โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

มาเฟียสาวทะลุมิติมาเป็นคุณหนูตัวร้าย(มีE-Book)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 07 ม.ค. 2568 เวลา 02.48 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2567 เวลา 05.23 น. • หนูเหมยจ้า
อวี้ซินเหยียนร้ายเพราะต้องการความรักจากสามีแต่เขาไม่ได้รักนาง ทั้งๆที่มีบุตรด้วยกันแล้ว1คน นางจึงทำเรื่องโง่ๆจนตายจากไป มาเฟียสาวผู้มาแทนที่จึงถูกขับไล่ออกจากจวนของสามี พร้อมกับบุตรชายพิการวัย5ปี

ข้อมูลเบื้องต้น

หนึ่งสตรีที่ร้ายกาจแห่งเมืองหลวงในยุคราชวงศ์ที่เก่าแก่โบราณมานานหลายพันปี กับหนึ่งสตรีที่เป็นทายาทตระกูลผู้มีอิทธิพลแห่งเขตบริหารพิเศษฮ่องกงในปี2025 นางผู้มาจากอนาคตจำต้องมาแทนที่ตามลิขิตแห่งสวรรค์ เรื่องราวที่ยุ่งเหยิงและน่ารำคาญทั้งหลายจึงต้องเป็นผู้มาใหม่ที่ต้องตามสะสางให้จบสิ้นไป

นิยายเรื่องนี้เป็นแนวทะลุมิติมาทั้งร่างกายของนางเอกจากยุคปัจจุบัน ไปยังจีนโบราณในยุคที่นักเขียนจินตนาการขึ้นมาเอง ไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์ใดๆทั้งสิ้น ชื่อสถานที่ต่างๆล้วนถูกสมมติขึ้นตามจินตนาการ เรื่องนี้มีเด็กด้วยค่ะ ฝากกดติดตามงานเขียนจีนโบราณเรื่องใหม่ของไรท์ หนูเหมยจ้า ด้วยนะคะ

ลิงค์อีบุ๊คในMEBค่ะ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNjU2MjA2NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjMzNDg2Nzt9

บทนำ

ฮ่องกงปี2025

“อาจื้อ ไม่ต้องเข้าใกล้รถฉัน ถอยออกไปให้ห่างพวกมันมีระเบิด” น้ำเสียงเรียบนิ่งพูดผ่านทางโทรศัพท์มือถือที่เปิดลำโพงเอาไว้ทั้งๆที่ตนกำลังเผชิญอันตรายที่ยากจะหลีกเลี่ยง

“ไม่ครับนายหญิง ผมมีหน้าที่ดูแลนายหญิง หากจะเกิดอะไรขึ้นเราจะเผชิญทุกอย่างไปพร้อมๆกัน”เสียงเข้มดุเอ่ยมาตามสายโทรศัพท์ เพราะไม่ยินยอมปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้านายที่เขาทั้งรักและเป็นห่วงมากที่สุด

“อาจื้อ อย่าดื้อ!! หากมีวาสนาพานพบเราจะได้เจอกันอีกครั้ง ฉันสัญญาว่าหากมีโอกาสนั้นฉันจะตามใจนายทุกเรื่อง”

และนั่นคือคำพูดสุดท้ายที่บอดี้การ์ดหนุ่มได้ยิน เสียงของเจ้านายสาวเงียบไปแล้วคงเพราะสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่ขาดหายไป

เวลานี้รถยนต์หรู3คันกำลังแล่นตามกันมาติดๆบนท้องถนนสายอันตรายแห่งหนึ่งของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งเป็นเส้นทางมุ่งหน้าไปสู่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะฮ่องกง บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยหุบเหวลึก หากมีสิ่งมีชวิตตกลงไปคงยากที่จะมีชีวิตรอด

“นายหญิง!!!”

