CIA เผย โควิด-19 อาจมาจากห้องแล็บในจีน มากกว่ามาจากสัตว์
วันที่ 27 ม.ค. 68 สำนักข่าว BBC รายงานว่า สำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ (CIA) ได้เปิดเผยถึงการประเมินผลการระบาดของโรคโควิด-19 โดยระบุว่า ไวรัสโคโรนา "มีแนวโน้ม" ที่จะรั่วไหลจากห้องแล็บในจีนมากกว่าที่จะมาจากสัตว์
ซึ่ง ซีไอเอ ได้เตือนว่า "มีความมั่นใจต่ำ" ต่อการแสดงความเห็นครั้งนี้ ส่วนด้านโฆษกของ CIA กล่าวด้วยว่า "แหล่งที่มาที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย" ของโรคระบาด "มีแนวโน้มมากกว่าแหล่งที่มาตามธรรมชาติตามรายงานที่มีอยู่"
ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า การตัดสินใจเปิดเผยการประเมินดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในการตัดสินใจครั้งแรกของนายจอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการซีไอเอ คนใหม่ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งในซีไอเอ เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 68 ซึ่งแต่งตั้งโดย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานธิบดีสหรัฐฯ
โดยนายแรตคลิฟฟ์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ ในช่วงดำรงตำแหน่งวาระแรกของประธานาธิบดีทรัมป์ สนับสนุนทฤษฎีการรั่วไหลจากห้องแล็บมาอย่างยาวนาน โดยอ้างว่าโควิด-19 น่าจะมาจากการรั่วไหลที่สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ซึ่งอยู่ห่างจากตลาดสดหัวหนาน ซึ่งเป็นจุดที่เกิดการติดเชื้อเป็นกลุ่มแรก
เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา นายแรตคลิฟฟ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับ Breitbart News ระบุว่า "สิ่งหนึ่งที่ผมพูดถึงบ่อยมากคือการพูดถึงภัยคุกคามจากจีนในหลายประเด็น และนั่นก็ย้อนกลับไปที่สาเหตุที่คนอเมริกันเสียชีวิตกว่าล้านคน และเหตุใดหน่วยข่าวกรองกลางจึงนั่งเฉย ๆ อยู่ข้างสนามมาเป็นเวลาห้าปีโดยไม่ประเมินเกี่ยวกับต้นกำเนิดของโควิด"
การตรวจสอบที่เสนอครั้งนี้อิงตาม "ความมั่นใจต่ำ" ซึ่งหมายความว่าข่าวกรองที่สนับสนุนนั้นบกพร่อง ไม่ชัดเจน หรือขัดแย้งกัน และไม่มีฉันทามติเกี่ยวกับสาเหตุของการระบาดของโควิด-19
อย่างไรก็ตาม บางคนสนับสนุนทฤษฎี "ต้นกำเนิดจากธรรมชาติ" ซึ่งโต้แย้งว่าไวรัสแพร่กระจายตามธรรมชาติจากสัตว์ โดยไม่ต้องมีนักวิทยาศาสตร์หรือห้องปฏิบัติการใด ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมมติฐานการรั่วไหลของห้องปฏิบัติการนั้น นักวิทยาศาสตร์หลายคนโต้แย้งกันอย่างดุเดือด รวมถึงหลายคนที่บอกว่าไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนมาสนับสนุนสมมติฐานนี้ และในอดีต จีนเคยปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าวของห้องปฏิบัติการโดยระบุว่าเป็น "การปั่นหัวทางการเมือง" ของรัฐบาลสหรัฐฯ