โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ส่งสายลับแฝงตัว ตามจับ 'สุนทรฟู่' ครูดีเด่น ติดพนัน ลวงครูจองที่พัก แต่งกลอนสดเตือนสติ

Khaosod

อัพเดต 14 ก.ค. 2566 เวลา 05.33 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2566 เวลา 04.33 น.

รวบ 'สุนทรฟู่' ครูภาษาไทยดีเด่น หลอกนศ.-ครูด้วยกัน จองที่พัก เสียหายกว่า 1 แสน ตร.ต้องแฝงตัวเข้าวงการนวดตามรวบ โดนจับยังแต่งกลอนสดเตือนสติ

เมื่อวันที่ 14 ก.ค.66 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.PCT ชุดที่ 5 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ทองแพ, พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว สว.กก.2 บก.สส.บช.น., พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.(สอบสวน) บก.สส.บช.น.

ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 และชุดสืบสวนนครบาล (บก.สส.บช.น.) นำกำลังสืบสวนติดตามจับกุมตัว นายวิวัฒน์ หรือ “ครูฟู่หรือสุนทรฟู่ อายุ 36 ปี ผู้ต้องหา 4 หมายจับ ดังนี้ หมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 742/2565 ลงวันที่ 22 พ.ย.65 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” (สน.บางยี่เรือ)

2.หมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ที่ 17/2566 ลงวันที่ 10 ม.ค. 66 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” (สภ.บางม่วง)

3.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาครที่ 19/2566 ลงวันที่ 27 ม.ค.66 ข้อหา “ฉ้อโกง และโดยทุจริต หรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” (สภ.บ้านแพ้ว)

4.หมายจับศาลแขวงพระนครเหนือที่ 292/2566 ลงวันที่ 30 พ.ค.66 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง” (สน.วังทองหลาง)

โดยกล่าวหาว่า “ฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยจับกุมได้ขณะที่กำลังจะย้ายถิ่นที่ พักกับแฟนหนุ่ม LGBTQ+ สัญชาติลาว ภายในห้องพักของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ในเขตบางเขน เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากชุดสืบสวนได้รับการร้องเรียน กรณีครูฟู่อดีตครูสอนภาษาไทยโรงเรียนชื่อดังในพื้นที่ จ.กรุงเทพฯ จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 และได้รับรางวัล “ครูภาษาไทยดีเด่นแห่งชาติ” ประจำปี 2560 จนได้รับสมญานามว่า “สุนทรฟู่” ก่อเหตุหลอกให้เช่าบ้านพัก เพื่อทำกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนในต่างจังหวัด หรือหลอกให้เช่าห้องพักในงานรับปริญญา และหลอกลวงเหล่าคุณครู ที่ต้องการพาเด็กไปร่วมกิจกรรมนี้ที่ จ.น่าน

โดยอ้างว่าตนมีที่พักให้เช่า เพื่อให้เหล่านักเรียนมาร่วมกิจกรรม โดยครูฟู่อาศัยโปรไฟล์ในอดีตที่เคยเป็นครูดีเด่น สร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง ซึ่งมีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 100 ราย มีหมายจับ 4 หมายจับ

พล.ต.ต.ธีรเดช หน.PCT ชุดที่ 5 สืบสวนติดตามจับกุมตัว “ครูฟู่ ส่งชุดสืบสวนแฝงตัวเข้าสู่วงการนวดของ LGBTQ+ เป็นเวลากว่า 1 เดือน จนได้เบาะแสว่าปัจจุบันครูฟู่กินอยู่กับแฟนหนุ่มละแวกพื้นที่ ซ.วัชรพล เขตรามอินทรา จ.กรุงเทพมหานคร จึงลงพื้นที่ติดตาม จนกระทั่งพบว่า ครูฟู่เดินออกจากห้องพักเพียงวันละ 1 ครั้ง หรือบางวันไม่ออกมาสู่โลกภายนอก

ต่อมาวันที่ 13 ก.ค. 66 พล.ต.ต.ธีรเดช นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด PCT5 และ สืบนครบาล นำกำลังเข้าจับกุมตัวครูฟู่ได้ โดยจับกุมได้ขณะที่กำลังจะย้ายถิ่นที่พักกับแฟนหนุ่ม LGBTQ+ สัญชาติลาว โดยจับกุมได้ที่ห้องพักดังกล่าว

จากการสอบสวนนายวิวัฒน์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และเปิดเผยถึงความพลิกผันของชีวิตตนเอง เพื่อเป็นอุทาหรณ์ โดยให้การว่า

ตนจบชั้นปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 หลังจากเรียนจบก็ไปเป็นครูอัตราจ้างที่โรงเรียนชื่อดัง กระทั่งปี 2555 สอบบรรจุครูได้ด้วยความสามารถ จึงได้เป็นตำแหน่งหน้าห้องของผอ.โรงเรียน

