โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กุ้งพลอย ก่อนเจอศรราม มีรัก 7 ปี กับพระเอกช่อง 3 ชี้ คนเดียวที่ยอมก้มกราบคือพ่อของลูก

The Bangkok Insight

อัพเดต 14 ก.ค. 2566 เวลา 06.16 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2566 เวลา 06.10 น. • The Bangkok Insight

กุ้งพลอย ย้อนเล่ารักสุดช้ำ! เผยก่อนเจอศรราม มีรัก 7 ปี กับพระเอกช่อง 3 ชี้ คนเดียวที่ยอมก้มกราบคือพ่อของลูก

กุ้งพลอย กนิษฐรินทร์ เปิดใจกับ แพท ณปภา ในรายการ โดนเทเซมาที่แพท เล่ารักสุดช้ำ! อดีตแฟนหนุ่มพาสาวมาฟีทเจอริ่งทับที่ ให้อภัยซ้ำซากจนต้องเดินออกมาเอง พร้อมเผยปมแยกทางพ่อของลูก ไม่คาดหวังจะได้รีเทิร์นรัก ขอแค่โอกาสได้ทำหน้าที่แม่

กุ้งพลอย เผยว่า เคยมีแฟนมา 10 คน พ่อของลูกคือคนที่ 10 มีทั้งเราเทเขา และเราโดนเทบ้าง คนที่ทำให้ปลดล็อกคือประมาณคนที่ 4-5 เขาเจ้าชู้มาก ทำให้รู้ว่ารักแท้ รักเดียวใจเดียว ซื่อสัตย์ ไม่สามารถเหนี่ยวรั้งคนหนึ่งให้รักเราตลอดไปได้ ความดีก็ไม่ใช่ ฉันรักเขาเพราะเขาดี รักเพราะเขาเลวก็มี

คนนี้สอนให้รู้ว่าเจ้าชู้สุด ๆ เป็นแบบไหน กลับมาที่ห้องเห็นเขามีอะไรกัน หลายครั้งแต่ให้อภัย เราเทเขา เพราะเขาไม่หยุดเจ้าชู้ จนเราทนไม่ไหวแล้ว ทั้งที่รักเขามาก ไปเที่ยวผับเจอเขาอยู่กับผู้หญิง เขาก็วิ่งหนีออกอีกประตู พอเห็นเราเขาก็นั่งไหว้ไม่ทำอีกแล้ว ถ่ายละครเร็วกลับมาก็เจอ อยู่ในห้องที่เราอยู่ด้วยกัน ถุงยางก็ใช้แล้ว

มาเจออีกคนดีมาก คนนี้คบยาวมาก 7 ปี ตอนนั้นเขาเป็นพระเอกใหม่ช่อง 3 เป็นฝรั่ง แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว ตั้งแต่เลิกกันเขาก็กลับอเมริกาเลย

ส่วนพ่อของลูก เขาก็เป็นคนชัดเจน เขารับครอบครัวเราที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบได้ ที่อาจจะไม่ได้สถานะดี สิ่งที่ชอบในตัวพี่หนุ่ม (ศรราม) มาก เราบอกไม่ต้องการงานแต่ง คบแล้วไม่ต้องเปิดตัวก็ได้ แต่เขาไม่ได้ เราลืมคิดมุมเขา ทุกคนมองว่าเรามาจับ ข่าวออกมาเหมือนพลาดท้อง เอาจริงเกิดจากความตั้งใจ เราอยากให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่พี่หนุ่มรักจนวันตายคือลูก

แต่แล้วต้องแยกย้ายกัน เมื่อก่อนจะเสียใจมากกับคำว่าพัง เพราะตอนนั้นยังไม่ได้ผ่านประสบการณ์อะไรที่หนักหนาเยอะ ยังสอนอะไรไม่ได้ให้โตขึ้นจริง ๆ มีหนี้มาแต่ไม่ได้บอกหมด เอาอีกครึ่งหนึ่งมาแก้เอง แต่แก้ไม่ได้ ยิ่งแก้ยิ่งรัดตัวเอง ปัญหาที่แยกกันจะโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเห็นแก่ตัวเกินไป แต่ก็ต้องกลับมาโทษตัวเราเองด้วย อาจจะมีส่วนผิด เราต้องแก้ในจุดของเรา

