Acqua Restaurant Bangkok ร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังจากภูเก็ต มาถึงกรุงเทพฯ แล้ว
Gourmet & Cuisine
อัพเดต 18 ส.ค. 2565 เวลา 04.16 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2565 เวลา 08.43 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหารสิ้นสุดการรอคอยที่จะได้ลิ้มรสความอร่อยของอาหารอิตาเลียนสไตล์ไฟน์ คอนเทมโพรารีของร้าน Acqua Restaurant Bangkok ร้านอาหารแห่งที่ 2 ของเชฟ Alessandro Frau เชฟชาวอิตาเลียนผู้สร้างตำนานให้กับร้าน Acqua Phuket ร้านอาหารอิตาเลียนในภูเก็ตที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมากว่า 13 ปี และได้รับการแนะนำบนคู่มือร้านอาหารมากมาย ทั้ง Michelin Guide Thailand, Tatler Best Restaurant Guide และ Miele Asia Finest Restaurant Guide
ร้าน Acqua Restaurant Bangkok ดูสวยสง่าตั้งแต่ทางเข้า ทางเดินกระจกผ่านสวนร่มรื่นนำไปสู่ภายในร้านที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวทองดูหรูหราแต่ก็แฝงไว้ด้วยความอบอุ่น ผนังและเพดานแต่งลวดลายของเกลียวคลื่นและฟองน้ำสื่อถึงชื่อร้านที่แปลว่า“น้ำ” เราชอบเก้าอี้ที่ออกแบบมาให้นั่งสบายเพื่อที่แขกจะได้ค่อยๆ ละเลียดความอร่อยของอาหารแบบลืมเวลา และหากต้องการความเป็นส่วนตัวทางร้านก็มีห้องไพรเวตขนาด 4 และ 8 ที่นั่งไว้รองรับ ที่สำคัญคือมีที่จอดรถกว้างขวางสะดวกสบายอีกด้วย
“We bring a breeze of sea from Phuket and Sardinia to Bangkok” คือความตั้งใจของเชฟ Alessandro ในการทำร้านแห่งนี้ ขณะที่รักษาความเรียบง่ายที่จะทำให้ลูกค้าเอร็ดอร่อยไปกับรสชาติของอาหารได้อย่างเต็มที่ ก็สอดแทรกแนวคิดแบบ Innovative ใส่ความสนุกสนานอ่อนเยาว์และสีสันของเมืองลงไปในอาหาร รวมทั้งเลือกสรรวัตถุดิบจากทั่วโลก ผสมผสานออกมาเป็นเมนูซีฟู้ด เนื้อสัตว์ รวมทั้งพาสต้าเส้นสด และที่แน่ๆ เมนูที่ลูกค้าหลงรักจากร้าน Acqua Phuket จะมีให้ลิ้มลองที่นี่อย่างแน่นอน
เมนูที่เชฟแนะนำเริ่มจาก Sardinian Smoked Eel served with pickled vegetable (750 บาท) จานเรียกน้ำย่อยที่ดูเหมือนแปลงดอกไม้สุดน่ารัก ตัวเอกของจานคือปลาไหลเนื้อนุ่มอุดมไขมันจากเกาะซาร์ดีเนียในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งเป็นบ้านเกิดของเชฟเอง ซึ่งมักเอามาทำเป็นบาร์บีคิวกัน แต่เชฟเลือกนำมารมควันให้กลิ่นหอมและเสิร์ฟแบบเย็นกับผักดองรสหวานและเปรี้ยวในซอสน้ำสมสายชูขาว (white balsamic vinegar) เป็นจานเบาๆ ที่ให้สัมผัสสดชื่น จานนี้เป็นจานที่เชฟปรุงขึ้นจากอาหารในความทรงจำคือเอ็นตุ๋นซึ่งนุ่มและอร่อยมากใส่ในสลัดกับใส่ผักดองและน้ำส้มสายชูที่มีรสสดชื่น รสชาตินั้นนำมาซึ่งแรงบันดาลใจให้กับอาหารจานนี้
