จีนกระตุ้นเศรษฐกิจแนวใหม่ “เอาของเก่าไปแลกของใหม่
“จีนกระตุ้นเศรษฐกิจแนวใหม่ “เอาของเก่าไปแลกของใหม่”
โดย รศ.วิภา อุตมฉันท์
เชื่อว่าท่านผู้อ่านส่วนใหญ่ต้องมีเรื่องหงุดหงิดใจเหมือนกับผู้เขียนแน่ ๆ เกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ต้องใช้ทุกวัน จะเป็นหมอหุงข้าวก็ดี หมอนึ่ง กาต้มน้ำ ไมโครเวฟ พัดลม ไปจนถึงรถยนต์ รถจักรยานยนต์ พอเก่าหน่อยก็จะเกิดปัญหาจุกจิกกวนใจ สามวันดีสี่วันร้าย เอาแน่เอานอนไม่ได้ แล้วเราก็จะหัวเสียเพราะแก้ไขเองไม่เป็น ครั้นจะส่งไปซ่อมก็กลัวไม่คุ้ม สุดท้ายต้องตัดใจซื้อของใหม่ ส่วนของเก่าก็โละทิ้งให้ซาเล้งรับไปในราคาถูกแสนถูก
พอได้ยินว่าที่ประเทศจีน เขามีโครงการ “เอาของเก่าไปแลกของใหม่” (trade in) ก็อดรู้สึกทึ่งแทนคนจีนไม่ได้ วิธี trade in ก็ทำกันง่ายๆ เพียงเอาของเก่าที่ต้องการโละทิ้งไปที่ร้านค้า ตีราคาหาส่วนต่างที่จะต้องจ่ายเพิ่ม เสร็จแล้วก็เอาของใหม่เอี่ยมกลับบ้านไปใช้แทน จุดดีเด่นอยู่ตรงที่ว่า เงินส่วนต่างที่ผู้นำมาแลกจะต้องจ่ายนั้นไม่ต้องจ่ายเต็ม จ่ายเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นสิทธิที่ได้รับจากรัฐที่ให้เงินอุดหนุนแก่ทั้งผู้เป็นเจ้าของสินค้าเก่า และเจ้าของร้านที่ให้แลกของใหม่ด้วย
กล่าวในทางปฏิบัติ รัฐบาลได้ตั้งงบฯส่วนหนึ่งเอาไว้หนุนช่วยวิสาหกิจผู้รับแลกในด้านการเงิน การลงทุน และเงินชดเชยส่วนต่างที่จ่ายให้แก่ผู้นำของเก่ามาแลก เช่น รัฐตั้งงบสำหรับการแลกรถยนต์ไว้ทั้งหมด 100 ล้านหยวน จัดสรรให้รัฐบาลท้องถิ่นต่าง ๆ นำไปใช้ในโครงการ โดยกำหนดว่า ผู้นำรถเก่ามาแลกรถใหม่จะได้รับเงินอุดหนุนส่วนต่างสูงสุดคันละ 30,000 บาท เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่ 7,000 บาทต่อเครื่อง เป็นต้น
เนื่องจากโครงการนี้ได้รับการต้อนรับจากประชาชนเป็นอย่างมาก ดังนั้น เมื่อวันที่ 8 มกราคมปีนี้เอง กระทรวงการคลังจึงได้ออกประกาศใหม่ขยายขอบเขต “เก่าแลกใหม่” ให้ครอบคลุมไปถึงเครื่องใช้ดิจิทัลส่วนตัวขนาดเล็กต่าง ๆ เช่น มือถือ โน๊ตบุ๊ค นาฬิกาข้อมือ ฯลฯ โดยกำหนดให้แต่ละชิ้นจะต้องมีราคาไม่เกิน 6,000 หยวน นำไปแลกของใหม่ จะได้ค่าชดเชย 15% ของราคาซื้อ และกำหนดให้แลกได้คนละชิ้นต่อสินค้าแต่ละประเภทเท่านั้น
ดังนั้น โครงการนี้จึงไม่ใช่สิ่งที่แต่ละร้านต่างคนต่างทำกันเองได้ แต่เป็นโครงการระดับชาติของรัฐที่ทำอย่างมีแบบแผน เป้าหมายที่สำคัญก็เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้คึกคัก เพราะเมื่อประชาชนโละทิ้งของเก่าเอาไปแลกของใหม่ ฝ่ายผู้รับซื้อก็มีโอกาสระบายสินค้าจากสต็อคได้เร็วขึ้น มีกำลังในการหมุนเวียนผลิตสินค้าใหม่มากขึ้น นอกจากประโยชน์ที่เกิดกับผู้ซื้อแล้ว รัฐยังต้องการให้โครงการนี้ช่วยให้ประชาชนโละทิ้งสินค้าล้าสมัย เข้าถึงสินค้าไฮเทคที่ประหยัดไฟ ลดการปล่อยคาร์บอน ปกป้องสิ่งแวดล้อมสีเขียว ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลเร่งผลักดันอยู่ในขณะนี้
