โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้สึกแย่ เจ็บปวด สะเทือนใจ รับมืออย่างมีสติยังไง เมื่อได้รับ ‘Bad Feedback’ จากหัวหน้า

TODAY

อัพเดต 27 มิ.ย. 2566 เวลา 14.07 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2566 เวลา 07.07 น. • workpointTODAY

เป็นธรรมดาในชีวิตการทำงานที่จะต้องเจอกับความคิดเห็นอันหลากหลาย ทั้งแบบที่ฟังแล้วรับได้ ไปจนถึงแบบที่ฟังแล้วสร้างความสะเทือนใจ เสียใจ เพราะหีบห่อไว้ด้วยคำพูดรุนแรง-ความหมายทิ่มแทง ปราศจาก ‘วาทศิลป์’ ในการพูด หรือที่เรียกว่า ‘Bad Feedback’

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยได้รับ ‘Bad Feedback’ แล้วรู้สึกแย่ นั่นไม่ได้หมายความว่า คุณเป็นคนปิดกั้น ไม่รับความเห็นต่าง แต่เพราะเราเป็นมนุษย์ที่ยังมีความรู้สึกและยังแคร์อยู่ว่า ศักยภาพ-ผลงานของตัวเองจะเป็นเช่นไร

นักเขียนงานด้านจิตวิทยาบอกว่า ไม่ต้องรู้สึกแย่เมื่อเกิดความรู้สึกเหล่านี้ขึ้น แต่จงระลึกไว้เสมอว่า อย่างน้อยที่สุด คุณยังเป็นมนุษย์ทำงานคนหนึ่งที่ไม่ปิดกั้นความคิดเห็น ยังมีความกระตือรือร้นที่อยากจะพัฒนาตัวเองอยู่

เพียงแต่เราต้องมาหาคำตอบก่อนว่า ความหมายโดยนัยของฟีดแบ็กที่รุนแรงเหล่านี้มีอะไรที่สามารถหยิบมาเป็น ‘Key Takeaway’ ได้บ้าง

[ ทำความเข้าใจอารมณ์ของตัวเอง แกะความหมายใต้ความรุนแรง ]

ผู้เชี่ยวชาญด้านอารมณ์ในที่ทำงานให้ความเห็นว่า สิ่งแรกที่ต้องทำหลังได้รับ ‘Bad Feedback’ ไม่ใช่การรับคำวิจารณ์เหล่านั้นใส่ตัวทันที แต่ต้องหาทางแกะอารมณ์ก่อนว่า เรากำลังรู้สึกอะไรอยู่ โกรธ เสียใจ กลัว วิตกกังวล ฯลฯ

Liz Fosslienผู้เขียนหนังสือขายดีจาก The Wall Street Journal ที่มีชื่อว่า ‘No Hard Feelings: The Secret Power of Embracing Emotion at Work and Big Feelings: How to Be Okay When Things Are Not Okay’ บอกว่า หากคุณเริ่มรู้สึกว่า ตนเองอยู่ในสภาวะที่มีอารมณ์ท่วมท้นไปหมดให้ลองพิจารณาและ ‘ตั้งชื่อ’ ให้อารมณ์เหล่านั้นดู

เมื่อได้รับคำพูดที่ไม่ดีเรามักติดอยู่ในวังวนของคำพูดเหล่านั้น Liz จึงแนะนำว่า ให้ดึงตัวเองออกจากสถานการณ์นั้นแล้วสร้างพื้นที่ปลอดภัยด้วยการตั้งสติแล้วมี ‘Self-talk’ กับตัวเอง

เช่น คุณอาจจะพูดกับตัวเองว่า “ตอนนี้ฉันไม่พร้อมจะอยู่ที่นี่และจะค่อยกลับมาทีหลัง” หรือ “ฉันกำลังมีอารมณ์และปฏิกริยารุนแรงกับสิ่งที่หัวหน้าพูด และต้องการขอเวลานอก”

จากนั้นให้ประเมินระดับอารมณ์ของตัวเอง จาก 1 ถึง 10 ณ ตอนนี้เราอยู่ในเลเวลไหน และระดับใดที่เป็นเดดไลน์ของตัวเอง (ถ้า 10 คือโกรธมาก ถ้า 4 แปลว่าสงบลงแล้ว เป็นต้น)

หลังจากนั้นใช้วิธี ‘แยกเมล็ดข้าวออกจากแกลบ’ ความหมายก็คือ ใน ‘Bad Feedback’ ที่ได้รับมา ส่วนไหนคือข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และสามารถนำมาพัฒนาผลงานต่อได้

