โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มหากาพย์แก้ร่าง พ.ร.บ.อ้อย โรงงานค้านนิยามใหม่ "กากอ้อย"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ต.ค. 2564 เวลา 06.59 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2564 เวลา 00.28 น.

ร่างแก้ไข พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย 2527 วุ่นหนัก หลังมีการแก้นิยาม “กากอ้อย-กากตะกอนกรอง” จากของเสียในระบบการผลิตน้ำตาลให้กลายเป็น “ผลพลอยได้” ให้ชาวไร่อ้อยนำเข้าระบบแบ่งปันผลประโยชน์ 70/30 โดยฝ่ายโรงงานน้ำตาลค้านสุดตัว

พร้อมทำหนังสือถึง “วิษณุ-สุริยะ” การแก้คำนิยามทำระบบแบ่งปันผลประโยชน์ 70 : 30 ไม่เป็นธรรม ด้านชาวไร่อ้อยเสียงแข็งไม่ถอนคำนิยาม แต่พร้อมเปิดทางเจรจากันกับโรงงานน้ำตาล ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมเผยเป็นมหากาพย์แก้สัดส่วนแบ่งปันผลประโยชน์คงยาก ถกไม่จบแน่

นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี รองประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด (TSMC) และประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงกรณี 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย ซึ่งเป็นตัวแทนจากผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทรายทั้ง 57 โรงงาน มีมติ “คัดค้าน” ร่างแก้ไขมาตรา 4 ใน พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 ที่ต้องการนำ “กากอ้อยและกากตะกอนกรอง” เข้าสู่การคำนวณระบบแบ่งปันผลประโยชน์ 70 : 30

โดยเพิ่มเติมคำนิยามใหม่ให้รวมกากอ้อย-กากตะกอนกรองเป็น “ผลพลอยได้” จากกระบวนการผลิตน้ำตาลทรายเข้าไปด้วย

โดยฝ่ายโรงงานน้ำตาลยังคงยืนยันว่า กากอ้อยและกากตะกอนกรองเป็น “ขยะอุตสาหกรรม” ที่ต้องดำเนินการกำจัดของเสียเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมาโรงงานน้ำตาลได้นำกากอ้อยไปทำเชื้อเพลิงผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อนำมาใช้ในกระบวนการผลิตน้ำตาล แต่มีเพียงบางโรงงานน้ำตาลที่นำกากอ้อย-กากตะกอนกรองไปสร้างมูลค่าเพิ่มโดยเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด มูลค่าหลายพันล้านบาทเองทั้งหมด

ดังนั้น การนำกากอ้อยและกากตะกอนกรองซึ่งเป็นขยะอุตสาหกรรมให้มาเข้าสู่ระบบแบ่งปันผลประโยชน์ 70 : 30 โดยอ้างว่าเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตนั้น “ทาง 3 สมาคมเห็นว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการ” และส่งผลกระทบต่อสัดส่วนการแบ่งปันผลรายได้ที่เคยเห็นพ้องต้องกันของทุกฝ่ายระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล

ล่าสุด 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายได้ยื่นหนังสือถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอีกครั้ง เพื่อคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทรายในการเพิ่มเติมนิยามดังกล่าว

ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ หลังได้ผ่านความเห็นชอบเพิ่มเติมมาตรา 4 ในส่วนคำนิยามผลพลอยได้ให้หมายรวมถึง “กากอ้อย” ไปแล้ว โดยเป็นการเพิ่มชนิดผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้คำนวณรายได้ในระบบแบ่งปันผลประโยชน์ 70 : 30

และที่สำคัญไม่ได้เปิดโอกาสให้ตัวแทนฝ่ายโรงงานน้ำตาลซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นหรือออกเสียงแม้แต่คนเดียว ดังนั้น ฝ่ายโรงงานน้ำตาลจึงเห็นว่าร่างแก้ไขฉบับดังกล่าวไม่เป็นธรรมและไม่สามารถยอมรับได้

