ไทย เล่นเกมมากสุดอันดับ 4 ของโลก มูลค่าทะลุ 1.2 พันล้านดอลลาร์
ไทย ติดอันดับ 4 เล่นเกมมากที่สุดในโลก มูลค่าทะลุ 1.5 พันล้านดอลลาร์ ด้านรัฐบาลเร่งผลักดันไทยเป็นฮับเกมอาเซียน พร้อมร่างพ.ร.บ.เกม เพื่อผลักดันภาคส่วนเกมไทย
วันที่ 9 กันยายน 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการร่างกฎหมายฉบับใหม่เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม โดยเสนอการลดหย่อนภาษีแก่ผู้พัฒนาเกม ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มองว่าอุตสาหกรรมเกมเป็นส่วนสำคัญของ "Soft Power" ของไทย และเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) กำลังจัดทำพระราชบัญญัติพัฒนาอุตสาหกรรมเกม เพื่อส่งเสริมภาคส่วนเกมของไทย ซึ่งมีมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท (1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และเติบโตขึ้นประมาณปีละ 5% โดยในปัจจุบัน ประเทศไทยนำเข้าเนื้อหาดิจิทัลและเกมส่วนใหญ่จากสิงคโปร์เป็นหลัก ขณะที่ส่งออกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ DES จึงมีแผนที่จะส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมในเกมออนไลน์และเนื้อหาดิจิทัล เช่น แอนิเมชัน เพื่อเพิ่มการส่งออกและทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค สำหรับเกมและอีสปอร์ต (E-Sport)
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ DEPA กล่าวว่า ทางหน่วยงานได้ร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการลงทุนด้านเกม ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาสังคมที่อาจเกิดขึ้น เช่น การติดเกม
มูลค่าตลาดอุตสาหกรรมเกมของไทย ตามข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ได้แก่
ปี 2558 : 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2559 : 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2560 : 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2561 : 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2562 : 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2563 : 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2564 : 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2565 : 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2566 : 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
DEPA มีแผนที่จะจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับพ.ร.บ.เกมฉบับใหม่ในเดือนก.ย.นี้ โดยมีเป้าหมายที่จะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติและผ่านร่างไปยังรัฐสภาภายในปีหน้า โดยพ.ร.บ.นี้จะครอบคลุมทุกด้านของอุตสาหกรรมการเล่นเกม รวมถึงเกม แพลตฟอร์ม อุปกรณ์ และสมาร์ทโฟน
ภายใต้พ.ร.บฉบับใหม่นี้ DEPA มีแผนที่จะเสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับผู้พัฒนาเกมและบริษัทที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่ให้การฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะยกระดับทักษะของแรงงานไทย
ตั้งแต่ปี 2563 ไทยได้ดำเนินการตามแผนระดับชาติเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเกม โดยเสนอเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 1 ล้านบาทถึง 5 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนธุรกิจเกมสตาร์ตอัป รวมถึงเงินทุนสำหรับทรัพยากรบุคคลและโครงสร้างพื้นฐาน และกฎหมายใหม่นี้มุ่งหวังที่จะต่อยอดจากความพยายามที่มีอยู่แล้วเป็นทุนเดิม
เมื่อปลายเดือนส.ค. ไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน Thailand International Game Showcase 2024 ที่กรุงเทพมหานคร โดยภายในงาน นายประสพ เรียงเงิน อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กล่าวว่า เป้าหมายของงานคือการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมของไทยให้เป็นรูปแบบหนึ่งของ Soft Power โดยนำเอาทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของประเทศ เช่น ศิลปะ ประเพณี อาหาร และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรม
ด้านรายงาน Digital 2024 ของบริษัท We Are Social ของญี่ปุ่น ในจำนวนประชากรไทยอายุระหว่าง 16 ปี ถึง 24 ปี ซึ่งเล่นอินเทอร์เน็ตนั้น พบว่ามีผู้ที่เล่นเกมมากถึง 93.2% ส่งผลให้ไทยเล่นเกมมากเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และตุรกี และสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 83.1% โดยทางการประมาณการว่าวัยรุ่นชาวไทยเล่นวิดีโอเกมเฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมง
จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เล่นวิดีโอเกม
1. อินโดนีเซีย : 96%
2. ฟิลิปปินส์ : 95%
3. ตุรกี : 94%
4. ไทย : 93.2%
5. เวียดนาม : 93.2%
6. สหรัฐ : 85%
7. ทั่วโลก : 83.1%
8. อังกฤษ : 75%
9. ญี่ปุ่น : 70%
10. จีน : 65%
ด้วยการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากรัฐบาล คาดว่าอุตสาหกรรมเกมจะกลายเป็นภาคส่วนที่สำคัญสำหรับเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อกังวลในประเด็นนี้อยู่ โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รายงานว่า เยาวชนไทยอายุระหว่าง 15 ถึง 25 ปี ติดการพนันออนไลน์มากกว่า 3 ล้านคน ซึ่งมักเริ่มต้นจากการเล่นเกมมากเกินไป การล็อกดาวน์ในช่วงการแพร่ระบาดของโรค-19 ทำให้ปัญหานี้เลวร้ายยิ่งขึ้น เนื่องจากการเล่นเกมออนไลน์เป็นเวลานานได้กลายเป็นช่องทางให้บางคนเข้าสู่วงการการพนัน
ทั้งนี้ DEPA กำลังร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อดำเนินการตรวจสอบเนื้อหาและตัวละครในเกมเพื่อลดองค์ประกอบรุนแรงที่อาจนำไปสู่พฤติกรรมผิดกฎหมาย
อ้างอิง : asia.nikkei.com