โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

การบินไทยลุ้นบอร์ดบริหารใหม่ จุดเปลี่ยนหลังออกแผนฟื้นฟู

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ต.ค. 2567 เวลา 08.41 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2567 เวลา 08.41 น.

การบินไทยพ้นวิกฤต เดินหน้าดีกว่าแผนฟื้นฟูทุกดัชนีชี้วัด สถานะสุดแกร่ง เร่งเติมฝูงบินรับดีมานด์ ตอบโจทย์เน็ตเวิร์กอนาคต วางเป้าปี’72 มีฝูงบิน 143 ลำ ทวงคืนมาร์เก็ตแชร์ขึ้นเป็นผู้นำ ยันออกแผนฟื้นฟู-เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ Q2/68 ลุ้นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งหลังผู้ถือหุ้นใหม่ตั้งบอร์ดชุดใหม่เข้าบริหารหลังออกแผนฟื้นฟู

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินงานภายใต้แผนฟื้นฟู ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญขององค์กรการบินไทยในทุก ๆ ด้าน และประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

นับว่าแผนฟื้นฟูกิจการนี้ได้พลิกโฉมองค์กรครั้งสำคัญ การบินไทยเปลี่ยนจากรัฐวิสาหกิจเป็นองค์กรเอกชนเต็มตัว ทำให้การบริหารจัดการบริษัทเป็นไปอย่างคล่องตัว สามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งสำคัญมาได้

ที่สำคัญมีความสามารถในการสร้างรายได้จนมีเงินสดเหลือถึง 80,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการดำเนินงานทั้งสิ้น (จากการขายทรัพย์สินประมาณ 10,000 ล้านบาท) ทั้งจากการปรับโครงสร้างองค์กร การเสริมสร้างเครือข่ายเส้นทางบินที่ครอบคลุม การพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสาร การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้มีความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน การเพิ่มช่องทางรายได้ใหม่ ฯลฯ

นอกจากนี้ กระบวนการบริหารจัดการภายใน และการแต่งตั้งโยกย้ายก็เป็นไปอย่างโปร่งใส ทำให้สามารถเลือกคนที่ความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารงานได้โดยไม่มีการแทรกแซงจากภายนอก เช่นเดียวกับการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความโปร่งใสเช่นกัน ฯลฯ ซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้ล้วนทำให้เป็นรากฐานที่ทำให้การบินไทยสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไปในอนาคตทั้งสิ้น

ผลดำเนินงานดีขึ้นทุกดัชนีชี้วัด

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตั้งแต่เข้าแผนฟื้นฟู บริษัทมีผลดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกดัชนีชี้วัด ทั้งปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (Available Seat Kilometers : ASK) ที่เพิ่มขึ้น 40.9% ในปี 2566 และ 15.6% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567

ขณะที่จำนวนเครื่องบินปีนี้มีสัดส่วนเพียงแค่ 67% ของปี 2562 (ก่อนโควิดมี 103 ลำ) มีอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบิน (Aircraft Utilization) เพิ่มขึ้น จาก 10.40 ชั่วโมงในปี 2565 เป็น 12.20 ชั่วโมงในปี 2566 และ 13 ชั่วโมงในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567

รวมถึงรายได้ต่อหน่วยผู้โดยสาร (Passenger Yield) ที่เพิ่มจาก 2.82 บาทในปี 2565 เป็น 3.06 บาทในปี 2566 และเพิ่มเป็น 3.11 บาทในครึ่งปีแรกของปี 2567 จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจาก 9.01 ล้านคนในปี 2565 เป็น 13.76 ล้านคนในปี 2566 และในครึ่งปีแรกของปี 2567 ได้มาแล้ว 7.68 ล้านคน และคาดว่ารายได้รวมของปี 2567 นี้จะกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับปี 2562

“ดัชนี้ต่าง ๆ เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของการบินไทย และทำให้บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2567 เพิ่มขึ้น 12,630.4 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่จำนวนเครื่องบินน้อยกว่าถึง 10 ลำ” นายชายกล่าว

เร่งเติมฝูงบินรองรับดีมานด์

นายชายกล่าวด้วยว่า จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการบินและดีมานด์การเดินทางทั่วโลก บริษัทจึงได้ดำเนินการจัดหาเครื่องบินโบอิ้ง 787 Dreamliner ลำใหม่ จำนวน 45 ลำ พร้อมเครื่องยนต์ GEnx รวมทั้งสิทธิในการจัดหาเครื่องบินเพิ่มเติมสูงสุดรวมเป็น 80 ลำไปตั้งแต่ต้นปี 2567 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดและตอบโจทย์เรื่องการสร้างความแข็งแกร่งด้านเน็ตเวิร์กของการบินไทยอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบิน โดยเครื่องบินตามแผนการจัดหาดังกล่าวจะเริ่มทยอยส่งมอบได้ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ภายใต้กรอบระยะเวลา 10 ปี

ตั้งเป้ามีมาร์เก็ตแชร์ 40-50%

นายชายกล่าวอีกว่า ปัจจุบันการบินไทยมีจุดบินรวมทั้งหมด 62 เส้นทางบิน ใน 27 ประเทศ รวม 803 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ มีฝูงบินรวม 77 ลำ และมีแผนรับเพิ่มตามแผนการจัดหาเพิ่มเติมในระยะเร่งด่วน (ระหว่างรอลอตใหญ่ที่ตามแผนจัดหา) อีก 2 ลำ รวมเป็น 79 ลำภายในสิ้นปีนี้ (ปี 2562 มี 130 ลำ) และอีกจำนวน 13 ลำในปี 2568 โดยวางเป้าหมายมีฝูงบินรวม 143 ลำในปี 2572 หรือในอีก 5 ปีข้างหน้า

