โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร้อง รพ.เอกชน วินิจฉัยโรคผิด สาวแพ้ยา ทำตาบอด-แผลไหม้ทั้งตัว เกิดภาวะ 'สตีเวนส์จอห์นสัน'

Khaosod

อัพเดต 09 ก.ย 2567 เวลา 07.26 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2567 เวลา 07.07 น.
รพ.เอกชน วินิจฉัยโรคผิด สาวแพ้ยาฉีด ทำตาบอด-แผลไหม้ทั้งตัว เกิดภาวะ 'สตีเวนส์จอห์นสัน'

สายไหมต้องรอด พา 2 ผู้เสียหาย แพ้ยาฉีดรักษาโรคจาก รพ.เอกชน เกิดภาวะ “สตีเวนส์จอห์นสัน” ทำสูญเสียการมองเห็น-แผลไหม้ทั้งตัว เข้าร้อง สธ.

วันที่ 9 ก.ย. 67 ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พาผู้เสียหาย 2 ราย เข้าร้องเรียนต่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กรณีที่ผู้เสียหายได้รับผลกระทบจากการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชน 2 แห่ง จนทำให้สูญเสียการมองเห็น มีแผลพังผืดขึ้นตามผิวหนัง โดยมี นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้แทนรับเรื่องร้องเรียน

นายกองตรี ธนกฤต กล่าวว่า วันนี้ตนได้รับมอบหมายให้มารับเรื่องร้องเรียนจากเพจสายไหมต้องรอด ที่พาผู้เสียหาย 2 ราย จากเหตุการแพ้ยาที่ได้รับการรักษาใน รพ.เอกชน ทำให้สูญเสียการมองเห็น ซึ่งทั้ง 2 กรณีไม่ได้เกิดขึ้นจาก รพ.เอกชน แห่งเดียวกัน แต่ผู้เสียหายเข้ารับการรักษาในอาการเดียวกัน คือ มีไข้ คาดว่าจะได้รับการฉีดยารักษาตัวเดียวกันด้วย และมีผลข้างเคียงเหมือน ๆ กัน

จึงมีข้อสงสัยว่า 1.ยาที่นำไปฉีดรักษาโรคนั้น มีมาตรฐานหรือไม่ 2.การรักษาเป็นไปตามเวชปฏิบัติหรือไม่ 3.มีการลงบันทึกการรักษาในเวชระเบียบของ รพ.เอกชน ทั้งสองแห่งอย่างไรบ้าง มีการบันทึกเรื่องการใช้ยาอย่างไร แต่ถ้ามีการแก้ไข ปลอมแปลงก็จะมีความผิดตามกฎหมาย และ 4.การช่วยเหลือเยียวยาจากทาง รพ.เอกชน ทั้งสองแห่ง ไปจนถึงการช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลจะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

สธ. ในฐานะกระทรวงฯ ที่ดูแลสุขภาพประชาชน ทาง รมว.สาธารณสุข ได้กำชับถึงเหตุการณ์นี้ว่าจะต้องดูแลผู้เสียหายทั้งสองราย โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย 100% จึงสั่งการให้ รพ.พระนั่งเกล้า มารับตัวผู้เสียหายทั้ง 2 ราย ไปตรวจดวงตา ว่ามีความเสียหายอย่างไรบ้าง เนื่องจากผู้เสียหายรายแรกนั้น สูญเสียตาข้างซ้าย และตาข้างขวา มองเห็นได้เพียง 30%

ส่วนผู้เสียหายอีกรายนั้น มองเห็นได้เพียง 70% แต่ทั้งสองรายมีแผลพังผืดที่ผิวหนังเหมือนกัน ซึ่งทาง สธ. ก็จะให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังเข้ามาดูแล อย่างไรก็ตาม ตนได้มอบหมายให้ ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) พร้อมเจ้าหน้าที่กองกฎหมายเข้าตรวจสอบ รพ.เอกชน ทั้งสองแห่งในช่วงบ่ายของวันนี้

รพ.เอกชน วินิจฉัยโรคผิด สาวแพ้ยาฉีด ทำตาบอด-แผลไหม้ทั้งตัว เกิดภาวะ 'สตีเวนส์จอห์นสัน'

