โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รื่นรมย์กรุงเก่าอยุธยาผ่าน 5 สิ่งน่าชมน่าทำ ทั้งขนมหวาน เครื่องทอง ล่องเรือโบราณอายุ 130 ปี

ONCE

เผยแพร่ 02 ก.พ. 2568 เวลา 12.37 น.

พูดถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทุกคนนึกถึงอะไรกันบ้าง ขอเดาว่าต้องนึกถึงโบราณสถานเก่าแก่ย้อนยุคก่อนอันดับแรก ตามมาด้วยโรตีสายไหมเจ้าเด็ด ปิดท้ายเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ไทย แน่นอนว่าไม่มีอย่างไหนผิดเลย แต่เราขอมาขยายขอบเขตการรับรู้ถึงจังหวัดอยุธยาแบบใหม่ ที่ไม่ได้ให้น้ำหนักแค่อุทยานประวัติศาสตร์หรือโบราณสถานทั่วไป

เราขอพาทุกคนมาทำความรู้จักเพื่อนเก่าแบบอยุธยา ผ่านมุมมองใหม่ด้วย 5 กิจกรรมสนุกๆ ทั้งไหว้พระขอพร สอดส่องสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งของอยุธยา ชิมอาหารไทยโบราณสุดหรูบนเรือนไทยหลังงาม ทดลองทำขนมพระพาย ขนมไทยฉบับชาววังโบราณที่ปัจจุบันหากินยากแล้ว ชมมรดกอันล้ำค่าของไทยผ่านเครื่องทองสมัยอยุธยา จบท้ายด้วยกรล่องเรือโบราณอายุกว่า 100 ปี กิจกรรมส่วนใหญ่เหมาะกับคนทุกช่วงวัย เน้นทำกิจกรรมสนุกๆ ปล่อยใจชิลล์ๆ ไม่เร่งรีบ แต่ได้รับสาระกลับบ้านแบบจุใจ

ครั้งนี้เราเดินทางมาร่วมกิจกรรม Domestic MICE Fam Trip ของ TCEB สำนักงานภาคกลาง เลยมีโอกาสไปที่ใหม่เพียบ แต่ไม่ต้องห่วง เราทั้งคัดเลือกและเก็บบรรยากาศมาแล้ว สำหรับ 5 กิจกรรมที่อยากให้คุณลอง

ใส่คำบรรยายภาพ

01

วัดแม่นางปลื้ม

ก่อนเริ่มทริปทำความรู้จักอยุธยาแบบใหม่ เพื่อความสิริมงคลตามฉบับคนไทยต้องแวะมาไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันก่อน เราอยากชวนมาไหว้หลวงพ่อขาว พระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นพร้อมกับวัดแม่นางปลื้ม นอกจากจะมาไหว้หลวงพ่อขาวเพื่อความสบายใจก่อนแล้ว สถาปัตยกรรมวัดแม่นางปลื้มก็โดดเด่นไม่แพ้วัดไหน

ความงดงามของสิ่งก่อสร้างรายล้อมในวัดแม่นางปลื้มมีอายุกว่า 648 ปี แต่เมื่อเราได้ไปเห็นด้วยเนื้อตาจริง มันสวยงามสุดจะหาคำไหนมาบรรยาย ที่นี่แทบไม่มีเศษซากปรักหักพัง สถาปัตยกรรมแบบอยุธยาตอนต้นยังคงยืนสมบูรณ์ และงดงามจนหาที่ไหนมาเทียบไม่ได้ เนื่องจากในอดีตเคยเป็นหนึ่งในที่ตั้งค่ายของพม่าสำหรับจุดปืนใหญ่ยิงเข้าไปในอยุธยา จึงไม่ค่อยได้รับความเสียหาย

