รัฐสภาเกาหลีใต้ มีมติถอดถอน รักษาการประธานาธิบดี ปมไม่แต่งตั้งผู้พิพากษาศาลรธน.
รัฐสภาเกาหลีใต้ ลงมติถอดถอน ฮัน ด็อกซู รักษาการประธานาธิบดี แล้ว ปมไม่แต่งตั้งผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ สุมไฟวิกฤตการเมืองเกาหลีใต้ ฉุดเงินวอนอ่อนค่าหนักสุดใน 15 ปี
วันที่ 27 ธันวาคม 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า สมาชิกรัฐสภาเกาหลีใต้ ลงมติถอดถอน นายฮัน ด็อกซู นายกรัฐมนตรีและรักษาการประธานาธิบดี ด้วยคะแนนเสียง 192-0 เสียง โดยพรรคประชาธิปไตยแห่งเกาหลี (DPK) ซึ่งเป็นแกนนำพรรคฝ่ายค้าน กล่าวหานายฮันว่าปฏิเสธที่จะแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ 3 คนที่ได้รับการอนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติ**
เหตุการณ์ในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ ที่สมัชชาแห่งชาติลงมติถอดถอนรักษาประธานาธิบดี และยิ่งเพิ่มความไม่มั่นคงในสถานการณ์การเมืองของประเทศให้รุนแรงยิ่งขึ้น โดยความวุ่นวายนี้ฉุดให้เงินวอนร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 15 ปี ที่ระดับ 1,480 วอน เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์ หลังจากการลงมติถอดถอน นายยุน ซอกยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ออกจากตำแหน่ง หลังจากที่นายยุนประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
นายฮัน ซึ่งรับตำแหน่งหน้าที่รักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ยืนกรานว่าการแต่งตั้งศาลต้องเป็นไปตามข้อตกลงของทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน โดยเรียกกระบวนการนี้ว่าเป็นบรรทัดฐานที่ไม่มีวันถูกทำลายลงได้
ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้มีตำแหน่งว่าง 3 ตำแหน่ง เริ่มการพิจารณาคดีถอดถอนนายยุน โดยศาลมีเวลา 180 วัน ในการตัดสินใจว่าจะดำเนินการตามคำร้องถอดถอนหรือไม่ และหากตัดสินใจเห็นชอบให้ถอดถอนนายยุนจะถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างถาวร แต่หากศาลปัดตกคำร้องถอดถอน การพักงานของนายยุนก็จะสิ้นสุดลง และเขาอาจกลับคืนตำแหน่งได้
ขณะนี้ คำร้องถอดถอนนายฮัน ก็จะถูกส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญด้วยเช่นกัน และศาลต้องใช้เวลาอีก 180 วันในการตัดสินใจว่าจะถอดถอนนายฮันหรือไม่ หากตัดสินใจตามนั้น นายฮันก็จะถูกพักงานจากการปฏิบัติหน้าที่ และนาย ชเว ซังมก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีแทน ตามลำดับต่อไป
ทั้งนี้ นาย ชเว นักการเมือง วัย 61ผู้ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานในด้านการคลัง เตือนว่าการขาดหอควบคุมผู้นำที่มั่นคง จะส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อความน่าเชื่อถือของประเทศในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการเมือง เนื่องจากรัฐบาลขาดเสถียรภาพ
อ้างอิง : asia.nikkei.com, en.yna.co.kr