บอดี้การ์ดหนุ่มร้องตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ เมื่อเห็นรถยนต์คันหรูของเจ้านายสาวถูกศัตรูที่ขับรถด้วยความเร็วเบียดแซงรถยนต์ของเขา แล้วแล่นเข้าไปชนบริเวณท้ายรถยนต์ของเจ้านายอย่างแรง จนกระทั่งรถยนต์สีดำคันหรูตกลงไปในหุบเหวลึกตรงหน้า หมดสิทธิ์ที่เขาจะตามไปช่วยเหลือเธอได้ทันเวลา น้ำตาลูกผู้ชายหลั่งรินออกมาเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะภารกิจที่เขาต้องเผชิญในครั้งนี้หนักหนาสาหัสเกินจะทานทนไหว

คังหย่งจื้อหยิบอาวุธสงครามขึ้นมาแนบกาย จากนั้นก็ยิงเข้าใส่รถยนต์ที่พรากดวงใจไปจากเขาจนรถยนต์ของศัตรูระเบิดกระจุยกระจาย แรงระเบิดที่รุนแรงเกินจะทานทนได้เกิดแรงสะท้อนกลับ เป็นเหตุให้รถยนต์ของบอดี้การ์ดหนุ่มทะยานตกลงไปในหุบเหวลึกที่เดียวกับที่อวี้ซินเหยียนตกลงไป ซึ่งเจ้าตัวก็ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้นอยู่แล้วหากนายหญิงไม่กลับไปเขาก็ไม่กลับไปเช่นกัน!!

“นายหญิง ผมมาช่วยแล้ว หากเจอกันอีกครั้งนายหญิงห้ามดื้อกับผมอีกเด็ดขาด”

คังหย่งจื้อส่งเสียงตะโกนลอยไปตามสายลม ขณะที่รถยนต์ของเขากำลังทิ้งตัวลงหุบเหวลึก หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวเช่นเดียวกับรถยนต์ของอวี้ซินเหยียนทายาทลำดับที่หนึ่งของตระกูลอวี้ ตระกูลผู้ทรงอิทธิพลอันดับหนึ่งแห่งเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เพราะเป็นตระกูลที่ผลิตอาวุธสงครามส่งขายให้รัฐบาลกลางจนร่ำรวยติดอันดับโลก

พระราชวังในยุคราชวงศ์หยาง แคว้นฉิน

“ชะ ช่วยข้าด้วย”

น้ำเสียงอ่อนแรงเอ่ยออกไปเพราะนางกำลังจะจมลงในสระบัวหลากสีท้ายพระราชวัง คราแรกอวี้ซินเหยียนเพียงต้องการเรียกร้องความสนใจจากสามีก็เท่านั้นจึงกระโดดลงสระบัว มิได้ตั้งใจให้ตนเองมีภัยถึงแก่ชีวิตแม้แต่น้อย ทว่ายามนี้นางกำลังถูกบางอย่างที่อยู่ใต้น้ำดึงรั้งที่ขาเอาไว้ไม่ให้ว่ายน้ำขึ้นฝั่งด้วยตนเอง

“อึก! อึก! ท่านพี่ช่วยข้าด้วย”เสียงสำลักน้ำจนเกือบขาดใจตาย แต่ก็ไม่มีผู้ใดสนใจมองเลยสักนิดเพราะคิดว่านางกำลังเสแสร้งแกล้งทำ

ร่างผอมบางกำลังจมดิ่งลงน้ำไปเรื่อยๆแต่สองขาและสองมือที่เริ่มไร้เรี่ยวแรง ก็พยายามอย่างหนักที่จะผลักดันตัวเองให้โผล่พ้นน้ำเข้าไว้ เพื่อรอคอยให้สามีกระโดดลงมาช่วยเหลือชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมีเมตตาต่อมารดาของบุตรชายอยู่บ้าง สุดท้ายแล้วสตรีที่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่ใต้น้ำเพียงลำพัง ก็ได้รับรู้แล้วว่าความหวังของนางคงเป็นเพียงความหวังที่เลือนลางไปตลอดกาล

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาอันพร่ามัวเป็นภาพที่ทำให้นางตัดสินใจยอมแพ้ นางพ่ายแพ้ให้แก่ความรักที่ชายหญิงคู่นั้นมีให้กัน แขนขาที่ก่อนหน้านี้พยายามแหวกว่ายเอาตัวรอดอย่างสุดชีวิตก็หยุดนิ่งไป

“เสี่ยวเป่า แม่ขอโทษหากย้อนเวลากลับไปได้แม่จะไม่กระทำเรื่องเลวร้ายกับลูกอีกเด็ดขาด แต่ยามนี้แม่คงไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว”

อวี้ซินเหยียนเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตนางกำลังคิดถึงบุตรชายที่ตนทิ้งขว้างมาตั้งแต่แรกคลอด ภาพเหตุการณ์เลวร้ายที่ตนกระทำต่อบุตรชายหมุนวนอยู่ในห้วงความทรงจำ แม้กระทั่งตัวนางเองยังรับไม่ได้กับภาพที่พบเห็น

