โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'พี่อาย' แชร์ทริคและรีวิวชีวิตการทำงานบริษัทเยอรมัน หลังจบ ป.ตรี ธุรกิจ (OVGU) → ป.โท การจัดการ (TU München) ควบงาน Working Student

Dek-D.com

อัพเดต 25 ก.ย 2567 เวลา 05.47 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2567 เวลา 02.00 น. • DEK-D.com
รีวิวจากนักเรียนไทยในเยอรมนี

สวัสดีค่ะชาว Dek-D สำหรับทีมเยอรมันที่วางแผนจะเรียนยิงยาวไปจนถึงทำงานในบริษัทสัญชาติเยอรมัน วันก่อนเรามีโอกาสชวน“พี่อาย-ยมลพรพัศ” มาแชร์ประสบการณ์ภาคต่อหลังจากเรียนจบ ป.ตรี สาขาธุรกิจจาก Otto von Guericke University Magdeburg (OVGU) และ ป.โท สาขาการจัดการที่ Technical University of Munich (TU München) และระหว่างเรียน เธอตัดสินใจ(ถูกสุดๆ) ที่ไปทำงานเป็น “Working Student”เพราะเป็นโอกาสได้จับงานจริง รับค่าตอบแทนอย่างถูกกฎหมาย ใช้ความรู้กับโลกการทำงานจริง ที่สำคัญคือทำให้ CV ของเรามีปรากฎ [ประสบการณ์ทำงาน] สำคัญมากเพราะโดยทั่วไปวัยเรียนที่เยอรมันจะมีประสบการณ์ทำงานตั้งแต่เรียนแล้วค่ะ ถ้าขาดเราก็จะเสียเปรียบไปอีกหนึ่งข้อ

  • Part I รีวิวช่วง ป.ตรี-โท ที่เยอรมนี
  • Part II ประสบการณ์ Working Student

แล้วหลังจากเรียนจบล่ะ?

วันนี้เราชวนพี่อายมาเม้าท์มอยชีวิตการทำงาน Full-time ในบริษัทสัญชาติเยอรมันกันต่อค่าา บอกเลยว่าเป็นวัฒนธรรมการทำงานที่ทำเอาช็อกไปช่วงแรกๆ แต่กลายเป็นชอบมากๆ ในเวลาต่อมา เลิศกว่านั้นคือเธอเจอทางเลือกที่ลงตัวสุดๆ เพราะสามารถกลับไทยมาอยู่กับคนที่เรารัก ในขณะที่ยังทำงานในบริษัทเยอรมันที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และมีวัฒนธรรมที่เธอประทับใจไม่ต่างกันด้วย // ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาอ่านเรื่องราวของเธอกันเลยค่าา~

Note:อ่านจบอยากพูดคุยและปรึกษารุ่นพี่ทุนตัวจริง 1:1 ข่าวดีคือ “พี่อาย" ให้เกียรติตอบรับคำเชิญมาประจำบูทหลักของงาน Dek-D’s Study Abroad Fair รอบตุลาคม 2024 ด้วยนะคะ (พบพี่อายได้ในวันอาทิตย์ที่ 13 ต.ค. 2024) เช็กตารางรุ่นพี่และไฮไลต์ทั้งหมด >> https://www.dek-d.com/studyabroadfair

1

ทักทายผู้อ่าน

สวัสดีค่ะทุกคน ชื่อ "พี่ป๊อบอาย" นะคะ เรียนจบ ป.ตรี สายธุรกิจจาก Otto von Guericke University Magdeburg (OVGU) และต่อด้วย ป.โท Technical University of Munich (TU München) หลังจบทำงานที่บริษัทเยอรมัน รวมๆ อยู่ที่นั่นประมาณ 6-7 ปี ปัจจุบันกลับไทยมาทำงานในบริษัทสัญชาติเยอรมันที่มีออฟฟิศในไทยค่ะ

2

เริ่มหางานตั้งแต่ตอนไหน?

