โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สะพานแห่งกาลเวลา : แหล่งที่มาของ ‘โควิด’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 ก.ย 2567 เวลา 08.16 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2567 เวลา 02.58 น.
China News Service/CC BY 3.0

เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา มีรายงานผลการวิจัยชิ้นหนึ่งเผยแพร่ออกมา หัวข้อของงานวิจัยชิ้นนี้ครั้งหนึ่งเมื่อสามสี่ปีที่ผ่านมา เคยมีนัยสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นที่ถกเถียงกันอย่างหนัก และร่ำๆ จะลุกลามเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศด้วยซ้ำไป

หัวข้อที่ว่าคือ โควิด-19 เริ่มต้นระบาดจากไหนกันแน่หลุดมาจากห้องทดลองของจีน อย่างที่กล่าวหากันหรือไม่

เรารู้กันมาตลอดว่า ต้นกำเนิดของไวรัส ที่ต่อมาถูกเรียกว่า โควิด-19 นั้นคือ“ค้างคาว” นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า ไวรัสจากค้างคาวที่ว่านี้ เกิดจับพลัดจับผลูเข้ามาอยู่ในร่างกายมนุษย์

หลังจากนั้นจึงเกิดการ“ผ่าเหล่า” ที่ทำให้มันสามารถระบาดจากคนสู่คนได้ง่ายๆ จนเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดระดับโลกขึ้นตามมาในที่สุด

คำถามสำคัญก็คือ ไอ้การกระโดดจาก “ค้างคาว” มายัง “มนุษย์” ที่ว่านี้ เป็นเรื่อง “บังเอิญ” หรือ “เจตนา” กันแน่

ทีมวิจัยนานาชาติ นำโดย ฟลอรองซ์ เดบาร์เร นักวิจัยจากศูนย์เพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส (the French National Centre for Scientific Research) ให้คำตอบเอาไว้ว่า ที่เป็นไปได้มากที่สุด ก็คือ โควิด-19 เริ่มระบาดจากตลาดสดหัวหนานในเมืองอู่ฮั่น ไม่ใช่จากห้องปฏิบัติการทดลองของจีนแน่นอน

ทีมวิจัยทีมนี้ ใช้วิธีการตรวจสอบและวิเคราะห์ตัวอย่างจากตลาดสดหัวหนาน ที่ศูนย์เพื่อการป้องกันและควบคุมโรค ของทางการจีนจัดเก็บเอาไว้ รวมทั้งสิ้น 800 ตัวอย่าง

เป็นการตรวจสอบซ้ำจากเดิมที่เคยมีการตรวจสอบกันมาแล้วครั้งหนึ่ง

เอ็ด โฮล์มส์ สมาชิกของทีมวิจัย ที่เป็นนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ เปิดเผยว่า ตัวอย่างเหล่านั้นเป็นตัวอย่างที่จัดเก็บมาจาก พื้นผิว, ตู้แช่แข็ง, ทางระบายน้ำ และกรงขัง ของสัตว์แล้วนำมาตรวจวิเคราะห์ว่ามีเชื้อโควิด-19 ปนเปื้อนอยู่หรือไม่

เป้าหมายของทีมวิจัยนานาชาติ ก็เพื่อดูว่า มีสัตว์กี่ชนิดขายกันเป็นๆ ที่ตลาดแห่งนี้ สัตว์พวกนี้วางขายอยู่ตรงไหนของตลาด และที่ตรงนั้น กับสัตว์เหล่านั้น มีเชื้อโควิดอยู่ด้วยหรือไม่

พูดอีกอย่างก็คือการหาดูว่า มีสัตว์ที่ขายกันอยู่มีโอกาสเป็น “ตัวกลาง” ที่นำเชื้อจากค้างคาวมาสู่มนุษย์ อยู่ด้วยหรือไม่

ผลก็คือ ทีมวิจัยพบสัตว์ถึงอย่างน้อย 3 ชนิด ที่มีโอกาสสูงที่จะเป็นตัวกลาง คือ จิ้งจอกแรคคูน (Nyctereutes procyonoides) ชะมด (Paguma larvata) และอ้น (Rhizomys pruinosus)

ในตัวของสัตว์เหล่านี้มีเชื้อโควิดอยู่ เช่นเดียวกันกับบริเวณแผงที่ขายสัตว์เหล่านี้ ก็มีเชื้อโควิดปรากฏอยู่เช่นกัน

ทีมวิจัยยังใช้วิธีศึกษาพันธุกรรมของไวรัสในช่วงที่เกิดการระบาดแรกสุด ที่เก็บจากตัวอย่างเอาไว้ พบว่ามีตัวอย่างเพียง 2-3 ตัวอย่างเท่านั้นที่มีอายุนานก่อนเกิดการระบาดที่ตลาดสดหัวหนาน

พันธุกรรมส่วนใหญ่ มีอายุหลังจากเกิดการระบาดที่ตลาดสดแห่งนี้แล้วทั้งสิ้น

ตัวอย่างที่มีอายุนานกว่า เหล่านั้น เป็นไปได้ว่า อาจเป็นคนที่เป็นตัวการนำเอาสัตว์ที่ติดเชื้อเหล่านี้มาขายยังตลาดสดหัวหนานนั่นเอง

แซค เฮนเซล หนึ่งในสมาชิกของทีม ที่เป็นนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโนวา ในกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ชี้ว่า จากการวิเคราะห์ เชื่อว่า ถ้าหากใช้มาตรการป้องกันทั่วๆ ไป ที่ใช้กันอยู่ การแพร่ระบาดของโควิดก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้

ข้อสรุปดังกล่าวมีขึ้นเพราะจากการวิจัยไม่พบว่ามีเชื้อไวรัสที่สามารถแพร่ระบาดในคนได้ชนิดอื่นๆ แพร่อยู่ในตลาดมากมายนัก โดยนอกเหนือจากเชื้อโควิด-19 แล้ว ที่พบอีกเชื้อก็เป็นเพียงเชื้อไวรัสในกลุ่มไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza virus) อีกตัวเท่านั้นที่ มีโอกาสจะแพร่จะสัตว์มาสู่คนได้

แต่ทำไงได้ ในเมื่อไม่มีการป้องกัน ชะตากรรมก็กลายเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีกสองสามปีต่อมา โควิดเลยคร่าชีวิตคนเสียราวๆ 7 ล้านคนทั่วโลก

ข้อสรุปของทีมวิจัยนานาชาติทีมนี้ อาจไม่ได้ช่วยเหลือคนที่เสียชีวิตไปเหล่านั้น แต่อย่างน้อยที่สุด ในทรรศนะของนักวิชาการอย่าง โรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดส์ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฟลินเดอรส์ ในออสเตรเลีย ก็ทำให้เรื่องแหล่งที่มาของโควิด-19 ที่ทะเลาะกันมานานจะได้ยุติลงเสียที เขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับทีมวิจัย แต่ยกย่องและเชื่อถือทีมวิจัยนานาชาติทีมนี้สูงสุด

เขาให้เหตุผลเอาไว้ง่ายๆ ว่า เพราะทีมวิจัยนานาชาติทีมนี้ อุปมาได้ว่า เป็นเสมือน “ดรีมทีม ทางด้านชีววิทยาวิวัฒนาการ” แล้วนั่นเอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สะพานแห่งกาลเวลา : แหล่งที่มาของ ‘โควิด’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...