รพ.เอกชน วินิจฉัยโรคผิด สาวแพ้ยาฉีด ทำตาบอด-แผลไหม้ทั้งตัว เกิดภาวะ 'สตีเวนส์จอห์นสัน'

พร้อมให้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เข้าไปตรวจสอบเรื่องมาตรฐานยารักษาที่ใช้ฉีดให้กับผู้เสียหายทั้งสองราย โดยจะต้องนำตัวอย่างยาดังกล่าวส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้วย

ผู้เสียหายรายที่ 1 อายุ 31 ปี กล่าวว่า ตนมีอาการเริ่มต้นเป็นตาแดง และเจ็บคอ จึงตัดสินใจไปพบแพทย์ใน รพ.เอกชน แห่งหนึ่งด้วยสิทธิการรักษาประกันสังคม แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นต่อมทอนซิลอักเสบ จึงรับยารักษาชนิดฉีด เมื่อกลับบ้านเริ่มมีอาการมีไข้ ตัวสั่น มีตุ่มผื่นตามร่างกายไปจนถึงใบหน้าและปาก

จากนั้นวันรุ่งขึ้นตนได้เข้าไปพบแพทย์ตามนัดฉีดยาเข็มที่ 2 ซึ่งแพทย์เห็นแล้วว่าผิดปกติจึงส่งไปพบแพทย์เฉพาะทาง โดยให้ความเห็นว่าเป็นการแพ้อะไรซักอย่าง จึงให้เข้ารักษาใน รพ. และได้รับยาชนิดฉีดเข็มที่ 2 วันถัดมา มีแพทย์ที่เป็นอาจารย์แพทย์ ให้ความเห็นว่าเป็นอีสุกอีใส ตนจึงแจ้งว่าเคยเป็นแล้วตอนเด็ก แพทย์จึงบอกว่าอาจเพราะภูมิคุ้มกันต่ำจึงกลับมาเป็นอีก แพทย์จึงฉีดยารักษาให้

จากนั้น ตนก็มีอาการตาพร่ามัว มองไม่เห็น เข้าห้องไอซียูในคืนนั้น ทำการรักษาตั้งแต่วันที่ 21 - 26 มิถุนายน 2567 โดยแพทย์ทำการวินิจฉัยว่า ตนเป็นกลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens Johnson Syndrome) แพ้ในระดับ 10 อาการโคม่า จึงได้ส่งตนไปรักษาใน รพ. แห่งที่สอง

“ขั้นตอนรักษาใน รพ.แห่งที่สองนั้น แพทย์จะทำการลอกผิวหนังที่ตายแล้วทุกสัปดาห์ และพันด้วยผ้าก๊อซ ห้ามขยับตัว และ รพ.แห่งนี้แจ้งว่าตาเสี่ยงบอด ถ้าไม่ได้ใส่เยื่อหุ้มรกที่ตา แต่สิ่งที่เสียความรู้สึกคือ รพ.แห่งแรกได้ลืมนัดผ่าตัดใส่รกกับ รพ.แห่งที่สอง แม้จะเป็น รพ. กลุ่มเครือเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้ทำการนัดหมายใส่รกตาให้ แต่ได้รับความอนุเคราะห์จาก รพ. แห่งที่สองดำเนินการไปซื้อรกที่สภากาชาดไทยและผ่าตัดให้” ผู้เสียหาย กล่าว

ผู้เสียหาย กล่าวต่อว่า การใช้ชีวิตของตนหลังจากสูญเสียการมองเห็นนั้น ต้องหยอดตาทุกชั่วโมง ไม่สามารถแยกแยะสีได้ เวลาเดินลงบันไดก็จะมองไม่เห็นความแตกต่างของขั้นบันได จึงต้องมีคนพยุงเดินตลอดเวลา เวลามองใครก็จะเห็นเป็นคน แต่ไม่เห็นหน้าตา ส่วนผิวแพทย์แจ้งว่าต้องรอดูอีก 6 เดือน และขอให้ไปรักษาเอง ทั้งนี้ ตนยังไม่ได้รับความเยียวยาจาก รพ.เอกชน ดังกล่าวเลย

