/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (30/6) 1.0914/18 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

โดยในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมาได้มีการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปในยูโรโซนประจำเดือนมิถุนายน โดยสำนักงานสถิติยุโรป (Eurostat) รายงานว่า ตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 5.5% เมื่อเทียบรายปี ลดลงต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อพื้นฐานไม่นับรวมราคาพลังงานและอาหาร ยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง โดยปรับขึ้นสู่ระดับ 5.4% ทั้งนี้ตลาดยังคงติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารออสเตรเลียในวันพรุ่งนี้ (4/7) รวมทั้งถ้อยแถลงจากนายแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม 2556 นี้

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0871-1.0918 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0888/91 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/6) ที่ระดับ 144.28/29 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (23/6) ที่ระดับ 144.37/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ภาพรวมค่าเงินยังคงอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยเดิมที่ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษ (ultra-low interest rates) ซึ่งตรงกันข้ามกับธนาคารกลางประเทศอื่น ๆ

โดยในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นหลายรายรวมทั้งนายมาชาโดะ คันดะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น รวมทั้งนายซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต่างแสดงความกังวลต่อการอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องของเงินเยน หลังจากที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าทะลุระดับ 1.44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าอ่อนค่าต่ำสุดในรอบกว่า 7 เดือน

ทั้งนี้นักลงทุนในตลาดคาดการณ์ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาด หากค่าเงินยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องจนแตะระดับ 145 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาเสถียรภาพไว้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 144.23-144.88 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 144.73/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและบริการประจำเดือนมิถุนายน (3/7), ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานประจำเดือนพฤษภาคม (3/7), รายงานการประชุมเฟดในรอบการประชุมวันที่ 13-14 มิถุนายน (6/7), การจ้างงานภาคเอกชนจากสถาบัน ADP (6/7), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (6/7), อัตราการว่างงานของสหรัฐ (7/7) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (7/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.75/11.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -10.25/-8.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...