“การเพิ่มเติมกากอ้อยเข้าไปในนิยามของผลพลอยได้นั้น ขัดต่อหลักการของข้อตกลงเดิมที่กำหนดให้โรงงานน้ำตาลเป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการกากอ้อย ถือเป็นของเสียในกระบวนการผลิต โดยโรงงานน้ำตาลได้นำกากอ้อยไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจ โดยเป็นการลงทุนของโรงงานเองทั้งหมด แต่กลับถูกบังคับให้ต้องนำรายได้จากการเพิ่มมูลค่าให้กับกากอ้อยเข้าสู่ระบบแบ่งปันผลประโยชน์อีก” นายสิริวุทธิ์กล่าว

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า กระบวนการในการพิจารณาร่างแก้ไข พ.ร.บ.อ้อยฯ ขณะนี้อยู่ในขั้นของกรรมาธิการที่ให้ใส่คำนิยาม “กากอ้อย” เข้าไปไว้แล้ว แต่โรงงานน้ำตาลก็อาจขอให้ “ทบทวน” เพื่อถอนคำนิยามนี้ออกได้ในขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง “ก็สามารถทำได้” ซึ่งในระหว่างนี้ทั้งฝ่ายโรงงานน้ำตาลและชาวไร่อ้อยยังคงพยายามหาทางพูดคุยกันอยู่

“เราสามารถปรับสัดส่วนการแบ่งปันผลประโยชน์ 70 : 30 ก็ทำได้เพื่อแก้ปัญหาตรงนี้ ซึ่งตามกฎหมายในมาตรา 17 (23) เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ในการกำหนดอัตราส่วน แต่เราใช้ 70 : 30 กันมาโดยตลอด การจะปรับสัดส่วนก็ยาก ปัญหาตอนนี้คือ โรงงานน้ำตาลใส่เรื่องกากอ้อยก็ไม่ได้ ชาวไร่เปลี่ยน 70 : 30 ก็ไม่ยอมอีก ดังนั้น การแก้กฎหมายอ้อยฯคงเป็นมหากาพย์ต่อไป” แหล่งข่าวกล่าว

สำหรับระยะเวลาของการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.อ้อยฯนั้นได้เริ่มเข้าสภาวาระ 1 รับหลักการเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2563 และคณะกรรมาธิการเริ่มประชุมกรรมาธิการครั้งแรกเมื่อ 20 ม.ค. 2564 แต่ช่วงเดือน เม.ย.-ส.ค.ไม่มีการประชุมเนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 เพราะการประชุมกรรมาธิการจำเป็นต้องประชุมแบบเผชิญหน้า ห้ามประชุมผ่านระบบออนไลน์จึงทำให้การพิจารณายืดเยื้อออกไปอีก

ด้านนายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และหัวหน้าสำนักงานสมาคมชาวไร่อ้อย เขต 7 กล่าวในประเด็นกากอ้อยว่า ได้มีการหารือกับฝ่ายโรงงานน้ำตาลมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ เนื่องจากกรรมาธิการได้ใส่คำนิยามของคำว่า “กากอ้อย” ไปแล้ว ซึ่งมันเป็นการผ่านความเห็นชอบจากทุกฝ่าย

ดังนั้น จุดตรงกลางที่จะทำให้ทั้ง 2 พอใจที่สุดจึงเป็นเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างมีระบบของตัวเอง ยกตัวอย่าง ชาวไร่อ้อยต้องการแค่ว่า “ผลพลอยได้คือรวมทั้งหมดที่ได้จากอ้อย” จะใช้วิธีบวกราคาเพิ่มให้ต่อตันอ้อยจากสิ่งที่เรียกว่า “ผลพลอยได้เท่าไรก็ต้องระบุให้ชัดเจน”

แต่แน่นอนว่าทางฝั่งโรงงานน้ำตาลก็จะมองว่าในแต่ละปีมีการผลิตอ้อยน้อยอ้อยมากต่างกัน จะมีผลต่อรายได้รายจ่าย ดังนั้นแล้วทั้ง 2 ฝ่ายยังจำเป็นต้องเจรจากันต่อไปจนถึงที่สุด และสุดท้ายก็จะอยู่ที่กรรมาธิการพิจารณา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...