"คาร์ม็อบ" บุกทัพบก-ทัพเรือ-ตำรวจ ซัดอ้าง 112 แท้จริงกลัวเสียอำนาจ
"คาร์ม็อบ" บุกทัพบก-ทัพเรือ-ตำรวจ ซัดอ้าง 112 แท้จริงกลัวเสียอำนาจ
สำหรับความเคลื่อนไหว “คาร์ม็อบ” วันที่ 16 ก.ค. เริ่มตั้งแต่เวลา 11.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง มวลชนผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล นำโดยนายอานนท์ นำภา ทนายจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน พร้อมภาคีเครือข่าย ใช้สื่อสังคมออนไลน์นัดหมายมวลชนแนวร่วม จัดการชุมนุมแบบคาร์ม็อบ เรียกร้องส.ว. เคารพเสียงประชาชน"Restpect My Vote" โดยมีการประสานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลเตรียมเส้นทางไปยัง 1.กองทัพบก 2.กองทัพเรือ 3.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ 4.หอศิลปะและวัฒนธรรม กทม. เพื่อนำใบลาออกไปยื่นให้ ผบ.เหล่าทัพทั้ง 6 คน ที่เป็น ส.ว. เพราะจงใจหลีกเลี่ยงไม่มาลงมติในการโหวตเลือกนายกฯวันที่13 ก.ค. ที่ผ่านมา
นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย อดีตนักโทษคดี ม.112 ให้สัมภาษณ์กรณีหากพรรคก้าวไกลยอมถอยเรื่อง ม.112 ว่า จะเป็นการขุดหลุมฝังศพตัวเอง สิ่งเดียวที่พรรคก้าวไกลยังคงอยู่ในตอนนี้ได้คือการยืนหยัดไม่เปลี่ยนแปลงในนโยบายยกเลิก ม.112 แม้เพลี่ยงพล้ำในการชิงตำแหน่งนายก แต่ไม่สามารถลดทอนจุดยืนยืนยัน ม.112 เป็นปัญหาของประเทศตอนนี้ไม่เพียงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทำลายคนเห็นต่างๆ แต่ถึงขั้นยับยั้งตำแหน่งผู้ที่จะมาเป็นนายกฯ ด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ควรยกเลิก ม.112 มากกว่าที่จะแก้ไข
ด้าน นายอานนท์ นำภา แกนนำผู้นัดชุมนุม กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวว่าจะมีพรรคเสียงข้างน้อยเสนอชื่อนายกฯ มาแข่งในวันที่ 19 ก.ค. สามารถทำได้ แต่ความชอบธรรมสูงสุด คือนายพิธา ขอให้ 8 พรรคร่วม เกาะกันให้แน่นแล้วยึดเสียงประชาชนที่เลือกมาเป็นหลัก แต่ถ้าโหวตครั้งที่สองนายพิธา ไม่ผ่านก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายประชาธิปไตยทั้งในและนอกสภาต้องมาคุยกัน
"ถ้าพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนขั้วไปรวมกับพลังประชารัฐหรือรวมไทยสร้างชาติตามที่เป็นข่าวเชื่อว่าต้องถูกประชาชนไล่ด่าแน่นอน มั่นใจการข้ามขั้วเป็นไปได้ยาก ในส่วนของส.ว. ก็เช่นกันถ้าประชาชนส่งเสียงดังขึ้นหลายคนอาจเปลี่ยนใจได้
จากนั้นในเวลา 14.00 น. ขบวนคาร์ม็อบไล่ ส.ว. เคลื่อนตัวออกจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มุ่งหน้าไปยังกองบัญชาการกองทัพบก มีขบวนรถจักรยานยนต์นับร้อยคันบีบแตรเสียงดังลั่นนำหน้า ตามมาด้วยรถเครื่องขยายเสียงของแกนนำ กระทั่งเวลา 14.10 น.ขบวนเคลื่อนมาถึงหน้ากองบัญชาการกองทัพบก พร้อมใจกันบีบแตรเสียงดังลั่น ก่อนนำจดหมายลาออกที่เตรียมมายื่นผู้นำเหล่าทัพ ใจความว่า
"ใบลาออกถึงสมาชิกวุฒิสภาจากประชาชนเขียนที่กองทัพบกไทย กองทัพเรือไทย กองทัพอากาศไทยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 16 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2566เรื่องขอลาออกเรียนประธานรัฐสภาไทยข้าพจ้า พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ พลเรือเอกเชิงชาย ชมเชิงแพทย์ พลอากาศเอก อลงกรณ์ วัณณรถ พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ของ รัฐสภาไทย มีความประสงค์ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกวุฒิสภา ของรัฐสภาไทย เนื่องด้วยเหตุผล(ประชาชนสามารถเติมคำตอบลงในช่องว่าง) จึงขอสิ้นสุดการทำงานตั้งแต่ วันที่ 16 เดือน กรกฎาคม พ.ศ .2566จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบขอแสดงความนับถือ” ก่อนที่นายทหารเวรรักษาการประจำวันของทบ.เดินออกมารับหนังสือไป
จากนั้นขบวนจะเคลื่อนไปยังกองบัญชาการกองทัพเรือในเวลา 15.10 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินยอดผู้ชุมนุมไว้ราว 600 คน เพื่อยื่นหนังสือลาออกให้ ก่อนมุ่งหน้าไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระราม 1 เหตุการณ์ทั่วไปปกติ เวลา 16.30 น.กลุ่มคาร์ม็อบเดินทางถึงหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แกนนำกลุ่มปราศรัยว่า "ทีสั่งฉีดน้ำใส่ประชาชนนี่ไวจัง ตอนไปโหวตเลือกนายก.ไม่แอ็คทีฟ แล้ววันที่ 19 ก.ค.จะขี้เกียจอีกหรือไม่" จากนั้นมีการยื่นหนังสือผ่านตัวแทนที่ออกมารับ กระทั่งเวลา16.40 น.คาร์ม็อบเดินทางต่อไปหน้าหอศิลปและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ สี่แยกปทุมวัน เพื่อตั้งเวทีสลับปราศรัยโจมตี ส.ว.
18.10 น.นายอานนท์ นำภา แกนนำคาร์ม็อบ ปราศรัยว่า ม.112 เป็นแค่ข้ออ้างของฝ่าย ส.ว. แต่จริงๆ แล้วผู้มีอำนาจกลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวพรรคก้าวไกลจะไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ไปเป็น รมว.ศึกษา เปลี่ยนหลักสูตรที่เขาเอาไว้ล้างสมองลูกหลาน กลัวไปจัดการกับตั๋วช้าง กลัวพลเมืองเป็นใหญ่เหนือทหาร กลัวไม่ได้ส่งผู้ว่าฯไปปกครองหัวเมืองแล้วประชาชนมีสิทธิ์ไปเลือกตั้งผู้ว่าฯของตัวเอง ที่สำคัญกลัวเช็คบิลทหารที่เคยอยู่ในศอฉ.และมีส่วนในการสลายชุมนุมเสื้อแดงปี 53 เมื่อเขากลัวเราต้องทำสิ่งเหล่านี้ให้เป็นจริง ขอส่งเสียงถึง 8 พรรคร่วม พรรคไหนแตกแถวก่อนเป็นเผด็จการ