โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ปรับแผนรับ “สงครามราคา” เข็นรุ่นใหม่ลงตลาดเพียบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ต.ค. 2567 เวลา 13.59 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2567 เวลา 13.53 น.
ปาร์คเกอร์ ฉี : ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลาดต่างประเทศ (GWM)

GWM ปักหมุดภายใน 3 ปี ส่งไทยขึ้นชั้นฮับผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาแทนจีน ชูกำลังผลิต 120,000 คันต่อปี ส่วนปีนี้ลุ้นยอดขายในไทยแตะหลัก “หมื่นคัน” เข็นรุ่นใหม่ลุยตลาดเสริมทัพเพียบ

นายปาร์คเกอร์ ฉี ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลาดต่างประเทศ (GWM) เปิดเผยว่า ถึงนโยบายของเกรท วอลล์ มอเตอร์ว่า ยังคงยืนยันนโยบายการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการเป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา เพื่อการขยายธุรกิจสู่ระดับโลก ภายใต้กลยุทธ์ Ecological Globalization

เนื่องจากไทย เป็นประเทศที่มีศักยภาพและความแข็งแกร่งโดยเฉพาะการเป็นศูนย์กลางการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ มีความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงและมีทรัพยากร ระบบโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงทรัพยากรที่มีความรู้ความสามารถ เอื้อต่อการเป็นศูนย์กลางการผลิตและการดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์

ทั้งนี้บริษัทเตรียมเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง ภายในระยะเวลา 3 ปีจากนี้จะลงทุนเป็นมูลค่ารวม 23,000 ล้านบาท จาก ก่อนหน้ามีการไปแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท เพื่อผลักดันและสนับสนุนประเทศไทย เป็นฐานการผลิตที่สำคัญ

SAHAR POER Hi4-T

โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ทยอยเปลี่ยนผ่านการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาจากจีนเข้ามาสู่ฐานการผลิตในประเทศไทย โดยขณะนี้มีการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาจากฐานผลิตที่จังหวัดระยองไปแล้วทั้งสิ้น 4 รุ่น และอนาคตจะมีเพิ่มเติมศักยภาพการจาก 80,000 คันในปัจจุบัน เป็นผลิตที่ 120,000 คันต่อปี

ปัจจุบันบริษัทใช้กำลังการผลิต ไปที่ 10,000 คันในปีนี้ และปี 2568 จะเพิ่มเป็น 30,000 คัน แบ่งเป็นการผบิตเพื่อรองรับตลาดในประเทศ 20,000 คัน และการผลิตเพื่อส่งออกอีก 10,000 คัน

HAVAL H6

ส่วนยอดขายปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 9,000-10,000 คัน ลดลงจากปีก่อนหน้าเล็กน้อย ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ส่วนปี 2568 ตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 20,000 คัน โดยบริษัทมีแผนจะส่งรถยนต์รุ่นใหม่ทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้าคนไทย ไม่ว่าจะเป็น

  • HAVAL H6 HEV และ PHEV ไมเนอร์เชนจ์
  • GWM TANK รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล

ที่จะแนะนำออกสู่ตลาดประเทศไทยในปี 2568 ส่วนในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป2024 จะส่งรถ SUV จำนวน 2 รุ่น รวมทั้งรถกระบะ POER SAHAR HEV ที่จะราคาและพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าชาวไทยด้วย ส่วนปีหน้าบริษัทก็เตรียมรถ POER รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาเสริมทำตลาดด้วย

สำหรับการแข่งขันในประเทศไทย โดยเฉพาะสงครามราคาอาจจะไม่ใช่คำตอบในการทำธุรกิจที่ยั่งยืนของตลาดรถ EV เนื่องจากทำให้คุณภาพสินค้าตกต่ำลง และอาจมีผลต่อชื่อเสียงของแบรนด์ในระยะยาว ซึ่งไม่ใช่ทิศทางที่บริษัทจะใช้ แต่บริษัทยังคงใช้นโยบาย One Price เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ พาร์เนอร์ ซึ่งเป็นคู่ค้าเครือข่ายสำคัญในปัจจุบัน

ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลาดต่างประเทศ ยังกล่าวต่อไปว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่เกรท วอลล์ เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยนั้น หากให้เป็นคะแนนทีมงานในโดยเฉลี่ย ที่ 6 คะแนน จากในช่วงสองปีแรกที่เข้ามาทำตลาดถือว่าไปได้ดี โดยเฉพาะ ORA Good Cat แต่หลังจากนั้นพบว่ายอดขายตกต่ำลง ซึ่งยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงอีกมากรวมทั้งยังมีแบรนด์รถยนต์ EV จากจีนเข้ามาทำให้การแข่งขันสูงขึ้น

“ผมชอบคนไทย และวัฒนธรรมไทย เนื่องจากเป็นประเทศที่สงบสุข แต่อาจจะแตกต่างจากสิ่งที่อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญ หรือก็คือโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ดังนั้นเราต้องบริหารจัดการในทุกๆส่วนให้มีประสิทธิภาพเพื่อที่จะสามารถอยู่และแข่งขันต่อไปในตลาดนี้ได้”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกรท วอลล์ มอเตอร์ ปรับแผนรับ “สงครามราคา” เข็นรุ่นใหม่ลงตลาดเพียบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...