โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Food Waste ในไทย สูงเป็นอันดับที่ 77 ของโลก

ECOLIFE

อัพเดต 22 ต.ค. 2567 เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2567 เวลา 03.00 น. • KIDKID

Food Waste ในไทย สูงเป็นอันดับที่ 77 ของโลก รณรงค์ให้คนไทยบริจาคอาหารส่วนเกิน และทานแต่พอดี เพื่อลดปัญหาขยะอาหาร

รายงาน Food Waste Index 2024 เป็นการรายงานครั้งที่ 2 ของ UNEP (UN Environment Programme) ระบุว่า คนไทยสร้างขยะอาหาร (Food Waste) เฉลี่ย 86 กิโลกรัมต่อคนต่อปี โดยเพิ่มขึ้นอีก 7 กิโลกรัมต่อคนต่อปี นับจากในการประเมินครั้งล่าสุด

Food Waste

Food Waste มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 8-10%

ทั้งนี้ขยะจากอาหารมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขยะอาหาร ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8-10% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของโลก นับว่าเป็นสัดส่วนที่เยอะมาก ๆ ซึ่งปริมาณขยะอาหาร นับวันยิ่งมากขึ้น ดังนั้นแล้ว สัดส่วนของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจึงมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอีกเรื่อย ๆ

องค์การสหประชาชาติ กำหนดเป้าหมายให้ทุกประเทศต้องลดปริมาณอาหารขยะลงให้ได้ 50% ภายในปี 2030 ดังนั้น ประเทศไทยจึงมีเป้าหมายต้องลดปริมาณขยะอาหารประมาณ 3 ล้านตันต่อปี หรือเฉลี่ยคนละ 43 กิโลกรัม

จากรายงานดัชนีขยะอาหาร (Food Waste Index 2024) ระบุว่า ปี 2022 ครัวเรือนทั่วโลกสร้างขยะอาหารรวมกันมากกว่า 1 พันล้านมื้อต่อวัน โดยในปี 2022 มีขยะอาหารเกิดขึ้น 1.05 พันล้านตัน (รวมถึงส่วนที่กินไม่ได้) คิดเป็น 132 กิโลกรัมต่อคน หรือราว 1 ใน 5 ปริมาณอาหารทั้งหมดสำหรับการบริโภค ซึ่ง 60% เกิดขึ้นจากภาคครัวเรือน 28% เกิดจากธุรกิจด้าน Food Service และ 12% จากกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ในขณะที่ผู้คน 783 คนทั่วโลกยังต้องเผชิญความหิวโหย หรือกว่า 1 ใน 3 ที่มีความไม่มั่นคงทางอาหาร

Food Waste ในไทย

เป้าหมายการลด Food Waste ในปี 2030 ยังคงเป็นเรื่องที่ท้าทาย

ปัญหาขยะอาหาร หรือ Food Waste เป็นภัยคุกคามทั่วโลก โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละคนทั่วโลกสร้างขยะอาหารถึง 7 กิโลกรัมต่อปี โดยเฉพาะประเทศในแถบร้อนที่มีอุณหภูมิสูง ทำให้เกิดการเน่าเสียของอาหารได้ง่าย ปัจจุบันมีเพียง 4 ประเทศในกลุ่ม G20 (ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา) และสหภาพยุโรปเท่านั้น ที่จัดการขยะอาหารลงในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ภายในปี 2030 ได้แต่ก็ยังมีอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา ที่ยังขาดระบบการจัดการขยะอาหารที่มีประสิทธิภาพ ทำให้การบรรลุเป้าหมายลดขยะอาหารลง 50% ภายในปี 2030 เป็นเรื่องท้าทาย

BKK Food Bank ธนาคารอาหารแก้ปัญหา Food Waste

กรุงเทพมหานคร ได้กำหนดให้มีนโยบายแก้ปัญหา Food waste ในไทย โดยได้ริเริ่ม โครงการ BKK Food Bank Center แบ่งปันอาหารให้กลุ่มเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางในการกระจายอาหารและข้าวของสู่ผู้ที่มีความต้องการ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือระหว่างผู้ให้และผู้รับอย่างยั่งยืน ผู้รับจะได้รับการสะสมแต้มแลกสินค้า เพื่อสร้างระบบการบริหารจัดการด้านการจัดเก็บฐานข้อมูลอย่างยั่งยืน โดยนำร่องในพื้นที่ 4 เขต ได้แก่ เขตห้วยขวาง เขตบางขุนเทียน เขตพระโขนง และเขตบางพลัด

BKK Food Bank

ช่วงแรกดำเนินการใน 2 รูปแบบ คือ แบบที่ 1 Food surplus หรืออาหารเหลือทิ้ง จากร้านสะดวกซื้อที่ขายไม่หมด ไม่เสีย แต่ไม่ขายแล้วเป็นอาหารที่ต้องทิ้ง สามารถนำไปส่งต่อให้กลุ่มเปราะบางได้ ซึ่ง กทม.ได้ทำระบบขนส่งอาหารเองโดยร่วมกับ มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟซัสทีแนนซ์ (Scholars Of Sustenance : SOS Thailand) ช่วยตรวจสอบความปลอดภัยของอาหารก่อนใช้รถเทศกิจ ส่งต่อเวียนไปยังชุมชนต่าง ๆ นำร่อง 10 เขต โดยภายในปี 2567 จะขยายให้ครบ 50 เขต รวมถึงให้พนักงานกวาดถนนไปรับที่ร้านสะดวกซื้อเอง โดยเวลา 06.00 น. ได้นำไปแจกจ่ายพนักงานกวาดถนน ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง

แบบที่ 2 คือ การรับบริจาค โดยทำต้นแบบที่เขตห้วยขวาง ร่วมกับวัดที่ บริจาคของใช้จากสังฆทานจำนวนมาก เขตจัดทำห้องรับบริจาคเป็นมินิมาร์ทมีสิ่งของทั้งของใช้ ของกิน อาหารแห้ง เลือกใช้วันพระเป็นวันเปิดห้องให้กลุ่มเปราะบางมา รับได้

BKK Food Bank

สำหรับใครที่มีอาหารเหลือทิ้ง หรือวัตถุดิบสำหรับทำอาหารที่ยังพอใช้ได้อยู่ สามารถนำมาส่งต่อให้กับ BKK Food Bank ได้ และเพื่อป้องกันการเกิด Food Waste การซื้ออาหาร ทานแต่พอดี และแบ่งปันส่งต่อ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาขยะอาหารได้ดีมาก ๆ ดังนั้นแล้ว พี่หมีอยากจะเชิญชวนทุกคน ให้ช่วยกันลด Food Waste ไปด้วยกันนะฮะ

ติดตามข้อมูลข่าวสารของ คิดคิด และ ECOLIFE ได้ที่

Facebook:ECOLIFE

Website:คิดคิด /ECOLIFE

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...