เล่าก่อนว่าปกติแล้ว หลังจากจบ ป.ตรี, ป.โท หรือ ป.เอก นักเรียนต่างชาติจะมีสิทธิ์ขอGermany Job Seeker Visaให้เราพำนักและหางานที่เยอรมนีได้อีก 18 เดือน ระหว่างนี้ก็คือทำงานไปด้วยได้ (พาร์ตไทม์ก็ได้นะ) เพื่อนบางคนก็มีทริคคือถึงได้งานแล้ว ก็ยังไม่เปลี่ยนเป็น Work Visa แต่ยังถือ German Seeker Visa ก่อนเพื่อทดลองทำงานว่าชอบไหม เนื่องจาก Work Visa มีระบุเฉพาะเลยว่าสำหรับทำงานนี้ที่บริษัทนี้เท่านั้น ไม่สามารถถือวีซ่านี้แล้วทำงานได้ทุกบริษัทในเยอรมนี กรณีลาออกจะต้องทำวีซ่าใหม่ ซึ่งมีเวลาหางานใหม่ได้สูงสุด 12 เดือนเท่านั้น (แนะนำให้ได้งานบริษัทใหม่ก่อนออกที่เก่าค่ะ)

ส่วนตัวอายคือหว่าน Resume ตั้งแต่ ป.โท เทอมสุดท้าย ช่วงนั้นเหนื่อยมากกก ทำ 4 อย่างพร้อมกันคือ เรียน, เขียนธีสิส, Working Student และหางานกับสัมภาษณ์งานเพราะเราอยากรีบได้งานแล้วถือ Work Visa เพราะมองว่าถ้าเป็น Germany Job Seeking Visa จะต้องใช้เอกสารแสดงยอดเงินในบัญชีขั้นต่ำ €11,904 ต่อปี (อ้างอิง https://www.germany-visa.org/banking-germany/blocked-account)แต่เราอยากเก็บเงินก้อนนั้นไว้กับตัว แล้วไม่อยากยุ่งยากตอนไปเปลี่ยนวีซ่าหางานหมดอายุด้วย ก็เลยอยากรีบทำตั้งแต่ตอนนี้

และหลังจากเหนื่อยไป 2-3 เดือน ในที่สุดเราก็ได้ Offer ก่อนส่งธีสิสค่ะ! เล่าถึงตรงนี้ อายอยากเป็นตัวแทนของคนที่พูดภาษาเยอรมันได้ในระดับงูๆ ปลาๆ มาเรียนหลักสูตรอินเตอร์ แถมยังจบสาขา Business ที่ไม่ใช่สายที่กำลังขาดแคลนในตลาดงานเยอรมันด้วย ปัจจัยพวกนี้ทำให้มันยากขึ้น แต่อย่าท้อใจค่ะ มันเป็นไปได้ รีบเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ ดีที่สุด

3

หางานที่ไหน?

ปกติอายชอบเข้าไปส่องใน LinkedIn เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่คนเยอรมันนิยมติดต่อกันเรื่องงาน หรือถ้าใครมาสายวิชาการ แนะนำให้เข้าไปที่ University Job Portal จะมีงานแนวๆ ทำวิจัย สอนหนังสือ ทำงานในมหาวิทยาลัย

4

สมัครงานที่เยอรมนี

จริงใจเข้าไว้ สำคัญมาก!

  • แนะนำว่าควรมี Cover Letter แนบด้วย และ Resume ควรเป็นแบบ German Style นะคะ ตอนแรกอายเองไม่รู้ ก็เลยใช้รูปแบบเดิมที่เคยทำไปยื่น ปรากฏว่าโดนปัดตกทุกที่ ไม่เคยไปถึงรอบสัมภาษณ์เลยค่ะ จนตอนหลังเพิ่งมารู้หลังจากมีเพื่อนคนเยอรมันบอก
    ดูเพิ่มเติม: German-Style Resume

  • เขียน Resume แบบจริงใจ หยิบประสบการณ์ที่เกี่ยวกับงานมาเล่า ไม่เน้นข้อความแบบการตลาด (Marketing Message)

