ไปรษณีย์ไทย ลุยเปลี่ยนรถขนส่งพัสดุหลายพันคัน เป็นรถ EV 85% ในปี 73
ไปรษณีย์ไทย ลุย ESG เปลี่ยนรถขนส่งพัสดุเป็นรถ EV 85% ในปี 73 และ 100% ในปี 83 ผุดบริการใหม่ Prompt pass จัดเก็บเอกสารสำคัญส่วนบุคคล ใช้ส่งข้อมูลระหว่าง ปชช-รัฐ-เอกชน อนาคตไม่ต้องใช้เอกสารยุ่งยาก เป้ารายได้ปี 67 แตะ 2.1 หมื่นล้านบาท
วันที่ 21 สิงหาคม 2567 ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ครบรอบ 141 ปี ได้วางยุทธศาสตร์ใหม่ ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านกลยุทธ์ ESG + E นำความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ต่อยอดสู่เศรษฐกิจและธุรกิจ โดยวางงบประมาณไว้ 2,000 ล้านบาท/ปี
[caption id="attachment_125163" align="aligncenter" width="1024"]
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด[/caption]
เปลี่ยนรถขนส่งพัสดุเป็น EV 100% ในปี 83 ชี้ลดต้นทุน
เบื้องต้น เตรียมเปลี่ยนยานยนต์ขนส่งหลายพันคัน สู่รถ EV โดยไตรมาส 4 ปี 2567 ประเดิมรถยนต์ไฟฟ้า 250 คัน และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 200 คัน โดยตั้งเป้าภายในปี 2573 จะเปลี่ยนเป็นยานยนต์ไฟฟ้า 85% และจะทำได้ 100% ภายในปี 2583
ขณะเดียวกัน ได้สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านการรวบรวมกล่อง/ซอง เข้าสู่ระบบรีไซเคิล โดยนับจากปี 2563 ถึงปัจจุบัน รีไซเคิลได้ 600 ตัน เทียบเท่าการลดก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 3,500 ตันคาร์บอน
“จากเดินนโยบายความยั่งยืนช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมันลง 18% (yoy) ลดค่าใช้จ่ายขนส่งถุงได้ 15% (yoy)”
ด้านสังคม ไปรษณีย์ไทย ได้เข้าถึงครัวเรือนได้มากกว่า 2.1 ล้านครัวเรือน มีจำนวนไปรษณีย์นำส่ง 800 ล้านฉบับ/ปี
รวมไปถึงการช่วยเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำ ผ่านการสร้างรายได้จากการขายสินค้าผ่านช่องทางไปรษณีย์ไทยทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์มากกว่า 600 ล้านบาท/ปี และตั้งเป้าในปี 2568 รายได้ส่วนนี้จะขยับไปสู่ 1,000 ล้านบาท
โดยครึ่งแรกของปี 2567 มีปริมาณการฝากส่งผลไม้ไทยยอดนิยมผ่านบริการ EMS ส่งด่วนทั่วไทยกว่า 18 ล้านกิโลกรัม ส่งผลให้รายได้พี่ไปรฯ เพิ่มจากธุรกิจใหม่ถึง 2.2 ล้านบาท
ด้านการกำกับดูแลกิจการ ใช้กลยุทธ์ CRM อย่างมีประสิทธิภาพ มีลูกค้ากลับมาใช้บริการมากกว่า 1 ล้านรายตั้งแต่ปี 2565 คิดเป็นรายได้มากกว่า 300 ล้านบาท
ลุยธุรกิจ Information Logistics เปิด 4 บริการ ไตรมาส 4/67
นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยมุ่งก้าวสู่การเป็น Information Logistics ผ่านบริการPrompt Post บริหารจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร ตอบโจทย์ความต้องการยุคดิจิทัล ลอนช์บริการใหม่ในไตรมาส 4 ปี 2567 โดยมี 4 บริการหลัก คือ
1. Trust Service การรับรองและลงลายมือชื่อบนเอกสารดิจิทัลด้วยใบรับรองดิจิทัลและกุญแจส่วนบุคคล
2. Digital Postbox การจัดเก็บเอกสารสำคัญได้อย่างรวดเร็วและมีความน่าเชื่อถือ One-stop service การสนับสนุนการให้บริการของภาครัฐและภาคเอกชนผ่านช่องทางดิจิทัล ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
3. Prompt pass บริการจัดเก็บเอกสารสำคัญส่วนบุคคล เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งข้อมูลระหว่างประชาชนกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
4. Postman Cloud ที่ใช้ความเชี่ยวชาญของบุรุษไปรษณีย์ที่มีกว่า 25,000 คนทั่วประเทศ ให้บริการในรูปแบบ Postman as a Service เช่น Survey บริการเก็บข้อมูลและสำรวจทรัพย์ Express บริการ รับ-ส่ง สิ่งของ แบบ Point to Point ตามความต้องการของลูกค้า/พันธมิตร Matching บริการเชื่อโยง Demand และ Supply
อีกหนึ่งบริการสำคัญ คือ D/ID (ดีไอดี) ซึ่งเป็น DigitalPost ID ส่วนบุคคล ในรูปแบบการจ่าหน้าแบบใช้รหัส ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างการจัดส่งสิ่งของ บอกพิกัดแนวดิ่งได้ทำให้สามารถระบุ ที่อยู่สำหรับผู้ที่อยู่ในอาคารสูง
และเมื่อผู้ใช้งานมีการแก้ไขข้อมูลที่อยู่ในระบบ D/ID ข้อมูลที่อยู่ซึ่งเดิมไว้ใช้ติดต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ไปยังหน่วยงานปลายทางโดยอัตโนมัติ
ตั้งเป้าปี 67 รายได้ 2.1 หมื่นล้านบาท
สำหรับกลุ่มธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำรายได้หลัก ยังเน้นการรักษากลุ่มลูกค้าเดิมและมองหาลูกค้าใหม่ รวมทั้งการเข้าไปเป็นผู้ขนส่งให้กับแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น แพลตฟอร์ม Tiktok Shopeeและ Lazada
โดยบริการที่มีการเติบโตโดดเด่นสุดคือ บริการส่งด่วน EMS ในประเทศ ที่มีปริมาณสิ่งของฝากส่งเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 12.92% จากแรงบวกของการค้าออนไลน์ ค้าปลีก และความน่าเชื่อถือของบริการที่รวดเร็ว ปลอดภัย ตอบสนองรูปแบบการส่งได้หลากหลายประเภท
และยังเติบโตในด้านเครือข่ายจุดให้บริการที่มีถึง 50,000 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของภาคเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
“ปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 21,000 ล้านบาท โต single digit ส่วนเฉพาะขนส่งจะเติบโตระดับ double digit”