โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ภาษาจีนกลาง จะขึ้นแท่นภาษาที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลกปี 2050 แซงภาษาอังกฤษ สะท้อนอิทธิพลทางเศรษฐกิจ

Thairath Money

อัพเดต 18 ม.ค. 2568 เวลา 18.35 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2568 เวลา 18.35 น.
ภาพไฮไลต์

ปัจจุบัน “ภาษาจีน” โดยเฉพาะภาษาจีนกลาง หรือภาษาจีนแมนดาริน กำลังได้รับความนิยม ขึ้นแท่นเป็นภาษาที่มีคนใช้งานมากที่สุดอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงภาษาอังกฤษ โดย 5 ลำดับแรกของภาษาที่ใช้งานมากที่สุดในโลกปี 2024 ได้แก่

  • ภาษาอังกฤษ 1,452 ล้านราย
  • ภาษาจีนกลาง 1,118 ล้านราย
  • ภาษาฮินดี 602.2 ล้านราย
  • ภาษาสเปน 548.3 ล้านราย
  • ภาษาฝรั่งเศส 274.1 ล้านราย

ก่อนหน้านี้ อุตสาหกรรมบริการด้านภาษาในปี 2023 มีมูลค่าอยู่ที่ 55,130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเคยมีการคาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 59,410 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 7.8%

นอกจากนี้ ในอุตสาหกรรมการเรียนรู้ภาษานี้ คาดว่าจะขยายตัวมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการเรียนผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนและเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยมูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมแอปพลิเคชันการเรียนรู้ภาษาในปี 2022 อยู่ที่ 3.69 ล้านล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเติบโตในอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 15.95% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยจะมีมูลค่ารวมถึง 8.90 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2028 เลยทีเดียว

“ภาษาจีนกลาง” เตรียมขึ้นแท่น ผู้ใช้งานสูงที่สุดในโลก

จากรายงานที่เปิดเผยบน Yahoo Finance พบว่า ภายในปี 2050 ภาษาจีนกลาง หรือจีนแมนดารินจะมีจำนวนผู้ใช้งานแซงหน้าภาษาอังกฤษ ขึ้นแท่นเป็นภาษาที่ถูกใช้งานมากที่สุดในโลก ทั้งนี้มีผลมาจากหลายปัจจัยตั้งแต่เรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจ การขยายอำนาจของจีน ตลอดจนการเดินหน้าสนับสนุนของรัฐบาล เพื่อขยายฐานการเรียนรู้เกี่ยวกับจีนไปทั่วโลก

โดย 10 ลำดับภาษาที่คาดว่าจะมีการใช้งานมากที่สุดในโลกในปี 2050 มีดังนี้

  • ภาษาจีนกลาง
  • ภาษาสเปน
  • ภาษาอังกฤษ
  • ภาษาฮินดี
  • ภาษาโปรตุเกส
  • ภาษาเบงกอล
  • ภาษาอาหรับ
  • ภาษาจีนกวางตุ้ง
  • ภาษาอินโดนีเซีย
  • ภาษาญี่ปุ่น

ภาษาจีนกลาง กลายเป็นภาษาที่เติบโตเร็วที่สุด ทั้งในแง่ของจำนวนผู้พูดและอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นในระดับโลก ด้วยการที่จีนกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจระดับโลก ภาษาจีนกลางจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจและรัฐบาลต่าง ๆ ภาษานี้มีจำนวนผู้พูดเพิ่มขึ้นเกือบ 70 ล้านคนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนผู้พูดภาษาจีนกลางรวมทั้งหมดมีมากกว่า 1 พันล้านคน การเติบโตนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับบทบาทที่ขยายตัวของจีนในด้านการค้า การเงิน และเทคโนโลยีระดับโลก

ขณะเดียวกันรัฐบาลจีนก็ได้ส่งเสริมภาษาจีนให้เป็นภาษาสากลผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น สถาบันขงจื่อ (Confucius Institute) ซึ่งตั้งอยู่ในกว่า 160 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลอีกว่า มีนักเรียนกว่า 25 ล้านคนทั่วโลกที่กำลังศึกษาภาษาจีนในปี 2023 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากจำนวนไม่กี่แสนคนในปี 2000

อีกทั้งจากปัจจัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ส่งผลให้การเรียนภาษาจีนไม่ใช่เรื่องยากเหมือนในอดีตอีกต่อไป ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น การเรียนรู้ภาษาผ่านแอปพลิเคชัน อย่างเช่น HelloChinese, Duolingo, LingoDeer ทำให้ผู้เรียนสามารถฝึกทักษะได้ทุกที่ทุกเวลา

จากข้อมูลปี 2024 พื้นที่ที่มีการใช้งานภาษาจีน ทั้งจีนกลาง จีนกวางตุ้ง และอื่น ๆ มากที่สุดยังคงเป็นประเทศในเอเชีย นำโดย จีน (ใช้งาน 1.3 พันล้านคน) ไต้หวัน (ใช้งาน 23.3 ล้านคน) ไทย (ใช้งาน 8.8 ล้านคน) ฮ่องกง (ใช้งาน 7.2 ล้านคน) ในขณะที่ทวีปอื่นนอกเอเชีย ก็มี สหรัฐอเมริกา ที่มีคนใช้งานภาษาจีนประมาณ 3 ล้านคน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: คนไทยแห่เรียนภาษาจีนพุ่ง Duolingo เผย เป็นคอร์สที่โตไวสุด

และจากข้อมูลล่าสุดของ Duolingo พบว่า ในสหรัฐอเมริกามียอดผู้เข้าใช้งานมาเรียนภาษาจีนกลางบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นกว่า 216% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยบริษัทฯ ระบุว่านี่เป็น “อัตราการเพิ่มขึ้นที่สูงมาก” เมื่อเทียบกับภาษาอื่น ๆ แม้แต่ในกรณีของภาษายอดนิยมอย่างสเปน ที่มีการเติบโตเพียง 40% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ในส่วนของประเทศไทย Duolingo ก็มีรายงานว่า คนไทยเรียนภาษาจีนมากขึ้น 146% จนเป็นคอร์สที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย

ที่มา: Yahoo Finance [1][2], BI

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...