ยามนั้นเสวียนเป่าคังวัยเพียง2ปีกว่าๆถูกมารดาผู้ให้กำเนิดด่าทออย่างหนัก ทั้งยังตบตีที่ขาของเขาอย่างแรงทุกครั้งที่นางมาหาบุตรชายที่เรือนหลังเล็ก มีครั้งหนึ่งมารดาใจร้ายอุ้มเด็กชายวัยเพียง2ปีกว่าให้ไปนั่งตากน้ำค้างอยู่หน้าเรือนจนเด็กชายล้มป่วยหนักเกือบเอาชีวิตไม่รอด เพียงเพราะโกรธเคืองที่เขาเดินไม่ได้กลายเป็นเด็กพิการที่บิดาและท่านปู่ท่านย่าต่างก็รังเกียจ

“ลาก่อนเสี่ยวเป่า แม่ขอโทษ”นางตัดสินใจปล่อยให้ร่างจมลงน้ำเพราะผิดหวังกับความเมินเฉยของสามี และเสียใจที่ตนเองทำชั่วต่อบุตรชายหลายเรื่อง

เมื่อจมลงใต้น้ำอวี้ซินเหยียนก็พบเห็นสตรีงดงามผู้หนึ่ง ที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับนางกำลังว่ายน้ำมาตามแสงสว่างที่ปรากฏอยู่ใต้น้ำ สตรีที่หมดหวังในชีวิตจึงหลับตาลงแล้วอธิษฐานบางอย่างอยู่ในใจ ก่อนที่จะปล่อยให้ร่างของตนจมหายไปตลอดกาล

บรรดาเหล่าขุนนางกับคนในครอบครัวที่มีสิทธิ์เข้าร่วมงานเลี้ยงในพระราชวังในยามเช้าวันนี้ ต่างก็ตกใจกับภาพที่พบเห็นแต่ก็ไม่มีผู้ใดใส่ใจเรียกให้ทหารของพระราชวังเข้ามาช่วยเหลือ เพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวของแม่ทัพเสวียนเจิ้งโจว แม่ทัพหนุ่มวัย32ปีผู้ปกปักดูแลทิศประจิมแห่งแคว้นฉิน

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในคราวนี้เริ่มต้นขึ้นจาก อวี้ซินเหยียนฮูหยินเอกของแม่ทัพเสวียนเจิ้งโจว นางกระโดดลงไปในสระบัวท้ายพระราชวังด้วยตนเอง เพราะต้องการเรียกร้องความสนใจจากสามีที่นางรักสุดหัวใจแต่เขาไม่ได้รักนาง ยามนี้ข้างกายของเสวียนเจิ้งโจวมีอวี้ซูเซียวน้องสาวต่างมารดาของอวี้ซินเหยียนยืนเคียงกายแนบชิดอยู่ไม่ห่าง ทั้งๆที่บุรุษผู้นี้คือพี่เขยและเป็นบิดาของหลานชาย

ยามที่สตรีร่างบอบบางตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำขอความช่วยเหลือด้วยความกลัวตาย ก็ไม่มีผู้ใดริอาจหาญกล้ากระโดดลงไปช่วยเหลือนางเลยสักคน แม้กระทั่งบุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีก็ไม่คิดช่วยเหลือเช่นกัน เสวียนเจิ้งโจวยืนมองเหตุการณ์ด้วยอาการนิ่งเฉยเขาไม่ได้ใส่ใจความเป็นความตายของภรรยาเลยสักนิด เพราะคิดว่าเป็นแผนตื้นๆที่นางนำมาใช้เพื่อเรียกร้องความสนใจเฉกเช่นที่ผ่านมา

สตรีหน้างิ้ว

เหตุการณ์ก่อนหน้าที่จะมีร่างสตรีผู้หนึ่งลอยคออยู่ในน้ำ ได้เกิดเสียงดังทะเลาะวิวาทของหนึ่งบุรุษกับสตรีอีกสองนางบริเวณริมสระบัวหลากสี กระทั่งผู้คนที่ออกมาเดินชมความงดงามบริเวณด้านนอกท้องพระโรงของพระราชวังต้องหันมามองด้วยความสนใจ เผื่อจะมีประเด็นเด็ดประเด็นร้อนไว้กล่าวถึงในยามที่พบปะสังสรรค์กับสหายในโรงน้ำชา