ผู้เสียหายรายที่ 2 กล่าวว่า ตนมีอาการเริ่มต้นคือมีไข้สูง เจ็บคอ จึงไปพบแพทย์ใน รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 จากนั้นแพทย์ตรวจหาไข้หวัดใหญ่แต่ไม่พบ โดยแพทย์แจ้งว่ามีการติดเชื้อ เลยฉีดยาให้ 1 เข็มและให้ยาฆ่าเชื้อก่อนกลับบ้าน เมื่อตื่นมาก็มีอาการเจ็บตา เจ็บช่องปาก ตนไม่ได้คิดว่าเพราะแพ้ยา ก็เลยกินยาตามปกติ

เมื่อสาย ๆ มาเริ่มอาการแรงขึ้น หน้าเริ่มแดง มีตุ่ม 1 เม็ด และไข้สูงขึ้น เมื่อกลับไป รพ.เดิม ได้ส่งไปพบแพทย์ผิวหนัง และตรวจหาเชื้อเริมแต่ไม่พบเชื้อ ตนจึงให้ข้อสังเกตว่าอาจเกิดจากการแพ้ยาหรือไม่ ซึ่งแพทย์ระบุว่าไม่ใช่

“ต่อมาอาการเริ่มมากขึ้น เลยไป รพ.แห่งที่สอง แค่เห็นว่าไข้สูงมาก ก็วินิจฉัยว่าน่าจะแพ้ยา เลยให้แอดมิตทำการรักษาใน รพ.ดังกล่าวเลย” ผู้เสียหายกล่าวและว่า ตอนนี้ตนยังไม่ได้รับการติดต่อจาก รพ.เอกชนแห่งแรกเลย โดยสายตาของตนก็ยังไม่กลับมา 100% ทั้งยังมีแผลไหม้ครึ่งตัว และต้องถอดเล็บด้วย

พญ.จันทิรา แก้วสัมฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน รพ.พระนั่งเก้า กล่าวว่า สำหรับความเห็นในเบื้องต้นหาก ดูจากลักษณะอาการป่วยขณะนี้สาเหตุสามารถเกิดได้จากยาก็ได้ หรือจากโรคเช่น มะเร็ง หรือการติดเชื้อไวรัส/แบคทีเรีย ซึ่งอาจเกิดได้จากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง โดยต้องมีการสอบสวนและแต่ละบุคคลอาจมีอาการแตกต่างไป โดยที่ผ่านมาก็พบผู้ป่วยในลักษณะเช่นนี้อยู่เรื่อย ๆ

ด้าน นายเอกภพ กล่าวว่า ผู้เสียหายทั้ง 2 ราย ไม่มีเจตนาที่จะมาเอาผิด รพ.เอกชน หรือเอาผิดแพทย์ที่ทำการรักษา เพราะเข้าใจว่าเป็นเหตุการณ์ไม่คาดคิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วทางผู้เสียหายก็มีความต้องการที่จะรักษาดวงตาและแผลที่ผิวหนัง รวมถึงต้องถอดเล็บด้วย ทำให้ตอนนี้ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ และใช้ชีวิตลำบาก

รวมถึงอยากให้ทาง รพ.เอกชน ทั้งสองแห่ง ได้เข้ามาพูดคุยถึงเรื่องการเยียวยา เพราะตั้งแต่เกิดเหตุขึ้นผู้เสียหายยังไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ จากทาง รพ.เอกชน ทั้งสองแห่ง กลายเป็นคนทุพพลภาพ ที่ต้องรักษาตัวเอง

ขณะที่ ทพ.อาคม กล่าวว่า บ่ายวันนี้กรมสบส. จะลงพื้นที่ตรวจสอบ รพ.เอกชน ทั้งสองแห่งเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรม โดยจะตรวจสอบทั้งเครื่องมือทางการแพทย์ ยาที่ใช้รักษา และมาตรฐานการแพทย์ ส่วนเรื่องการรักษาผลข้างเคียงจากการรักษาพยาบาลของผู้เสียหายนั้น จะไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ขอให้สบายใจได้ว่ารัฐบาลจะดูแลผู้เสียหายอย่างดีที่สุด

ต่อมาเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถพยาบาลจาก รพ.พระนั่งเกล้า ได้มารับผู้เสียหายทั้งสองราย เดินทางไปยัง รพ. เพื่อทำการตรวจรักษาดวงตาแล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ร้อง รพ.เอกชน วินิจฉัยโรคผิด สาวแพ้ยา ทำตาบอด-แผลไหม้ทั้งตัว เกิดภาวะ 'สตีเวนส์จอห์นสัน'

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...