เจดีย์ประธานตั้งเด่นอยู่หลังวัด มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงลังกาแบบอยุธยา บนฐานมีสิงห์ปูนปั้นรายล้อมอยู่ ใครอยากมาดูสิงห์ชัดๆ ต้องแวะมาตรงนี้ เราสามารถมองเห็นหน้าตาของสิงห์เต็มสองตา รายละเอียดการปั้นกระแทกใจเต็มๆ ซึ่งในจังหวัดอยุธยา วัดที่มีฐานเจดีย์ล้อมด้วยสิงห์ปูนปั้นมีเพียง 2 ที่เท่านั้น คือวัดแม่นางปลื้มและวัดธรรมิกราช

หนึ่งในแลนด์มาร์กที่ได้รับการยอมรับว่า เป็น UNSEEN THAILAND คือซุ้มประตูวัดแม่นางปลื้ม โค้งรับกับทางเข้า สร้างบรรยากาศกลิ่นอายความขลัง เมื่อก้าวย่างเข้าผ่านซุ้มประตูแล้วนั้น ราวกับหลุดเข้าไปในสมัยอยุธยาเลยก็ว่าได้

ต้องบอกว่าวัดแม่นางปลื้มถือเป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งในอยุธยา ที่สำคัญคือยังคงสภาพสมบูรณ์ มีร่องรอยความงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาอยู่ ถ้าใครไม่มีเวลาเพียงพอจะแวะไหว้พระทุกวัดในอยุธยา เราก็คัดมาแล้วว่าต้องมาที่วัดแม่นางปลื้มเลย เพราะแค่มาวัดแม่นางปลื้มก็เพียงพอแล้วสำหรับการชมสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา

วัดแม่นางปลื้ม
ที่อยู่ : ตำบลคลองสระบัว อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/2wSc6p2dqsjsYmw2A
เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 06.00-18.30 น.

ใส่คำบรรยายภาพ

02

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา

หลายคนอาจจะได้ยินข้อมูลความรุ่งเรืองของอยุธยามาบ่อยๆ แต่ก็ไม่สามารถจินตนาการออกว่า ความรุ่งเรืองของอยุธยามีหน้าตาประมาณไหน คำพูดที่เป็นนามธรรมไม่อาจเห็นได้ชัดเท่ารูปธรรม

เราเลยพาทุกคนมาเห็นถึงความรุ่งเรืองของอยุธยา ผ่านโบราณวัตถุประเภทเครื่องทองอยุธยา ที่สง่างาม โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สมฐานะเป็นยุคสมัยที่รุ่งเรืองยุคหนึ่งของไทย เรียงรายอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา เห็นละลานตาขนาดนี้ แต่รู้ไหมว่าเครื่องทองอันงดงามที่เราชมอยู่นั้น เป็นเครื่องทองที่หลงเหลืออยู่เพียง 25% จากทั้งหมด สาเหตุที่ 75% หายไปเกิดขึ้นจากเหตุการณ์โจรขุดกรุวัดราชบูรณะ ขโมยทองนำไปหล่อหลอม ส่งขายนอกประเทศ จนไม่สามารถนำกลับคืนมาได้

ไฮไลต์โบราณวัตถุประเภทเครื่องทองอยุธยาที่ต้องมาชม คือพระแสงขรรค์ชัยศรี 1 ใน 5 เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ที่เป็นเครื่องประดับบารมีของกษัตริย์ เป็นศิลปะแบบอยุธยาตอนต้น เมื่อพิจารณารายละเอียดแบบชัดๆ จะเห็นว่าลวดลายประดับวัสดุหลากประเภท มีสีสันมากมายเกินกว่าจะใช้นิ้วนับไหว ตัวด้ามจับพระแสงขรรค์ทำจากทองคำและหินเขี้ยวหนุมาน ตกแต่งลวดลายด้วยพลอยทับทิมและหินอีกหลากชนิด ฝักพระแสงขรรค์ทำจากทองคำ ประดับด้วยแก้วสีเขียวและใส ใบมีดพระแสงขรรค์ทำจากเหล็ก ทุกคนลองนึกภาพเหล็กที่อยู่มากว่า 600 ปี ตอนขุดเจอ ต้องเป็นสนิม ไม่สามารถชักออกมาได้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้น้ำยากัดสนิมหยอดไปทีละหยดเพื่อกัดสนิมออก คิดดูสิว่าลวดลายพระแสงขรรค์ละเอียดขนาดไหน ต้องใช้เวลากี่วัน

