โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุรามาฯ-ธนารักษ์ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท เคาะได้ผู้รับเหมา

BTimes

อัพเดต 14 ก.ค. 2566 เวลา 15.21 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2566 เวลา 08.21 น. • BTimes.Biz

ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2565 อนุมัติให้กรมธนารักษ์และบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ DAD Asset Development ดำเนินโครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ-ธนารักษ์ (Senior Housing Zone) โดยกรมธนารักษ์ได้ดำเนินการเปิดจองสิทธิห้องพักโครงการฯ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ให้กับประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 58 ปี ขึ้นไป จากนั้นวันที่ 19 กันยายน 2565 DAD ได้ดำเนินการจับสลากรายชื่อผู้จองสิทธิ เพื่อให้ได้หมายเลขห้องครบถ้วน จำนวน 891 ห้อง และรายชื่อผู้จองสิทธิสำรอง จำนวน 576 ราย โดย DAD ได้ประกาศผลการจับสลากผ่านทางเว็บไซต์โครงการฯ พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งไปยังผู้ได้รับสิทธิทุกราย

สำหรับการจัดหาผู้ดำเนินการก่อสร้างโครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ-ธนารักษ์ DAD ได้ดำเนินการด้วยวิธี e-bidding จำนวน 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2565 แต่ต้องยกเลิกประกาศประกวดราคางานจ้างฯ เนื่องจากราคาที่เสนอเกินวงเงินงบประมาณ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2565 แต่ต้องยกเลิกประกาศประกวดราคางานจ้างฯ เนื่องจากมีผู้ยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียว ซึ่งในภายหลังผู้ออกแบบโครงการฯ บริษัท สถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม อาศรมศิลป์ จำกัด ได้มีหนังสือแจ้งขอปรับปรุงราคาค่าก่อสร้าง DAD จึงได้ดำเนินการจัดหาผู้ดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ เป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2566 ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2566 คณะกรรมการ DAD ได้มีมติอนุมัติจ้าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ก่อสร้างโครงการฯ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,188,587,030 บาท

โดยโครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ-ธนารักษ์ ได้รับการออกแบบโดย บริษัท สถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม อาศรมศิลป์ จำกัด มีแนวคิดให้เป็นที่พักอาศัยผู้สูงอายุแบบครบวงจรในรูปแบบ Universal Design โดยคำนึงถึงความสะดวก ความปลอดภัย มีอุปกรณ์ช่วยเหลือที่ครบครันทั้งภายในและภายนอกห้อง มีการเลือกใช้วัสดุเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยลดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่อึดอัด โดยมุ่งหวังที่จะสร้างชุมชนของผู้สูงอายุให้มีชีวิตชีวา ไม่เงียบเหงา ผู้พักอาศัยได้มีปฏิสัมพันธ์ในเชิงสังคมด้วยกิจกรรมที่สนุกสนานร่วมกับเพื่อนบ้านในวัยเดียวกัน โดยพื้นที่โครงการแบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่
1. โซนศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจร และบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย (Hospice Zone) ดำเนินงานโดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
2. โซนพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการการพักฟื้น หรือฟื้นฟูสุขภาพ (Nursing Home Zone) สำหรับผู้สูงอายุที่เข้าสู่ภาวะต้องพึ่งพิง หรือติดเตียงและเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย ดำเนินงานโดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
และ 3. โซนพื้นที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Housing Zone) ดำเนินงานโดย DAD

สำหรับผู้ที่เข้าพัก สามารถพักอาศัยได้ 2 คนต่อยูนิต ในระยะเวลา 30 ปี สามารถขายสิทธิหรือโอนสิทธิให้บุคคลอื่นได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก DAD ในฐานะผู้บริหารโครงการฯ ผู้ที่พักอาศัยยังได้รับสิทธิในด้านการดูแลรักษาพยาบาล โดยปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ว่า DAD ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการเริ่มต้นก่อสร้างโครงการฯ ครบถ้วนแล้วหรือไม่ ทั้งนี้หาก สศช. พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว DAD จะสามารถลงนามจ้างก่อสร้างได้ทันที ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...