โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อิสราเอลทิ้งระเบิดถล่มใจกลางเบรุตสะเทือนทั้งเมือง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 23 พ.ย. 2567 เวลา 15.30 น. • เผยแพร่ 23 พ.ย. 2567 เวลา 08.30 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

เบรุต 23 พ.ย.- เจ้าหน้าที่กู้ภัยในเลบานอนช่วยกันรื้อถอนซากความเสียหาย หลังจากอิสราเอลทิ้งระเบิดหลายลูกถล่มใจกลางกรุงเบรุตจนสั่นสะเทือนไปทั้งเมืองช่วงเช้ามืดวันนี้

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงในเลบานอนเผยว่า อิสราเอลได้ใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ เพื่อเดินหน้ากดดันกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ด้วยการทิ้งระเบิดอย่างน้อย 4 ลูก ขณะที่สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมอัลมานาร์ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์รายงานอ้างกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 คน บาดเจ็บ 23 คน ก่อนหน้านี้สำนักข่าวแห่งชาติของเลบานอนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และมีอาคาร 8 ชั้นพังเสียหาย โดยระบุว่าอิสราเอลได้ใช้ระเบิดชนิดบังเกอร์บัสเตอร์ที่สามารถทะลุทะลวงลงไปถึงใต้ดิน

rescue underway in central Beirut following deadly blast

เหตุระเบิดเกิดขึ้นช่วง 04.00 น.วันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลา 09.00 น.วันนี้ตามเวลาไทย กลิ่นระเบิดเหม็นคลุ้งทั่วเมืองนานหลายชั่วโมง นับเป็นครั้งที่ 4 ในรอบสัปดาห์ที่อิสราเอลใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศกับใจกลางกรุงเบรุต หลังจากที่ผ่านมาอิสราเอลมุ่งโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์บริเวณชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ครั้งใหญ่ตั้งแต่เดือนกันยายน ด้วยการใช้ทั้งปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและการบุกภาคพื้นดินทางตอนใต้ของเลบานอน หลังจากอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงปะทะข้ามพรมแดนมาร่วมปี โดยเริ่มจากการที่ฮิซบอลเลาะห์โจมตีอิสราเอลเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับฮามาสที่ทำสงครามกับอิสราเอลมาตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2566.-814.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...