“ท่านพี่เหตุใดจึงหยามเกียรติข้าถึงเพียงนี้”

อวี้ซินเหยียนตะโกนออกมาเสียงดัง เมื่อพบเห็นเสวียนเจิ้งโจวแม่ทัพทิศประจิมผู้เป็นสามี กำลังโอบกอดอวี้ซูเซียวสตรีผู้เป็นน้องสาวต่างมารดาของนาง วงแขนแกร่งของสามีโอบกอดสตรีอื่นอย่างแนบชิดสนิทสนมยิ่งกว่านางผู้เป็นภรรยาเสียอีก

หากผู้ใดมาพบเห็นภาพเช่นนี้ย่อมคิดการอื่นไปไม่ได้นอกจากทั้งสองคนกำลังเป็นชู้กัน ทว่าแคว้นฉินไม่มีกฏลงโทษในเรื่องชู้สาวที่แน่ชัด กล่าวคือหากผู้ร้องเรียนมียศฐาบรรดาศักดิ์ใหญ่โตเรื่องร้องเรียนจึงจะเดินหน้าจนกระทั่งมีบทลงโทษที่สาสมกับความผิด แต่หากไม่ใช่ก็ต้องจัดการกันเองในครัวเรือนโดยการแต่งสตรีผู้นั้นเข้ามาเป็นภรรยาอีกคน

อวี้ซูเซียว ดรุณีแรกแย้มวัย17ปี น้องสาวต่างมารดาที่เกิดจากฮูหยินรองของเสนาบดีอวี้จิ่งเทา เสนาบดีกรมโยธาธิการแห่งแคว้นฉิน สตรีผู้นี้คือแม่ดอกบัวขาวที่มักจะเสแสร้งทำนิสัยอ่อนหวานให้บุรุษตกหลุมพรางของนางมานักต่อนัก ทั้งๆที่นิสัยแท้จริงก็ร้ายกาจไม่แพ้พี่สาวต่างมารดา

อวี้ซูเซียวมักจะยุยงให้อวี้ซินเหยียนแต่งแต้มสีสันฉูดฉาดลงบนใบหน้าตั้งแต่อวี้ซินเหยียนผ่านพ้นวัยปักปิ่น ด้วยคำกล่าวอ้างว่าแต่งแต้มเช่นนี้ใบหน้าจะสวยงามสดใสบุรุษรักบุรุษหลง เพราะทนเห็นใบหน้าที่งดงามตามธรรมชาติของพี่สาวไม่ได้ ทั้งยังให้มารดาไปข่มขู่ไม่ให้บ่าวไพร่ในจวน เผลอปากสว่างพูดความจริงออกไปอย่างเด็ดขาด

ทางด้านอวี้ซินเหยียนผู้โง่เขลาที่นางหลงเชื่อคำกล่าวของน้องสาวต่างมารดา เพราะนางไม่มีมารดาคอยบอกกล่าวความจริงให้รับรู้ มารดาของอวี้ซินเหยียนตายจากตั้งแต่วันแรกที่คลอดนางออกมา เมื่อเห็นว่าน้องน้อยใจดีมาคอยแนะนำเรื่องความงามจึงหลงเชื่อคำลวงมาโดยตลอด

ส่วนเจียวหลิงสาวใช้ข้างกายของอวี้ซินเหยียน นางก็ไม่กล้าพูดความจริงออกไปเลยสักครั้งเช่นกัน เพราะเกรงจะถูกฮูหยินรองสั่งลงโทษจนตายจากไม่มีโอกาสได้ดูแลคุณหนูที่นางรักสุดหัวใจ อีกทั้งในเรือนของอวี้ซินเหยียนฮูหยินรองเจียงเม่ยเม่ยไม่อนุญาตให้นำกระจกทองเหลืองเข้ามาใช้งาน ฮูหยินรองอ้างความเชื่อเรื่องที่บุตรสาวทำให้มารดาตายจากตั้งแต่กำเนิด หากไม่อยากตายตามมารดาไปก็ห้ามส่องกระจกอย่างเด็ดขาด