โครงการ “เก่าแลกใหม่” ใช้ได้กับทุกปริมณฑลของการผลิต ทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การ คมนาคม การแพทย์ การท่องเที่ยว ฯลฯ ทางด้านการก่อสร้าง ทางการจีนมีแผนเปลี่ยนโฉมอาคารเก่าให้ดูดีและปลอดภัย เช่น เปลี่ยนลิฟท์ในอพาร์ทเม้นท์เก่า หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจจีนและเอเชียเหนือของธนาคาร Standard Charter กล่าวว่า “ระเบียบมาตรฐานสิ่งแวดล้อมใหม่” ของจีน ส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ ต้องเปลี่ยนเครื่องจักรเก่าที่ไม่ได้มาตรฐาน ให้มีประสิทธิภาพและปล่อยมลพิษน้อย
ปี 2024 นี้ทางการจีนได้จัดมหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคนานาชาติครั้งที่ 4 ขึ้น ในงานมีกิจกรรม “เก่าแลกใหม่” รวมอยู่ด้วย มีหน่วยงานรัฐ 14 แห่งเข้าร่วม เช่นกระทรวงพาณิชย์ซึ่งได้ประกาศ “แผนปฏิบัติเพื่อผลักดันการนำของเก่าแลกของใหม่” โปรโมชั่นครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม โครงการเก่าแลกใหม่ เมื่อนำมาใช้กับบ้านและอสังหาริมทรัพย์กลับไม่ได้ผลเหมือนกับสินค้าบริโภคอื่น ๆ “โครงการบ้านเก่าแลกบ้านใหม่” ล้มเหลว เพราะในท่ามกลางวิกฤตอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจที่ซบเซา ประชาชนต้องการเน้นความประหยัด ไม่กล้าใช้เงินก้อนโต เพราะไม่อยากเป็นหนี้ ความพยายามของรัฐที่ต้องกากระตุ้นให้ประชาชนนำอพาร์ทเม้นท์เก่า ๆ เล็ก ๆ ในเขตเมือง ไปแลกเป็นอพาร์ตเม้นท์ขนาดใหญ่กว่าใหม่กว่าแต่อยู่ชานเมืองไม่ได้ผลตามที่หวัง สาเหตุเพราะคนจีนส่วนใหญ่มองว่าอสังหาริมทรัพย์เป็นเรื่องการลงทุนก้อนใหญ่ บ้านเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในการใช้จ่ายของครอบครัว ซึ่งต้องดีดลูกคิดด้วยความระมัดระวัง
เมืองที่เปิดโครงการแลกบ้านเก่าเป็นบ้านใหม่มีอยู่ประมาณ 70 เมืองทั่วประเทศ หน่วยงานท้องถิ่นใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ เช่น ส่งเสริมให้ประชาชนขายบ้านให้รัฐ แล้วจ่ายส่วนต่างของราคาเพื่อให้ชาวบ้านนำเงินไปซื้อบ้านหลังใหม่ แต่สุดท้ายความพยายามนี้ก็ต้องล้มเลิกไป เพราะบ้านหลังใหม่ที่มีให้เลือกจนเป็นพอใจ คุ้มค่าคุ้มราคาหาไม่ได้ง่าย ๆ นอกจากนี้เมื่อแลกบ้านเก่าให้รัฐแล้วก็ยังต้องกู้เงินอีกเกือบ 1 ล้านหยวนจึงจะได้บ้านที่อยู่ในอุดมคติ ผู้รับผิดชอบโครงการแลกบ้านยอมรับว่า ปัจจุบันปริมาณการซื้อขายแลกเปลี่ยนบ้านยังมีน้อยมาก ทางการจะต้องคิดหาทางใหม่ที่ปฏิบัติได้ผลจริงมาใช้ เพื่อแก้ปัญหาอสังหาริมทรัพย์ล้นเกินต่อไป