โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลุ่มสิทธิอ้างทหารเมียนมาใช้ “ระเบิดสุญญากาศ” ถล่มหมู่บ้าน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 09 พ.ค. 2566 เวลา 14.18 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2566 เวลา 07.04 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 9 พ.ค. – ฮิวแมนไรท์วอทช์อ้างว่า กองทัพเมียนมาใช้ระเบิดสุญญากาศในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศกับหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เมื่อเดือนเมษายน ที่มีข่าวว่ามีคนเสียชีวิตราว 170 คน จึงเข้าข่ายก่ออาชญากรรมสงคราม

ฮิวแมนไรท์วอทช์ ซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐ แถลงวันนี้ว่า จากการวิเคราะห์ภาพถ่ายศพ 59 ภาพ และคลิปบันทึกภาพสถานที่หลังเกิดเหตุ ทำให้ประเมินได้ว่ากองทัพเมียนมาใช้ระเบิดสุญญากาศโจมตีหมู่บ้านปาซี จี ในภูมิภาคสกาย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ทำให้พลเรือนบาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างไม่เลือกหน้า เข้าข่ายก่ออาชญากรรมสงคราม จึงขอเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซี ใช้มาตรการคว่ำบาตรอาวุธกับเมียนมา ส่งเรื่องฟ้องเมียนมาต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี (ICC) และใช้มาตรการลงโทษอาณาจักรธุรกิจของกองทัพเมียนมา เนื่องจากปฏิบัติการทางทหารโดยมิชอบของเมียนมาขึ้นกับความสามารถในการซื้ออาวุธและเสบียงต่างๆ อาเซียนและยูเอ็นเอสซีจะต้องพิจารณาทบทวนวิธีการไร้ผลที่ใช้กับเมียนมาและใช้มาตรการที่แข็งกร้าวมากยิ่งขึ้น

ระเบิดสุญญากาศมีอานุภาพร้ายแรงมากกว่าระเบิดทั่วไป มีการทำงาน 2 ขั้นตอน ขั้นแรกเป็นการปล่อยส่วนผสมเชื้อเพลิงให้กระจายออกมาเป็นกลุ่มควันรอบเป้าหมาย ขั้นที่ 2 เป็นการจุดระเบิดด้วยการดูดออกซิเจนออกจากบรรยากาศรอบข้าง ทำให้เกิดลูกไฟขนาดมหึมา ระเบิดสุญญาอากาศไม่ใช่อาวุธที่ถูกกำหนดห้ามไว้ในสนธิสัญญาสากล แต่การนำมาใช้กับพลเรือนอาจถือเป็นการก่ออาชญากรรมสงครามได้.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...