ดังนั้นใบหน้าของอวี้ซินเหยียนจึงมักให้ความรู้สึกแปลกพิกลในสายตาผู้อื่นอยู่เสมอ เพราะนางแต่งแต้มสีสันลงบนใบหน้าจนเกินงามทุกครั้งที่ออกมาข้างนอกจวน แม้กระทั่งยามนี้ใบหน้าที่คล้ายจะไปเล่นงิ้วกำลังบิดเบี้ยวไปด้วยอารมณ์โมโห จึงแลดูน่าหวาดกลัวยิ่งกว่านางร้ายในโรงงิ้วที่แสดงให้ผู้คนได้ชมในโรงน้ำชาขนาดใหญ่ หากอยู่ที่จวนตระกูลอวี้นางคงเข้าไปตบตีน้องสาวไร้ยางอายผู้นี้ ให้รู้กันไปว่าสิ่งใดควรกระทำหรือไม่ควรกระทำ

“แหกปากเสียงดังเช่นนี้ไม่เกรงว่าตระกูลอวี้ของเจ้าจะต้องอับอายเลยหรืออย่างไร อวี้ซินเหยียน”

แม่ทัพเสวียนเจิ้งโจว เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดรำคาญสตรีที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาที่เขาไม่ได้เลือกด้วยตนเอง หากท่านตาของนางไม่ถือสัญญาหมั้นหมายที่ลงนามเอาไว้ตั้งแต่รุ่นตายาย มาทวงคำสัญญาจากบิดามารดาของเขา อวี้ซินเหยียนผู้นี้คงไม่มีโอกาสได้แต่งเข้ามาเป็นฮูหยินเอกของแม่ทัพเสวียนเจิ้งโจวอย่างแน่นอน

หากเลือกเองได้เขาคงไม่เลือกสตรีร้ายกาจหน้างิ้วผู้นี้มาเคียงกาย ดูเอาเถิดยิ่งนางโมโหหน้าตายิ่งน่าเกลียดน่ากลัวเข้าไปใหญ่ ในค่ำคืนวันเข้าหอหากเขาไม่ถูกนางล่อหลอกให้ดื่มสุราผสมยาปลุกกำหนัด คงไม่มีทางยินยอมให้สตรีผู้นี้มาแตะต้องร่างกายของเขาเป็นแน่ และครั้งนั้นก็เป็นครั้งเดียวที่แม่ทัพหนุ่มร่วมหลับนอนกับภรรยา

อวี้ซินเหยียนตั้งครรภ์ตั้งแต่ครั้งแรกที่หลับนอนกับสามี คราแรกแม่ทัพเสวียนเจิ้งโจวก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เป็นบิดา แต่เมื่อบุตรชายอายุได้2หนาวท่านหมอประจำตระกูลเสวียนก็แจ้งว่าบุตรชายของเขาพิการที่ขาทั้งสองข้าง ทำให้เดินไม่ได้ไปตลอดชีวิตทั้งยังไร้หนทางรักษา ความรู้สึกดีใจทั้งหมดจึงแปรเปลี่ยนเป็นความผิดหวังและเสียใจ รวมไปถึงรู้สึกรังเกียจสตรีที่ให้กำเนิดบุตรชายพิการผู้นั้น บุตรชายที่เขาไม่สามารถเอ่ยคำว่ารักได้อย่างเต็มปาก

อีกทั้งพฤติกรรมที่ผ่านมาตลอด6ปีที่อยู่ร่วมจวนของฮูหยินผู้นี้ ก็ไม่มีสิ่งใดที่จะโน้มน้าวจิตใจของเขาให้รักนางได้เลย อวี้ซินเหยียนสร้างแต่เรื่องวุ่นวายให้เขาตามแก้ไขไม่เว้นแต่ละวัน นางย้ายบุตรชายไปอยู่เรือนหลังเล็กที่แยกออกจากเรือนตนเองโดยให้สาวใช้เพียงคนเดียวคอยเลี้ยงดูบุตรชายตามลำพัง

อวี้ซินเหยียนไม่เคยดูแลบุตรชายเลยสักครั้ง นางไม่เคยใส่ใจบุตรชายพิการว่าจะเป็นตายร้ายดี ทั้งยังปล่อยให้สาวใช้ดูแลบุตรชายไปตามสภาพ ส่วนตัวเขาก็ไม่ว่างพอที่จะเข้ามาดูแลเด็กพิการจึงได้ปล่อยเลยตามเลยมาโดยตลอด บิดามารดาของเขาก็สนับสนุนให้แต่งภรรยารองเข้าจวน แต่เขาไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยสักครั้งเพราะไม่ชอบที่จะมีภรรยาอยู่ร่วมกันหลายคนจนกระทั่งวันนี้