ส่วนเรื่องลูก เราพยายามเข้าหาลูกตลอด ถามว่าทำไมออกมาเหมือนพ่อแม่ตีกัน ทั้งที่มีลูกคนเดียวกัน คือถ้าเราคุยกันหลังบ้าน ยอมลดทิฐิทั้งคู่ลง แต่มันไม่มี เราคุยผ่านคนอื่นทำให้บางอย่างคลาดเคลื่อน ยังไม่มีข้อตกลงเลย

“4 เดือนที่เราไม่ได้เจอลูก เพราะเรามีบางอย่างที่ไม่เข้าใจกัน เราเลยไม่ได้เป็นตัวกำหนด อยู่ที่พี่หนุ่มตัดสินใจ เราก็เคารพการตัดสินใจนั้น แต่รอบนี้แปลกที่พี่หนุ่มตัดสินใจแบบนี้ ทำให้เรากลับมาทบทวนหลายอย่าง ว่าเราจะหาความสุขอย่างไรกับการไม่ได้เจอลูก และไม่ได้วิดีโอคอลคุยกับลูก วันนี้เราเย็นลงมาก ๆ สิ่งที่ได้ คือ สิ่งที่พี่หนุ่มเขากำลังทำให้เราได้นอนกอดลูก ตอนเราโมโหเรามองไม่เห็น เขาพยายามเคลียร์คอนโด เรามองไม่เห็นตรงนั้นที่เขาจะให้อะไรเรา เราโกรธอย่างเดียว เห็นหน้าก็ไม่อยากจะเห็น”

ที่ผ่านมาคืออารมณ์ของเราคนเดียว พอวันหนึ่ง อารมณ์ อีโก้ ความโกรธตรงนี้ มันลดน้อยลง แทบจะไม่มีแล้วตอนนี้ มันกลับมองเห็นเขาขึ้นคอนเสิร์ต กับลูกเรา มันน่ารักดี เมื่อก่อนจะคิดว่าเวลาที่เขาให้ลูกมันน้อย วันนี้มีความสุขแล้ว วีจิ ไปออกรายการไหน วีจิมีรอยยิ้มแล้ว

ส่วนโอกาสกลับเป็นครอบครัว เมื่อก่อนคิดมาก ๆ ยอมจีบเขาก็ได้ ยอมก้มกราบเอาพานแพกราบขอโทษในสิ่งที่ทำผิดไป เขาก็เป็นคนแรกในชีวิตที่ทำอะไรแบบนี้ให้จริง ๆ แต่ตอนนี้ไม่ได้คาดหวัง ถ้าเขาเปิดโอกาสให้เราทำหน้าที่แม่ แล้วเขามีความสุขกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เรา เราก็มีความสุขด้วย เท่านั้นเลย ตอนนี้สิ่งที่ต้องการให้เขามีความสุข คือ คน ๆ นั้นไม่ใช่เราก็ได้ เป็นคนอื่นที่เขารัก วีจิ หรือรักเขาได้จริงๆ แต่ให้เราทำหน้าที่แม่เท่านั้นจริง ๆ

ถามว่าตอนนี้โสดไหม มีคนจีบมาตลอด แค่ไม่เปิด ที่เคยประกาศโสดตลอดชีวิต ยอมให้คนด่า ไม่โสดตลอดชีวิตแล้ว เพราะชีวิตนี้อยู่แล้วชุ่มชื่นได้ สถานะตอนนี้มีคนคุย แต่ไม่ได้คุยกับใครจริงจัง แต่มีคนคุยเยอะมากเลย อยากปลดล็อกดู

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...