กระทั่งมีเรื่องของวงโยธวาธิตที่ขอยืมเงินนักธุรกิจคนหนึ่ง ทำให้มีเรื่องราวทำให้ตนขอย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนอื่น ถือเป็นยุครุ่งเรืองที่สุด เพราะได้รับโอกาสเข้าไปช่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยอีกหน้าที่หนึ่ง และมีโอกาสแต่งบทอาเศียรวาท จนกระทั่งได้รับรางวัลครูดีเด่นประจำปี และได้สมญานามว่า 'สุนทรฟู่' กระทั่งในปี 2563 โรงเรียนเปลี่ยน ผอ.โรงเรียนและตนไม่ลงรอยกับผู้บังคับบัญชาคนใหม่ โดยทำงานหนักหลายหน้าที่จนป่วย

นายวิวัฒน์ให้การว่า จนกระทั่งเมื่อตนมาทำงานไม่ไหว ทำให้ตนตัดสินใจไม่ไปโรงเรียนอีก จนถูกตั้งกรรมการสอบสวน ช่วงนั้นชีวิตเริ่มเป๋แล้ว โดยรับว่าช่วงนั้นติดแฟนหนุ่ม ซึ่งเจอกันจากที่จ้างมานวด LGBTQ+ แล้วปิ๊งกัน และช่วงนั้นก็ติดการพนันปั่นสล็อต ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ และครั้งแรกยังมีเงินเก็บที่ยังเหลือ ก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้ พอผ่านไปสักพักหนึ่งเงินเริ่มหมด

ก็เริ่มโทรไปขอยืมเงินจากนักเรียนและครูที่เคยรู้จัก โดยเหล่านักเรียนนั้นกตัญญูรักครูมาก ให้มาทีละ 1,000 - 2,000 บาท บางคนให้ถึง 4,000 บาท ก็มี ยอมรับว่ายืมเด็กๆ แล้วไม่ได้คืน ส่วนเพื่อนครูนั้นตอนตนไปขอยืมเงินถูกเมิน และทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน ทำให้เสียใจมากๆ หลังจากนั้นก็เริ่มเดินสายหลอกลวง

ตนเล่นเฟซบุ๊กแล้วเห็นมีการหาที่พัก ตนจึงได้ไอเดียหลอกลวง ด้วยการหลอกเอาเงินมัดจำที่พักจากเหยื่อ โดยลงมือทำเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ตนทำไปเยอะมาก ความเสียหายที่หลอกลวงมาแล้วกว่า 100 ราย เสียหายกว่า 1 แสนบาท สาเหตุเนื่องจากติดการพนันและนำเงินไปเปย์ให้กับแฟนหนุ่มที่เป็น LGBTQ โดยยอมรับว่าทำไปเพราะหิว ต้องการที่อยู่ รู้ว่าผิด สงสารเหยื่อด้วย ขอโทษทุกคน ขอโอกาสให้สังคมให้อภัย

"เกิดชาติหน้าฉันใด ก็ขอให้ได้ชดใช้กรรม ไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติไหน หลังจากนี้ขอเริ่มต้นชีวิตใหม่และขอใช้ความรู้ที่มีอยู่เพื่อสาธารณประโยชน์ จะให้ไปเป็นอาสาสมัครสอนที่ไหนอย่างไร จะไม่คิดเงินเลย จะมุ่งทำประโยชน์ให้กับสังคม ครูฟู่ยังแต่งกลอนแบบสดๆ ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบนครบาล เพื่อเตือนภัยให้กับสังคมว่า

“ก่อนจะทำสิ่งใดขอให้คิด อย่าพลาดผิดจนชีวิตคิดถลำ ทำสิ่งใดประกอบด้วยเวรกรรม และเน้นย้ำทำกรรมดีอย่างที่เป็น หากพลาดผิดๆไปแล้วไม่แคล้วโทษ จากเป็นโจทก์ตกจำเลยคนเหยียบย่ำ ขอโอกาสที่มีได้แก้กรรม จะกระทำแต่สิ่งดีเพื่อสังคม” นายวิวัฒน์ กล่าว

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำตัวนายวิวัฒน์ ส่ง สน.บางยี่เรือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านพล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า “ไม่น่าเชื่อว่าการพนันจะสามารถทำลายชีวิตของคนคนหนึ่งได้ถึงเพียงนี้ เปลี่ยนจากผู้ประสาทวิชา กลายเป็นมิจฉาชีพ ได้แบบสุดขั้ว ขอให้การจับกุมในครั้งนี้เป็นการเตือนไปถึงประชาชน ถึงภัยร้ายของการพนัน ทรัพย์สินเงินทองที่ออม หรืออนาคตที่วาดฝันไว้ จะหมดไปทันที เมื่อติดการพนัน และเมื่อไม่มีเงิน ปัญหาทุกอย่างก็จะตามมา

และแม้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...