โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคมยุคใหม่ ทำให้คนสมาธิสั้น? ติดจอมือถือ ไถฟีดทั้งวัน

TODAY

อัพเดต 26 ก.ย 2567 เวลา 12.51 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2567 เวลา 05.49 น. • workpointTODAY

เป็นเรื่องที่หลายคนคุ้นเคยกับชีวิตปัจจุบันที่ผู้คนดูเร่งรีบ ทำและคิดอะไรอย่างรวดเร็ว ซึ่งสังคมในยุคปัจจุบันแตกต่างจากยุคก่อนหน้าอย่างชัดเจน โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสังคมยุคใหม่คือการพัฒนาของเทคโนโลยีและการสื่อสาร ซึ่งส่งผลต่อวิถีชีวิตของคนในหลายๆ ด้าน

‘ดร.กลอเรีย มาร์ค’ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และอธิการบดี มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ บอกว่า คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่กับคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คอยรบกวนสมาธิของเราอยู่ตลอดเวลา การวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาความสนใจในบางสิ่งบางอย่างของผู้คนลดลงอย่างเห็นได้ชัด

โดยความหมายของคำว่า ‘สมาธิสั้น’ อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือ การมีปัญหาในการจดจ่อหรือไม่สามารถให้ความสนใจในสิ่งที่กำลังทำอยู่ได้นานๆ เชื่อว่าปัจจุบันมีหลายคนที่มีอาการเช่นนี้ สาเหตุหลักคือการติดจอเล่นโซเชียลเป็นเวลานาน

ยิ่งช่วงโควิด-19 ความจำเป็นที่ต้องเว้นระยะห่างออกจากสังคม การใช้โซเชียลจึงเป็นทางเดียวที่ยังทำให้ติดต่อกับผู้คนได้ แต่ผลกระทบที่ตามมาก็คือคนส่วนใหญ่มีอาการสมาธิสั้นลงใจจดจ่ออยู่แต่กับโทรศัพท์มากขึ้น

ที่สำคัญผลเสียของการติดสื่อโซเชียลที่นอกจากจะทำให้สมาธิสั้นแล้ว ยังมีผลกระทบด้านอื่นๆ เช่น ขาดทักษะเข้าสังคม เนื่องจากใช้เวลาอยู่แต่ในโลกโซเชียล รวมถึงการรับรู้สิ่งรอบข้างลดลง เพราะความเคยชินกับการดูสื่อวิดีโอสั้นๆ และสนใจแต่สิ่งนั้นจนไม่ได้เงยหน้ามาสังเกตบรรยากาศรอบๆ ข้าง

โดยพบว่ากลุ่มคนเจน Y และเจน Z เป็นกลุ่มที่มีจำนวนผู้ใช้โซเชียลมากที่สุด และมีแนวโน้มที่อัตราการติดโซเชียลเดียของคนกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นทุกปี

นอกจากนี้ตามการวิจัยของ Common Sense พบว่าวัยรุ่นใช้เวลาหน้าจอเฉลี่ย 7 ชั่วโมง 22 นาทีต่อวันและเด็กอายุ 8–12 ปี ใช้เวลาหน้าจอเฉลี่ย 4 ชั่วโมง 44 นาทีต่อวัน

ซึ่งปัจจุบันประชากรโลกประมาณ 56.8% กำลังใช้โซเชียลและเชื่อกันว่าอัตราการติดโซเชียลจะเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าและตามการวิจัยของมหาวิทยาลัยมิชิแกน พบว่าผู้คนทั่วโลกประมาณ 210 ล้านคนกำลังติดโซเชียลและอินเทอร์เน็ต

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของการติดโซเชียลมีเดียต่อวัยรุ่นกลายเป็นประเด็นที่น่ากังวลมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหลายคนกังวลว่าเด็กและวัยรุ่นมีความเสี่ยงต่อการติดโซเชียลเป็นพิเศษ

ความกังวลดังกล่าวเกิดจากวิธีที่แพลตฟอร์มโซเชียลส่งเสริมให้คนเลื่อนฟีดหน้าจออย่างต่อเนื่อง ด้วยวิธีการทำคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาสั้นๆ ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมที่หุนหันพลันแล่นและความต้องการความพึงพอใจทันทีหรือใจร้อนง่ายขึ้น

ทั้งนี้ สำหรับแนวทางในการฟื้นฟูสมาธิในสังคมยุคใหม่

1.จำกัดการใช้เทคโนโลยี : กำหนดเวลาใช้งานโซเชียลมีเดียและอุปกรณ์เทคโนโลยีเพื่อให้สมองมีเวลาพักจากสิ่งเร้า

2.ฝึกสมาธิและการมีสติ (Mindfulness) : การฝึกสมาธิหรือการทำกิจกรรมที่เน้นการจดจ่อช่วยฝึกฝนสมองให้กลับมามีความสามารถในการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ดีขึ้น

3.จัดการเวลาพักผ่อน : การพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยให้สมองฟื้นฟูและสามารถจดจ่อกับงานได้ดีขึ้น

4.ทำงานทีละอย่าง (Single-tasking) : ฝึกทำงานหรือกิจกรรมทีละอย่างและหลีกเลี่ยงการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน

5.พักสายตาจากหน้าจอ : ให้เวลากับตัวเองในการพักสายตาและสมองจากการใช้เทคโนโลยีเป็นระยะ ๆ

สุดท้ายแม้ว่าสังคมยุคใหม่อาจมีส่วนทำให้คนมีสมาธิสั้นลง แต่ด้วยการปรับตัวและฝึกฝนก็สามารถฟื้นฟูและเพิ่มความสามารถในการจดจ่อได้อย่างมีประสิทธิภาพได้

ที่มา :

https://www.addictionhelp.com/social-media-addiction/statistics/

https://www.forbes.com/health/mind/adhd-statistics/

https://www.apa.org/news/podcasts/speaking-of-psychology/attention-spans

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...