  • สัมภาษณ์งานก็เน้นตอบแบบจริงใจเท่าที่เคยเจอเขาจะไม่ได้คาดหวังให้เราเป็นแนว ‘I can do everthing’ แต่อยากให้มีขอบเขตของตัวเอง ถูกจ้างมาทำหน้าที่ไหน ก็จะทำตรงนั้นให้ดีที่สุด รู้ว่าตัวเองมีจุดอ่อนหรือยังขาดอะไร แล้วเราจะทำยังไงเพื่อพัฒนาหรือเติมเต็มส่วนนั้นให้สมบูรณ์ขึ้น ซึ่งควรเป็นสิ่งที่ต้องเกี่ยวกับงานด้วย ให้เตรียมไปดู Job Description แล้วเทียบกับประวัติของเรา สำคัญคือต้องเน้นตอบแบบจริงใจค่ะ

5

[ข้อควรรู้] การแข่งขันหางานแสนเดือด

เด็กจบใหม่ต่างชาติเตรียมพร้อมยังไงดี?

ความท้าทายสำหรับเด็กต่างชาติแบบเราๆ คือปกติเยอรมนีก็มักจะ prioritize คนเยอรมันก่อน ถัดมาคือคนจากประเทศในสหภาพยุโรป แล้วถึงจะพิจารณาเราที่เป็นชาวต่างชาติกลุ่ม Non-EU (ถ้าจะรับแปลว่าเขาต้องเห็นศักยภาพจริงๆ ว่าต้องคนนี้เท่านั้น เพราะบริษัทจะมีขั้นตอนไปดำเนินเรื่องเพื่อสปอนวีซ่าเขาต้องเห็นศักยภาพจริงๆ เพราะบริษัทต้องไปดำเนินเรื่องเพื่อสปอนเซอร์วีซ่าให้)

  • ภาษาเยอรมันสำคัญมากกกช่วยให้โอกาสของเราไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในบริษัทอินเตอร์ที่ใช้สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษเพียงภาษาเดียว
  • คนส่วนใหญ่ที่เรียน ป.ตรี/ป.โท มักจะทำงาน Working Student ทำให้มีประสบการณ์กันมาก่อนทุกคน ดังนั้นแนะนำว่าถ้าไม่ติดอะไร ทำเถอะ ไม่งั้นเราจะเสียเปรียบส่วนนี้ไป
  • โอกาสจะมากขึ้นถ้าเราเป็นแรงงานทักษะเฉพาะทางที่กำลังขาดแคลน
  • ถ้าถามว่าชื่อมหาวิทยาลัยมีผลไหม เยอรมันเป็นประเทศที่เคลมว่าทุกมหาวิทยาลัยคุณภาพเดียวกันทั้งประเทศ ส่วนตัวรู้สึกเป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่มีใครเหยียดใคร เข้าไปถึงไม่มีใครสนใจเลยว่าจบจากไหน

6

รีวิวเริ่มงานแรกในชีวิต

กับบริษัทให้บริการด้าน Finance ชื่อดัง

  • อายได้งานแรกตำแหน่ง IT & Technology Consultant ของบริษัทที่ให้บริการด้านการเงินและประกันชั้นนำระดับโลก สำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงมิวนิก (Munich) เมืองหลวงเยอรมันค่ะรู้สึกเป็นงานสนุก~ ท้าทายและทำให้โตเร็วมากในเวลาสั้นๆ ในทีมมี 9 คน อยู่ไม่ถึงครึ่งปีแตะไปแล้ว 2 โปรเจ็กต์ระดับ Global งานนึงเป็นแนวๆ ทดสอบซอฟต์แวร์ และอีกงานคือการวิเคราะห์เพื่อหาเครื่องมือ (Tools) ที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่เป็นบริษัท

  • บรรยากาศอินเตอร์ มีทั้งคนในยุโรปอย่างเยอรมัน อิตาลี อังกฤษ และคนเอเชียก็มีเยอะมาก เช่น จีน เกาหลี เวียดนาม ฯลฯ และใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารเป็นหลัก ถึงแม้การประชุมนั้นจะมีคนเยอรมันทั้งห้องยกเว้นเรา เขาก็ Respect ไม่พูดภาษาเยอรมันเลยตลอดการประชุม เพื่อไม่ให้เรารู้สึกแปลกแยกหรือถูกกันออกจากบทสนทนา