“เหตุใดข้าต้องอับอาย ท่านกับอวี้ซูเซียวต่างหากที่ต้องอับอายผู้คน เพราะท่านเป็นสามีของข้าหาใช่นาง เหตุใดจึงแอบออกมาโอบกอดเกี้ยวพากันเยี่ยงนี้ นางเป็นน้องสาวของข้าถึงจะมิได้ผูกพันกันสักเท่าไหร่แต่นางก็เป็นน้องสาวของข้า”

สตรีที่ขึ้นชื่อว่าร้ายกาจและเอาแต่ใจแห่งเมืองหลวงเอ่ยออกมาเสียงดัง เพราะหัวใจกำลังแตกสลายอย่างไม่มีชิ้นดี น้องน้อยที่ครั้งหนึ่งเคยรักเคยเอ็นดูทว่ายามนี้กำลังถือดาบจ้วงแทงนางจากข้างหลัง อวี้ซินเหยียนทั้งตะโกนทั้งร่ำไห้ออกมาเสียงดัง โดยไม่สนใจเลยสักนิดว่าเสียงของนางจะดังไปไกลให้ผู้คนมามุงดูงิ้วโรงใหญ่ ที่นางเป็นผู้แสดงนำร่วมกับน้องสาวต่างมารดา

สตรีที่ไม่ถูกรัก

เช้าวันนี้มีงานเลี้ยงสำคัญในพระราชวัง อวี้ซินเหยียนที่เป็นฮูหยินเอกของแม่ทัพเสวียนเจิ้งโจวจึงเดินทางมาร่วมงานเลี้ยงพร้อมกับสามี ซึ่งน้องสาวต่างมารดาก็ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้พร้อมกับบิดามารดาของนางเช่นกัน

ในช่วงที่พิธีการผ่านพ้นไปแล้ว อวี้ซินเหยียนไม่เห็นอวี้ซูเซียวอยู่ในงานเลี้ยงจึงรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ อีกทั้งแม่ทัพเสวียนเจิ้งโจวสามีของนางก็หายไปเช่นกันจึงได้ออกตามหาทั้งสองคน กระทั่งมาพบเห็นทั้งสองคนกำลังยืนกอดรัดกันอย่างแนบชิดที่ริมสระบัวท้ายพระราชวัง เรื่องราวจึงได้ลุกลามใหญ่โตให้คนนอกมาพบเห็นความแตกแยกในครอบครัวของแม่ทัพทิศประจิม

“เงียบทำไมเล่าท่านพี่ เหตุใดจึงไม่กล่าวแย้งสักนิดเผื่อข้าจะเชื่อใจท่านอีกสักครั้ง”

ฮูหยินผู้ถูกทรยศกล่าวทั้งน้ำตา หากครั้งนี้สามีกล้าปฏิเสธนางก็จะยอมโง่งมเชื่อใจเขาอีกสักครั้ง เพราะความรักที่นางมีต่อเขาได้หยั่งรากฝังลึกเข้าไปในจิตใจมานานแสนนาน นางรักเขาตั้งแต่แรกพบทั้งๆที่รู้ดีว่าเขาไม่ได้มีใจให้นางเลยสักนิดเดียว

“ข้าไม่มีสิ่งใดต้องกล่าวแย้งทุกอย่างเป็นดังเช่นที่เจ้าพบเห็น ข้ากับอวี้ซูเซียวมีใจให้แก่กัน วันรุ่งขึ้นข้าจะให้บิดาไปสู่ขอนางมาเป็นภรรยารองให้ถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณี”

เสวียนเจิ้งโจวเอ่ยเสียงเรียบ ในเมื่อพึงใจเหตุใดเขาต้องปล่อยวาง ต่อให้สตรีที่เขาพึงใจจะเป็นน้องสาวของฮูหยินเอกก็ตาม

คราแรกเสวียนเจิ้งโจวคิดว่าตนจะอดทนต่อนิสัยแสนร้ายกาจของอวี้ซินเหยียนได้ และตั้งใจจะไม่แต่งฮูหยินรองเข้าจวน แต่นับวันนางยิ่งแสดงด้านที่เลวร้ายให้เขาพบเห็นอยู่เสมอ ความอดทนที่เคยมีจึงค่อยๆมลายหายไปจนสิ้น พอมีน้ำทิพย์จากสตรีอื่นมาชะโลมจิตใจที่แห้งแล้งแม่ทัพหนุ่มจึงรู้สึกคล้อยตามโดยง่าย กระทั่งขาดสติยับยั้งชั่งใจเข้าไปยุ่งเกี่ยวพัวพันกับสตรีที่ถือได้ว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน

