เจาะลึก “นักพิสูจน์” อักษร อีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญของทุกตัวหนังสือ [BrighterBee | Build a Biz | Plot to Publish]
การที่จะผลิตหนังสือออกมาสักหนึ่งเล่ม หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงแค่ตัวนักเขียนเริ่มต้ดจรดนิ้วมือลงกับแป้นพิมพ์ ก็คงจะออกมาเป็นหนังสือได้แล้ว ซึ่งนั่นก็อาจจะจริง แต่ถ้าจะให้ออกมาเป็นหนังสือหนึ่งเล่มที่เพอร์เฟ็กต์สมความคาดหมายของผู้อ่าน แน่นอนว่ายังมีอีกหลาย ๆ องค์ประกอบที่ช่วยกันหล่อหลอมให้กลายมาเป็น “ผลงานชิ้นโบว์แดง” ไม่ว่าจะเป็นทั้งนักวาดภาพประกอบ บรรณาธิการ หรือ “นักพิสูจน์อักษร”
ในสัปดาห์นี้ BrighterBee จะพาทุกท่านมาเจาะลึกกับอาชีพ “นักพิสูจน์อักษร” อีกหนึ่งส่วนที่จะมาช่วยเติมเต็มจากการตรวจสอบความถูกต้องในรายละเอียดของทุกตัวอักษร กับคุณแอม หทัยรัตน์ ดอกบุญนาค นักพิสูจน์อักษรที่มีประสบการณ์การทำงานด้านนี้มามากกว่า 10 ปี พร้อมทั้งผลงานการพิสูจน์อักษรมาอีกนับไม่ถ้วน
คุณแอมจบการศึกษาจากคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ก้าวแรกสู่วงการนักพิสูจน์อักษรของคุณแอมนั้นมาจากการชักชวนของคนรู้จักให้ได้ลองตรวจคำผิดในหนังสือดูสักครั้ง ซึ่งคุณแอมเองก็บอกว่าตัวเองนั้นเป็นคนที่ชอบ “จับผิด” ไม่ว่าจะอ่านหรือสังเกตอะไร จึงเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพที่เต็มไปด้วย Passion นี้
“เวลาพี่รับงาน พี่จะบอกว่าพี่รับพิสูจน์ทุกที่ที่มีอักษร”
งานพิสูจน์อักษรไม่ใช่เพียงแค่การทำงานกับหนังสือเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการทำงานกับทุกที่ที่มีตัวอักษร มีข้อความ มีเนื้อหา ที่ผู้เขียนหรือผู้สร้างสรรค์ผลงานต้องการที่จะสื่อสารอะไรบางอย่างกับผู้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ข้อความในโปสเตอร์ ข้อความในป้าย และอื่น ๆ อีกมากมาย
ผลงานชิ้นโปรดของคุณแอมนั่นก็คือ “พจนานุกรมภาษาถิ่นภูเก็ต พุทธศักราช 2560” ที่เป็นหนังสือรูปเล่ม และงานพิสูจน์อักษรข้อความในงานนิทรรศการในพิมพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ซึ่งก็จะเห็นได้ว่า การพิสูจน์อักษรนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในหนังสือรูปเล่มแต่อย่างใด เพราะหัวใจหลักของงานพิสูจน์อักษรคือความถูกต้องของทุกตัวอักษร
การทำงานในฐานะนักพิสูจน์อักษรนั้นไม่ใช่งานที่จะทำงานได้เพียงแค่คนเดียว แต่เป็นงานที่จะต้องมีการประสานงานติดต่อกับหลาย ๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้เขียน ผู้เชี่ยวชาญ ทีมกราฟิก หรือว่าบรรณาธิการ เพื่อที่จะติดต่อและร่วมงานกันให้ได้อย่างราบรื่น อย่างเช่น การทำงานพิสูจน์อักษร จะเป็นเหมือนการให้คำแนะนำกับนักเขียน ที่จะต้องมีการสอบถามและพูดคุยว่าสิ่งที่ทั้งตัวผู้เขียนและนักพิสูจน์อักษรกำลังมองหาคืออะไร หรือการประสานกับฝ่ายกราฟิกหลังจากที่มีการจัดหน้าและทำกราฟิกมาแล้ว ว่ามีการแบ่งวรรคคำอย่างไร และถ้าหากมีแก้ ทีมกราฟิกควรแก้อย่างไร
หลายคนอาจจะคิดว่าการทำงานพิสูจน์อักษรนั้นจำเป็นจะต้องแก้สำนวนของผู้เขียนด้วย แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้น คุณแอมกล่าวว่านักพิสูจน์อักษรมีหน้าที่ในการตรวจหาคำผิด แต่จะไม่ก้าวเข้าไปแก้สำนวนการเขียนของนักเขียน แต่นอกจากคำผิดแล้ว นักพิสูจน์อักษรยังสามารถช่วยแก้ไขการใช้คำซ้ำ คำฟุ่มเฟือย หรือการแบ่งวรรคคำ ให้ภาษาของนักเขียนออกมาดูเป็นธรรมชาติและลื่นไหลมากขึ้นอีกด้วย
คุณแอมบอกว่า ข้อดีของการเป็นนักพิสูจน์อักษรคือ หลาย ๆ ครั้งเป็นงานที่เป็นอิสระ สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ จะนั่งอยู่ในร้านกาแฟ ริมทะเล หรือที่ไหนก็ตาม ขอเพียงแค่มีต้นฉบับ และพจนานุกรมที่ใช้เป็นอ้างอิง เพียงแค่นี้ก็สามารถทำงานได้แล้ว และนอกจากนี้การได้เจอเรื่องราวใหม่ ๆ เนื้อหาใหม่ ๆ จากผลงานเขียนต่าง ๆ จากนักเขียนหลากหลายสังคม ไม่ว่าจะเป็น คู่มือ นิตยสาร หรือหนังสือราชการ ก็เป็น
นอกจากความรู้ทางภาษาแล้ว การจะเป็นนักพิสูจน์อักษรยังต้องมีการอ่านหนังสือให้แตกฉาน อ่านให้เข้าถึงตัวบทและ Context เพื่อที่ตัวนักพิสูจน์อักษรเข้าใจว่าผู้เขียนต้องการจะสื่ออะไร แล้วเราจะมีส่วนช่วยในการทำให้รายละเอียดทุกอย่างในทุกข้อความของนักเขียนนั้นออกมาสมบูรณ์แบบได้อย่างไร รวมถึงยังต้องเก็บทุกรายละเอียดเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น
คุณแอมมองว่า ตัวนักพิสูจน์อักษรเองอาจจะไม่ได้สำคัญเท่ากับตัวนักเขียนเอง แต่ว่าการมีอยู่ของนักพิสูจน์อักษรจะเป็นการช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระหน้าที่ที่ตัวนักเขียนอาจจะแบกรับไม่ไหว หรือบางทีตัวนักเขียนอาจจะมองข้ามรายละเอียดในหลาย ๆ จุด นักพิสูจน์อักษรจึงเป็นเหมือนเครื่องปรุงที่จะมาช่วยเติมแต่งรสชาติให้อาหารจานโปรดนั้นออกมาอร่อยที่สุด
ติดตามชมการสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ Youtube : Brighterbee