  • เรื่องที่ชอบสุดขอยกให้กับวัฒนธรรม Direct Feedback ปกติคนจะคอมเมนต์งานอย่างตรงไปตรงมาทั้งบวกและลบ แต่ไม่ใช่การด่าหรือใช้คำที่บั่นทอนจิตใจเลย เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าเขาจะชี้ให้เห็นจุดที่พัฒนาได้อีก และเสนอแนวทางแก้ไขให้
    สารภาพเลยว่าแรกๆ ฟังแล้วก็แอบใจบางนะเพราะยังไม่ชิน 5555 แต่ตอนหลังคือชอบเพราะเข้าเรื่องเร็ว ตรงจุด ได้คำแนะนำไปพัฒนาตัวเองตลอด และเราเองก็สามารถเป็นฝ่ายให้ Direct Feedback นี้กับคนอื่นได้แม้จะเป็นหัวหน้าเราก็ตาม เพราะเขาเองก็อยากเห็นมุมมองจากคนรุ่นใหม่ๆ เพื่อนร่วมงานทุกคนก็รับฟังหมด

  • ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความตรงต่อเวลาและมี Work-Life Balance อย่างบริษัทแรกของอาย เข้างาน 9:00AM ออก 5:00PM แบบนี้เป๊ะๆ เน้นคุณภาพงานและเสร็จทันกำหนด แม้จะเป็นงาน Consult ที่ค่อนข้างหนักก็ตาม (ฝั่งลูกค้าของเราเขาก็เลิกงานตรงเวลาเหมือนกัน ไม่อยู่ให้เราคุยต่อนะคะ 555)
    Note:ในสังคมเยอรมัน ไม่ได้เชิดชูการทำงานล่วงเวลา (OT) แถมอาจถูกมองว่าบริหารเวลาไม่ดีพอหรือเรียนรู้งานช้าด้วยค่ะ สมมติส่งเมลตอนตีสอง วันต่อมาอาจถูกหัวหน้าเรียกไปคุยด้วยความเป็นห่วงว่าเรากำลังเจอปัญหาอะไรอยู่ไหม เพราะมันไม่ใช่เหตุการณ์ปกติทั่วไป

  • เงินเดือนที่ทำงานแรกของอายสูงกว่าค่าเฉลี่ย มีเงินไปเที่ยวต่างประเทศ ทำกิจกรรมที่อยากทำ กินอาหารอร่อยๆ แล้วยังมีเงินเหลือเก็บ สวัสดิการก็ดีหนึ่งในนั้นคือวันลาวันพักร้อนเยอะมาก (เยอรมนีมีกฎหมายว่าทุกบริษัทต้องมีวัน Paid Holiday ขั้นต่ำ 24 วัน)

  • มีนโยบายให้ทำงานจากต่างประเทศได้ ส่งเสริมเรื่องคอร์สกับเวิร์กชอปพัฒนาทักษะ บางครั้งมีเชิญคนภายนอกมาคุยเรื่องสุขภาพจิต การพัฒนาตัวเอง Soft Skills ต่างๆ ด้วยค่ะ

7

รีวิวงานที่สอง บริษัทสัญชาติเยอรมัน

ทั้งทีมอยู่นู่น แต่เราอยู่ไทยค่ะ!

ตอนนี้อายทำงานบริษัทสัญชาติเยอรมัน แต่อยู่ไทยเพราะมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ ค่ะ คราวนี้เราออกจาก Consult มาเป็น Digital Transformation Specialist และยังคงประทับใจมากๆ เนื่องจากยังมี Work-life Balance และยังให้ Direct Feedback เหมือนบริษัทเยอรมันที่แรกที่อายทำ

(งานประมาณไหน?)เป็นแนวๆ Project Management ในทีม Global ที่ต้องวางแผนทั้ง Strategy และ Timeline เช่น เราจะทำยังไงให้สำนักงานในแต่ละประเทศขององค์กรนี้ สามารถใช้ IT System เดียวกันได้อย่างเสถียร หรือจะทำยังไงให้ทุกคนในองค์กรยอมเปลี่ยนมาใช้อีกเทคโนโลยีนึงที่ไม่ชิน แต่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและติดต่อสื่อสารกันในองค์กรมากกว่าค่ะ