ยามนี้สตรีที่เขารู้สึกพึงใจคืออวี้ซูเซียวผู้เป็นน้องสาวของฮูหยิน ถึงแม้อวี้ซูเซียวจะเป็นบุตรีที่เกิดจากภรรยารองของเสนาบดีอวี้จิ่งเทา แต่ดรุณีแรกแย้มผู้นี้มีนิสัยน่ารัก กิริยามารยาทก็เรียบร้อยอ่อนหวาน อีกทั้งใบหน้าก็งดงามถูกตาต้องใจเขาที่สุด หากจะแต่งนางเข้าจวนอีกสักคนก็ย่อมดีกว่าไม่ใช่หรืออย่างไร แม่ทัพหนุ่มมีความคิดเช่นนี้จึงตัดสินใจเดินหน้าต่อไม่ได้สนใจเสียงนินทาว่าร้ายของชาวเมืองที่จะตามมาในภายหลัง

“ฮึก! ฮึก! ข้าไม่ดีตรงไหน เหตุใดท่านพี่จึงเกลียดชังข้าถึงเพียงนี้ หรือเพราะข้าคลอดบุตรชายพิการท่านพี่เลยนึกรังเกียจเดียดฉันท์ และที่ข้าเจ็บปวดใจที่สุดคือท่านพึงใจน้องสาวของข้า พี่สาวน้องสาวกำลังจะมีสามีคนเดียวกัน ท่านไม่คิดบ้างเลยหรือว่ามันอัปยศ”

สตรีที่หัวใจกำลังบีบรัดอย่างหนัก กล่าวออกไปทั้งน้ำตาที่หลั่งรินออกมาเต็มสองข้างแก้ม ซึ่งยามนี้ทั้งน้ำตาและแป้งขาวที่นางโบกปกปิดผิวหน้าไว้อย่างหนาเตอะ กำลังผสมรวมกันจนแป้งขาวเหล่านั้นหลุดร่อนออกมาอย่างน่าเกลียดน่ากลัว

“ตั้งแต่เจ้าก้าวเท้าเข้ามาอยู่ในจวนตระกูลเสวียน ข้าก็ไม่เห็นว่าเจ้าจะมีคุณความดีเรื่องใดเลยสักอย่าง เจ้าคลอดบุตรชายพิการก็จริงแต่ข้าจะไม่โกรธเคืองเลยหากเจ้าเลี้ยงดูบุตรชายเสียบ้าง เสี่ยวเป่าในวัย5หนาวหน้าตาเป็นเช่นไรเจ้ายังจดจำได้หรือไม่ ทั้งยังไม่เคยทำตัวให้สมเกียรติฮูหยินเอกของแม่ทัพทิศประจิมเลยสักครั้ง ข้ามีหน้าที่การงานที่ต้องรักษาเกียรติจนกว่าชีวิตจะหาไม่ หากวันนี้ข้าต้องการสตรีที่ดีพร้อมเข้ามาทำหน้าที่ที่เจ้าไม่สามารถกระทำได้มาตลอด6ปีที่แต่งงานกัน ย่อมสมควรแล้วมิใช่หรอกหรือ”

เสวียนเจิ้งโจวเอ่ยคำในใจออกไปเป็นครั้งแรก ทั้งๆที่รู้ว่าสถานแห่งนี้ไม่เหมาะสมที่จะเปิดเผยเรื่องราวในครอบครัว เพราะในไม่ช้าคงมีผู้คนนำไปแต่งเติมเรื่องราวและจับกลุ่มนินทาไปทั่วเมืองหลวง แต่ยามนี้เขากำลังอยู่ในอารมณ์คับแค้นใจ โกรธเคือง รวมไปถึงรู้สึกเสียใจที่ฮูหยินไม่เลี้ยงดูบุตรชาย ความรู้สึกทุกอย่างกำลังถาโถมเข้ามาจึงกล้ากล่าวทุกอย่างในใจออกมาจนสิ้น

“ฮึก! ฮึก! เหตุใดท่านจึงไม่บอกกล่าวกับข้าเสียบ้างว่าข้าทำตัวบกพร่องถึงเพียงนั้น ข้าเห็นท่านเฉยชาจึงกระทำทุกอย่างเพื่อเรียกร้องความสนใจก็เท่านั้น ส่วนเสี่ยวเป่าเขาเป็นบุตรชายที่ข้าคลอดออกมา อย่างไรเสียข้าก็รักและจดจำใบหน้าของเขาได้อยู่แล้ว”

