โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“FED” ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด +0.75% อย่ารีบดีใจ... “ดอกเบี้ยขาขึ้น” ยังไม่จบ- “กองหุ้นเทคฯ” ฟื้นยาก “WE-CYBER” กลุ่มเทคฯ โลกดิ่งหนักสุด -51.37% !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 18 ต.ค. 2566 เวลา 15.36 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2565 เวลา 14.34 น. • Wealth Guy

Fun of Funds: เมื่อเจอ “ของแสลง” ดอกเบี้ยขาขึ้นจากสงครามกับเงินเฟ้อของ “ธนาคารกลางสหรัฐฯ” (FED) เป็นตัวสกัดราคาหุ้นของ “หุ้นกลุ่มเติบโต” ให้แป๊กกันไปทันที
ล่าสุด (วันที่ 27 ก.ค. 22) ทาง FED ก็ขึ้นดอกเบี้ย +0.75% ตามคาด มาสู่ระดับ 2.25 -2.50% และส่งสัญญาณว่าน่าจะเอาเงินเฟ้อได้อยู่ ทำให้ตลาดตอบรับในเชิงบวกทันที ตามมาด้วยความกังวลในเรื่องของ “เศรษฐกิจถดถอย”(Recession) แทน
อย่างไรก็ตาม…“จุดจบดอกเบี้ยขาขึ้น” จะอยู่ตรงไหนนั้น ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ตลาดยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด โดยตลาดมองว่าที่ระดับ 3.5-3.8% น่าจะเพียงพอ แต่จะพออย่างที่คิดหรือไม่ คงต้องตามกันต่อไป ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางของหุ้นเทคโนโลยีด้วยเช่นกัน
แต่นักลงทุนอาจจะตั้งข้อสงสัยขึ้นว่า “ตลาดหุ้นจีน” เองก็เป็นตลาดที่มี “หุ้นเทคโนโลยี” ค่อนข้างสูงเช่นกัน ซึ่งในช่วงแรกก็ดูเหมือนจะกอดคอร่วงกับหุ้นเทคโนโลยีฝั่งสหรัฐและโลกเช่นเดียวกัน แต่ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา เริ่มเห็น “สัญญาณฟื้นตัวที่แตกต่าง” แล้ว
เพื่อให้เห็น “ความแตกต่าง” ระหว่างหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของทั่วโลกกับประเทศจีน ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการหยิบยกผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบันที่ “แย่สุด” ของทั้ง 2 ฝั่ง มาฝากให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ

“หุ้นเทคฯ โลก” ยังไม่ฟื้น… “WE-CYBER” ผลงาน ‘แย่สุด’ ในกลุ่ม ตั้งแต่ต้นปีติดลบไป -51.37%

อย่างที่นักลงทุนทราบกันดีว่า “หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี” เป็นหุ้นที่มีการปรับตัวลดลงมากที่สุดต่อเนื่องในปีนี้ หลังจากที่เคยปรับตัวขึ้นร้อนแรงไปก่อนหน้า ด้วยระดับ P/Eที่ปรับตัวขึ้นมาสูงจนทำให้นักลงทุนมองว่า ‘ค่อนข้างแพง’
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสที่2 ที่ผ่านมา ได้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของ “หุ้นจีน” ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีเอง ภาพดูจะตรงข้ามกับ “หุ้นสหรัฐ” ที่ตลาดยังไม่ฟื้นและดำดิ่งต่อไป
นั่นจึงไม่น่าแปลกใจว่าในช่วงตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันนั้น ฝั่งที่ผลการดำเนินงานปรับตัว ‘ลดลงมากสุด’ หรือ ‘แย่ที่สุด’ จะเป็น “กองหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก” ที่ติดลบถึง 51.37% ก็คือ “กองทุนเปิด วี เน็กซ์ เจเนอเรชั่น อินเทอร์เน็ต” หรือ “WE-CYBER”ที่ได้ลงทุนในหน่วยลงทุนของ ‘ARK Next Generation Internet ETF’ เป็นกองทุนหลักในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเพียงกองทุนเดียว
“เห็นตัวเลขผลตอบแทนติดลบระดับมากกว่า -50% เช่นนี้ ตัวเลข ‘กำไร’ที่ต้องทำเพื่อตีตื้นขึ้นมาให้เสมอตัวก็ต้องทำกันระดับ +100% กันเลยทีเดียว ใครที่ถืออยู่ก็คงต้องมองภาพระยะยาวไว้ รอลุ้นแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงกันอีกครั้งในอนาคตอันใกล้”
ซึ่งกองทุนหลักเป็นกองทุนอีทีเอฟที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NYSE Arca, Inc ประเทศสหรัฐอเมริกา และบริหารจัดการลงทุนโดย ARK Investment Management LLC.”โดยกองทุนหลักเน้นการบริหารจัดการกองทุนเชิงรุกผ่านการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตยุคใหม่

“หุ้นเทคฯ จีน” สัญญาณฟื้นตัวชัด…“TMB-ES-STARTECH” ผลงาน ‘แย่สุด’ ของกลุ่ม ตั้งแต่ต้นปีผลงานติดลบ -25.92%

ขณะที่ฝั่งของ “กองหุ้นเทคโนโลยีจีน” เองนั้น มีการฟื้นตัวตามตลาดในช่วงที่ผ่านมา หลังจากในช่วงแรกสภาพก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับฝั่ง “หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ” และ “หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก” เช่นเดียวกัน
โดยกองทุนรวมที่ ‘ติดลบหนักที่สุด’ ในอุตสาหกรรมนับตั้งแต่ต้นปีมานั้นอยู่ที่ -25.92%เป็น“กองทุนเปิดทีเอ็มบี อีสท์สปริง Star50 Chinese Technology” หรือ TMB-ES-STARTECH”ที่จะลงทุนในหน่วยลงทุน ‘KraneShares SSE STAR Market 50 Index ETF’เป็นกองทุนหลัก
“ซึ่งกองทุนดังกล่าวจะมุ่งหวังให้ผลตอบแทนเคลื่อนไหวตามดัชนี Shanghai Stock Exchange (SSE) Science and Technology Innovation Board 50 Index ในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิงจะประกอบด้วยหุ้น และ depositary receipts ของบริษัทชั้นนำ 50 บริษัทตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่จดทะเบียนใน ‘SSE STAR Market’ซึ่งรวมดาวหุ้นเทคโนโลยีของจีน”
โดยตลาดดังกล่าวเป็นตลาดใหม่ที่ดูแลโดยตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ โดยส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเกิดใหม่ที่มีเทคโนโลยีสูงและมีกลยุทธ์ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีสารสนเทศยุคใหม่ Biomedicine อุปกรณ์หรือเครื่องมือระดับไฮเอ็นด์และอุตสาหกรรมอื่นๆ
“กองทุนเทคโนโลยี…ที่เราหยิบยกมาอาจจะเป็นกองที่มีผลการดำเนินงาน ‘แย่ที่สุดในกลุ่ม’เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่าง ‘หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก’และ ‘หุ้นเทคโนโลยีจีน’ซึ่งถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อตลาดในปัจจุบันไม่แพ้กันเลยทีเดียว แต่ในบางช่วงภาวะตลาดก็อาจจะเป็นกองทุนมีผลการดำเนินงานที่ดีที่สุดได้เช่นกัน ด้วยนโยบายการลงทุนและกองทุนหลักที่ทางบลจ.เป็นผู้คัดเลือกซึ่งทำให้ผลการดำเนินงานที่ออกมามีความแตกต่างกันไปในช่วงของตลาดที่แตกต่างกันนั่นเอง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...