8

#รีวิวเยอรมัน

  • ประเทศที่เท่าเทียม กฎหมายเข้มงวด คนมีเสรีภาพในการคิดในขณะเดียวกันคือทุกคนเคารพกฎหมาย และเคารพซึ่งกันและกัน
  • คนเยอรมันจริงใจ พูดตรง และขึ้นชื่อเรื่องตรงต่อเวลาส่วนหนึ่งเพราะสภาพแวดล้อมเอื้อให้สามารถวางแผนชีวิตแล้วทำได้จริง การเดินทางสะดวกสบาย ไม่แน่นจนต้องรอหลายขบวน
  • ไม่มีรถส่วนตัวก็ใช้ชีวิตได้ไม่ลำบากคนนิยมเดินทางโดยรถไฟ รถบัส รถแทรม นอกจากนี้คนจะชอบเช่าสกูตเตอร์ (Scooter) เพราะมีเลนสำหรับจักรยานและสกูตเตอร์โดยเฉพาะ เห็นเพื่อนๆ ปั่นจักรยานมาเรียนและทำงานเป็นปกติ

9

TikTok @itsyourmomolive

อยากเรียนต่อเยอรมนีติดตามไว้!

ส่วนมากจะเน้นลงประสบการณ์เรียนและการทำงานที่เยอรมนี มีแชร์ Tips & Tricks ช่วยประหยัดสำหรับคนจะไปเรียนต่อ เพราะประเทศนี้ดังเรื่องมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ไม่เรียกเก็บค่าเทอม เหมาะกับคนที่อยากเรียนต่อประเทศที่มาตรฐานการศึกษาดีในงบที่ประหยัดขึ้น

นอกจากนี้อายก็จะแนะนำมหาวิทยาลัย หลักสูตรต่างๆ พาไปรู้จักเมือง แล้วถ้าน้องๆ คนไหนสนใจอยากเรียนต่อ ทักมาปรึกษาได้ฟรีได้ค่ะ

. . . . . . . . . .

You’re Invited!

อยากปรึกษา 1:1 กับรุ่นพี่ดีกรีนักเรียนนอก
พบกันที่ไบเทคบางนา 12-13 ต.ค. 2024

Dek-D’s Study Abroad Fair ได้รับเกียรติจาก 25 รุ่นพี่นักเรียนทุนและจบนอกจากประเทศยอดนิยมตอบรับคำเชิญมาประจำบูทหลักของพวกเรา เพื่อให้น้องๆ และผู้ปกครองในงานสามารถ Walk-in ปรึกษาได้ตัวต่อตัว ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ทุน Erasmus+ (ยุโรปและอเมริกา), Fulbright TGS (อเมริกา), Chevening (สหราชอาณาจักร), DAAD (เยอรมนี), Franco-Thai (ฝรั่งเศส), ทุนรัฐบาลไทย (ก.พ./UiS), ทุนรัฐบาลอิตาลี, ทุนรัฐบาลสิงคโปร์, ทุนรัฐบาลจีน (CIS, CSC, ทุนเมือง), ทุนไต้หวัน (MOE, TaiwanICDF), ทุนรัฐบาลเกาหลีใต้, ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น, และทุนตรงจากมหาวิทยาลัย (ออสเตรเลีย, เกาหลี, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น)

สำหรับทีมเยอรมัน เตรียมมาคุย 2 วันได้เลย!

  • วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2024“พี่มีน” และ “พี่เจ” เจ้าหน้าที่ประจำ DAAD Thailand ข้อมูลแน่นพร้อมไกด์ อยากเรียนต่อหลักสูตรไหน ลิสต์แล้วมาปรึกษาเรื่องการสมัครเรียนและสมัครทุนได้ค่ะ

  • วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2024“พี่อาย” เรียนจบ ป.ตรี, ป.โท, Working Student และทำงานประจำในบริษัทสัญชาติเยอรมัน พร้อมแชร์ประสบการณ์และให้คำปรึกษา เตรียมตัวยังไงดีก่อนไปอยู่จริง มาเก็บข้อมูลให้อุ่นใจขึ้นกันค่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...