น้ำเสียงสะอึกสะอื้นกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปที่แขนของน้องสาวผู้ทรยศ ที่ยามนี้ยังกอดรัดแขนสามีนางอยู่ไม่ปล่อย ใจดวงน้อยเจ็บปวดจวนเจียนจะขาดใจตาย เพราะหลังจากคืนเข้าหอนางก็ไม่เคยสัมผัสแตะเนื้อต้องตัวสามีอีกเลย ช่างน่าน้อยใจจนไม่รู้จะกล่าวสิ่งใดอีก นอกจากยืนร้องไห้ให้ผู้คนสมน้ำหน้าเยี่ยงสตรีโง่เขลาผู้หนึ่ง

“สตรีชั่วร้ายเช่นเจ้าน่ะหรือที่รักบุตรชาย ข้าเห็นเพียงนางมารร้ายที่พบหน้าบุตรชายก็เอาแต่ด่าทออยู่ไม่ขาดปาก วันๆเอาแต่ติดตามเสาะหาว่าข้าไปที่ใด เพื่อที่จะได้กระทำการให้ข้าอับอายขายหน้าผู้คนไปทั่วทั้งเมืองหลวง”

แม่ทัพเสวียนเจิ้งโจวกล่าวด้วยโทสะที่พวยพุ่ง ทุกการกระทำที่กล่าวมานี้เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เขาต้องอดทนกับพฤติกรรมของภรรยาเอกผู้นี้ มีบางครั้งที่ฮ่องเต้หยางจงเจี้ยนถึงกับเอ่ยตักเตือนด้วยพระองค์เอง เพื่อให้เขาควบคุมหลังบ้านให้ดีชาวบ้านจะได้ไม่เอาไปนินทาอย่างสนุกปาก จนเกิดเสื่อมเสียไปถึงตำแหน่งหน้าที่อันทรงเกียรติ

“ท่านแม่ทัพได้โปรดระงับโทสะด้วยเจ้าค่ะ พี่หญิงใหญ่นางกำลังเสียใจข้าผิดเองที่มีใจให้ท่าน พวกท่านทั้งสองคนอย่าทะเลาะกันด้วยเรื่องของข้าอีกเลยนะเจ้าคะ”

อวี้ซูเซียวเอ่ยห้ามปรามทั้งยังแอบเติมเชื้อไฟในใจของพี่สาว นางจะได้เป็นสตรีดีงามในสายตาแม่ทัพเสวียนเจิ้งโจวต่อไป

“นังน้องทรยศ ข้าเป็นพี่สาวของเจ้า ใยจึงคิดแย่งสามีของพี่สาวเช่นนี้”

เมื่อได้ยินคำกล่าวของน้องสาวทรยศ อวี้ซินเหยียนจึงหันไปด่าทอสตรีเสแสร้งที่ยามนี้ยังกอดแขนสามีของนางไม่ยอมปล่อย

“พะ…พี่สาว ข้ามิได้ตั้งใจเจ้าค่ะได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย จากนี้ไปข้าสัญญาว่าจะถอยห่างจากพี่เขยเองเจ้าค่ะ พี่สาวหยุดด่าทอข้าเสียที เพียงเท่านี้ข้าก็อับอายจะแย่อยู่แล้ว”

อวี้ซูเซียวร้องไห้จนตัวโยน เมื่อเห็นว่ามีผู้คนจ้องมองมาหลายคน นางจะได้กลายเป็นผู้ถูกกระทำอย่างแนบเนียนสักหน่อย

“นังงูพิษ สารเลว”

“หยุดพูดจาร้ายๆใส่อวี้ซูเซียวได้แล้ว ข้าพึงใจนางเพราะการกระทำของนางน่าพึงใจ ไม่เกี่ยวข้องสิ่งใดกับการทรยศหักหลังเจ้า”

เสวียนเจิ้งโจวกล่าวทั้งโอบกอดร่างอันสั่นเทาของอวี้ซูเซียวอย่างทะนุถนอม เพียงเท่านี้อวี้ซินเหยียนก็รับรู้แล้วว่านางได้พ่ายแพ้ต่อน้องสาวผู้ทรยศอย่างสิ้นเชิง

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...