“ตอนนี้เส้นทางการบินในภูมิภาคยุโรปเราแข็งแกร่งมาก ซึ่งความแข็งแรงของตลาดยุโรปฉุดให้เส้นทางบินภายในประเทศของเราปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากเรามุ่งเน้นกลยุทธ์การขายจากยุโรปเข้าสู่เมืองต่าง ๆ ในประเทศไทยจากประเทศต้นทาง การบริหารเน็ตเวิร์กที่มีประสิทธิภาพขึ้น ทำให้เรามีกำไรต่อหน่วยเพิ่มขึ้น” นายชายกล่าวและว่า

จากข้อมูลของ IATA Air Passenger Forecast Global Report (20 ปี) ฉบับเดือนมีนาคม 2567 คาดการณ์จำนวนผู้โดยสารทางอากาศทั่วโลกว่าจะเติบโตถึง 2.1 เท่าภายในปี 2586 โดยภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกคิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของการเติบโตนี้

บริษัทจึงเชื่อมั่นว่าด้วยความเป็นสายการบินของประเทศไทย และอยู่ในภูมิภาคนี้จะมีข้อได้เปรียบในเชิงการแข่งขันและมีโอกาสในการเติบโตสอดรับไปกับการขยายตัวของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเช่นกัน

โดยการบินไทยจะใช้ข้อได้เปรียบของสายการบินที่มีความแข็งแกร่งในยุโรปมาสร้างการเติบโตให้กับเส้นทางบินในภูมิเอเชีย-แปซิฟิก เช่นเดียวกับที่ทำสำเร็จแล้วกับเส้นทางบินภายในประเทศ ทั้งนี้ มีเป้าหมายกลับมามีส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) สูงสุดในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สนามบินหลักของประเทศ) ในฐานะสายการบินเจ้าบ้านที่ประมาณ 40-50% ในปี 2572 หลังจากที่ส่วนแบ่งการตลาดของการบินไทยปรับตัวลดลงต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ยันออกแผนฟื้นฟู Q2/68

ด้านนางเฉิดโฉม เทอดสถีรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของการบินไทยในปัจจุบันนับว่าผ่านเกณฑ์และบรรลุเป้าหมายของแผนการดำเนินงานตามขั้นตอนของแผนฟื้นฟู

เช่น การเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 3.37 แสนล้านบาท มี EBITDA หลังหักเงินสดจ่ายหนี้สินตามสัญญาเช่าเครื่องบินตั้งแต่กรกฎาคม 2566-มิถุนายน 2567 เท่ากับ 29,292 ล้านบาท สูงกว่าที่แผนกำหนดไว้ว่าต้องไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาท ในรอบ 12 เดือนย้อนหลัง และการดำเนินการตามแผนฟื้นฟู โดยไม่เกิดเหตุผิดนัด

ขณะนี้เหลือเพียง 1 ข้อที่ต้องดำเนินการในขั้นตอนต่อไป คือ ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นบวก ซึ่งจากงบการเงินเฉพาะกิจการ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 นั้นยังคงติดลบ 40,427 ล้านบาท ดังนั้น บริษัทจึงต้องเร่งดำเนินงานตามแผนปรับโครงสร้างทุนผ่านการแปลงหนี้เดิมของเจ้าหนี้เป็นทุนภาคบังคับ และให้สิทธิแก่เจ้าหนี้เพื่อแปลงหนี้เป็นทุนเพิ่มเติมโดยความสมัครใจ

และเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลตามที่แผนฟื้นฟูกิจการกำหนด ได้แก่ ผู้ถือหุ้นเดิมของการบินไทยก่อนการปรับโครงสร้างทุน พนักงานการบินไทย และบุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ตามลำดับ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2567

“บอร์ดชุดใหม่” จุดเปลี่ยนอีกครั้ง

ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท การบินไทย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ภายหลังการปรับโครงสร้างทุนภายใต้แผนฟื้นฟูในครั้งนี้ คาดว่ากระทรวงการคลังจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แต่สัดส่วนการถือหุ้นจะลดลง เพื่อเปิดโอกาสให้กับนักลงทุนรายอื่น ๆ และยังคงสถานะเป็นบริษัทเอกชน 100% เหมือนเดิม

และหลังจากที่มีการรับรองงบการเงินประจำปี 2567 ผู้ถือหุ้นใหม่ (หลังจากเพิ่มทุน) จะเรียกประชุมและแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ และสามารถยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อยกเลิกการฟื้นฟูกิจการและนำหุ้นของการบินไทยกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในไตรมาส 2 ปี 2568

โดยหลังเพิ่มทุนสำเร็จ กระทรวงการคลังยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อนาคตของการบินไทยหลังจากออกแผนฟื้นฟู จึงขึ้นอยู่กับผู้บริหารและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ที่กระทรวงการคลังและผู้ถือหุ้นรายอื่นจะเลือกสรรเข้ามา จึงอยากฝากว่าจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งของการบินไทยหลังจากนี้ คือ หากได้คนที่ไม่มีความเชี่ยวชาญเข้ามา เราจะแข่งขันไม่ได้ เพราะอุตสาหกรรมการบินมีการแข่งขันที่สูง ที่สำคัญ การบริหารการบินไทยไม่ควรที่จะถูกแทรกแซงเหมือนที่ผ่านมาด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การบินไทยลุ้นบอร์ดบริหารใหม่ จุดเปลี่ยนหลังออกแผนฟื้นฟู

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...