จานต่อมาเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่เชฟรักมากนั่นคือ Raw Sicilian Red Prawns Rosso di Mazara (1,250 บาท) หรือกุ้งแดงจากแคว้นซิชิลี เสิร์ฟแบบเฟรชให้ผู้ที่ลิ้มลองได้อิ่มเอมกับเนื้อหวานนุ่มละมุนเปี่ยมด้วยความอูมามิ เพื่อคงรสชาติสดชื่นไว้จึงปรุงรสด้วยน้ำเลมอน น้ำมันมะกอก และทอปด้วยครีมชีสมอสซาเรลลารมควันและไข่ปลาไซบีเรียนคาเวียร์ เรียบง่ายทว่าขับเน้นรสชาติได้อย่างดีเยี่ยม เชฟมั่นใจในความสดใหม่ของกุ้งแดงซิชิลีนี้มากเพราะรู้จักกับคุณ Paolo Giacalone แห่งตระกูลประมง Rosso di Mazara ตระกูลประมงจากซิชิลี แหล่งจับกุ้งแดงที่ดีที่สุด ที่เป็นผู้ส่งออกกุ้งแดงที่ทางร้านใช้อยู่ด้วย
จานหลักเป็นพาสต้าเส้นสดที่ทางร้านทำเอง Burrata stuffed Tortelli with Wagyu Beef Cheeks ragout and black truffle (1,500 บาท) แต่เดิมจานนี้เป็นเมนูใหม่ประจำฤดูกาล เริ่มจากเชฟได้เนื้อวากิวมาก่อนแล้วอยากทำให้นุ่มอร่อยขึ้นอีกจึงนำมาสโลว์คุกนาน 3 วัน จากนั้นจึงนำมาทำเป็นรากูต์ (ragout) เพื่อให้รสชาติเข้มข้นขึ้น ด้วยรสชาติที่เป็นเหมือนลูกระเบิดแห่งความอร่อยในปากทำให้เมนูนี้ได้รับความนิยมอย่างมากทันทีที่เปิดตัวที่ภูเก็ตจนต้องบรรจุเป็นเมนูประจำในที่สุด และนำเอาความอร่อยนี้มาถึงกรุงเทพฯ ด้วย
อาหารอร่อยย่อมคู่กับเครื่องดื่มดีๆ ถัดจากโซน Open Kitchen เข้าไปจะเป็นโซนบาร์ขนาดใหญ่เชื่อมสู่สวนด้านนอกให้เราได้เพลิดเพลินกับเครื่องดื่มในบรรยากาศสุดชิล ลองสั่ง Romeo & Juliet (350 บาท) เครื่องดื่มสีแดงสวยที่มีส่วนผสมของ Rose syrup, ginger ale, Chardonnay wine, Hendrick’s Gin และ aperol ให้รสหวานนิดๆ สดชื่นกำลังดี เพิ่มดีกรีความเพลิดเพลินให้กับมื้ออาหาร
นอกจากบาร์ผสมเครื่องดื่มแล้ว ทางร้านยังมีห้องเก็บไวน์ซึ่งคัดสรรไวน์โดย Sacha Di Silvestre ผู้เป็นManager and Sommelier ประจำร้าน เขาเคยร่วมงานกับเชฟ Massimo Bottura เชฟมิชลินสตาร์ 3 ดาวที่ Casa Maria Luigia และร้านอาหาร Osteria Francesana ร้านอาหารซึ่งเคยได้อันดับหนึ่งจากการจัดอันดับ World’s 5o Best Restaurants มาแล้ว ประสบการณ์เรื่องไวน์จึงแน่นปึ้ก คุณซาช่ากำลังอยู่ระหว่างการคัดสรรชีสชั้นยอดจากทั่วโลกสำหรับห้องเก็บชีสในร้านเพื่อให้ผู้ที่รักชีสได้มาลิ้มลองเร็วๆ นี้ด้วย
เรียกว่าเป็นร้านอาหารอิตาเลียนในกลางกรุงที่ครบเครื่องทั้งเรื่องกินและดื่มในบรรยากาศดีๆ เหมาะสำหรับเป็นจุดแฮงค์เอาต์ของผู้ที่ชอบอาหารอร่อยและวัตถุดิบสดใหม่ เชฟยังแอบหยอดความหวังให้คอกาแฟด้วยว่าเขากำลังวางแผนจะเปิดร้านคาเฟ่สไตล์อิตาเลียนตอนใต้ไว้เสิร์ฟอาหารง่ายๆ และกาแฟอิตาเลียนแท้ๆ ในบริเวณใกล้เคียงกันอีกด้วย อดใจรอได้เลย