เพราะสำหรับบางคนแล้วแม้เขาจะพูดออกมาด้วยอารมณ์โกรธ คำพูดไม่น่าฟัง แต่คำพูดรุนแรงเหล่านั้นก็อาจจะช่วยต่อยอดให้คุณประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน หัวหน้าของคุณอาจจะอ่อนด้อยทักษะทางการสื่อสารและไม่สามารถถ่ายทอดฟีดแบ็กออกมาได้ดีพอ

นี่เป็นอีกขั้นตอนที่ให้ความรู้สึก ‘ท้าทาย’ กับภาวะทางอารมณ์อยู่ไม่น้อย เพราะแม้จะเป็นกรณีที่เรารู้สึกไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดและวิธีนำเสนอ แต่ให้ลองท้าทายตัวเองด้วยการค้นหาแง่มุมที่อีกฝ่ายพูดดู

ผู้เชี่ยวชาญเปรียบเทียบว่า แม้จะมีแกลบเต็มถังและมีข้าวสารเพียงเมล็ดเดียว แต่ก็คุ้มที่จะลองค้นหาแล้วหยิบมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดดู ไม่แน่ว่า นั่นอาจจะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณค่ากับคุณก็ได้นะ

[ ฟีดแบ็กกลับไป ตัดสินใจว่าจะ ‘ตกปลา’ หรือ ‘ตัดเบ็ด ]

เมื่อถอดรหัสฟีดแบ็กออกมาได้แล้ว หากคุณเห็นด้วยกับข้อเสนอเหล่านั้นให้หยิบมาทำตามดู จากนั้นอัปเดตให้หัวหน้าของคุณรู้ว่า คุณได้นำคำติชมมาพัฒนา-ปรับปรุงอย่างไรบ้าง หากไม่เห็นด้วยในจุดไหนให้อธิบายด้วยเหตุผลอย่างมีวุฒิภาวะ

แน่นอนว่า ในจุดที่เป็นคำพูดรุนแรง ‘คุณ’ ในฐานะผู้ฟังและได้รับฟีดแบ็กนั้นโดยตรงก็มีสิทธิที่จะสะท้อนกลับไปให้หัวหน้ารับรู้ด้วยว่า วิธีถ่ายทอดคำพูดของเขาส่งผลกระทบกับคุณอย่างไรบ้าง

Liz เล่าว่า หนึ่งในผู้เข้าร่วมการเวิร์กชอปของเธอเล่าให้ฟังว่า เคยพูดอย่างตรงไปตรงมากับหัวหน้าที่ชอบพูดเสียงดังและตะคอกใส่บ่อยๆ ว่า “ฉันรู้ว่าตอนนี้คุณกำลังอารมณ์เสีย แต่เวลาคุณตะคอกใส่ฉัน ฉันทำงานต่อไม่ได้”

หลังจากนั้นหัวหน้าของเธอขอโทษและตระหนักได้ว่า เขาทำร้ายการทำงานของเธอโดยไม่ตั้งใจมากขนาดไหน หลังจากนั้นความรุนแรงทางคำพูดและอารมณ์ก็ลดลง สะท้อนให้เห็นว่า การพูดคุยอย่างตรงไปตรงมามีประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

ในทางกลับกันก็มีหัวหน้าหลายคนที่ไม่สามารถยอมรับฟีดแบ็กได้ แต่การลาออกทันทีไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด เราอาจเริ่มจากการเว้นระยะห่าง เพราะหัวหน้าที่ไม่รับฟังและมีกำแพงย่อมสร้างความลำบากใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างลูกน้อง

แต่ถ้าเว้นระยะห่างและทำงานตามมาตรฐานไปสักพักแล้ว ยังเกิดช่องว่างที่เราและหัวหน้าต่อไม่ติด สื่อสารกันไม่ได้อยู่ นั่นก็อาจเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ได้ว่า เราควรไปต่อหรือพอแค่นี้ เราอาจลองปรึกษาผู้บริหารที่มีอำนาจเหนือกว่าดูว่าจะช่วยกันแก้ปัญหายังไงได้บ้าง

ถ้าสุดท้ายหัวหน้าไม่สามารถให้คำแนะนำดีๆ ที่เป็นประโยชน์กับการทำงานได้ การมองหางานใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เจอกับสิ่งที่ดีที่ใช่มากกว่า

อ้างอิง hbr

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...