ระหว่างที่เดินชมพิพิธภัณฑ์ก็เห็นถึงความเก่งกาจของช่างฝีมืออยุธยา สะท้อนผ่านโบราณวัตถุเครื่องทองรูปแบบต่างๆ ทั้งขึ้นเครื่องทองรูปพรรณได้หลายแบบ เครื่องประดับ สิ่งของ เครื่องพุทธบูชา ภาชนะรูปหงส์ ล้วนเก็บรายละเอียดที่ไม่มีผิดเพี้ยน สวยงาม เหมือนไม่มีอยู่จริง แต่อยู่ตรงนี้แล้ว เพียงข้างหน้าเราเท่านั้น โทรศัพท์ที่โฆษณาว่าสามารถถ่ายรูปเพื่อเก็บรายละเอียดได้หลายล้านพิกเซล ก็ไม่สามารถบันทึกความงดงามของเครื่องทองเหล่านี้ได้

ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา คือการขยายภาพรูปธรรมของคำว่า ความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมแบบอยุธยาได้อย่างชัดเจน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
ที่อยู่ : 108 หมู่ 2 ถนนปรีดีพนมยงค์ ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/SviM1gCkhdSatv8M7
เวลาทำการ : วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.
โทร : 035 241 587
เว็บไซต์ : https://www.finearts.go.th/chawsampraya
Facebook : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา

ใส่คำบรรยายภาพ

03

บ้านไทยคลองสระบัว

เปิดประสบการณ์กินอาหารไทยโบราณในสไตล์หรูหรา คัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นมาจัดจานในรูปแบบ Chef’s Table ที่มีให้บริการเพียง 1 โต๊ะเท่านั้น

ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ห่างออกไปเพียง 4.5 กิโลเมตร เลี้ยวรถเข้ามากินอาหารไทยสุดหรูบนเรือนไทยโบราณ ทันทีที่เดินเข้าไปในบ้านไทยคลองสระบัว เรารู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับสู่วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ราวกับเวลาอันวุ่นวายหยุดหมุนช้าลง สูดกลิ่นอายธรรมชาติที่โอบล้อมอยู่รอบริมสระบัว ภายใต้ต้นไม้ใหญ่มีเรือนไทยหลังงามตั้งอยู่โดดเด่น เก่าแก่ ทรงพลัง มีคุณค่าทางศิลปะ ร้านอาหารรสไตล์ Chef’s Table ซุกซ่อนอยู่ ณ ที่นี่

ตอนที่เราเข้าไปเยี่ยมเยือนเรือนไทยหลังนี้ เรามีโอกาสเปิดประสบการณ์การลิ้มรสอาหารไทยรสจัดจ้า ถึงเครื่อง 6 เมนู ได้แก่ เมี่ยงคำ เสิร์ฟมาพร้อมขันโตก ห่อใบชะพลู หยิบหอมแดง ผสมมะนาว กุ้งแห้ง และน้ำตาล หลากหลายรสชาติละลายอยู่ในปาก กลมกล่อม ครบทุกรสชาติ

ยำปลาดุกฟู เสิร์ฟแยกให้แต่ละคน ความนุ่มฟูของปลาตัดเข้ากับรสเปรี้ยวหวานของน้ำยำ เมนูนี้เราแอบเหลือบมอง ทุกคนชอบใจเป็นพิเศษ แกงมัสมั่นไก่ มาในจานใหญ่ให้ตักแบ่งกันได้ทั้งโต๊ะ ไก่เนื้อแน่นผสมเครื่องเทศเข้มข้นถึงใจ ตักแกงมัสมั่นไก่ 1 ช้อน ต้องกินข้าวตามแบบเต็มๆ อีก 1 คำ ถือเป็นเมนูที่ทำเอาข้าวเราหมดจานไวมาก

เมนูถัดไปคือกุ้งตัวใหญ่และกุ้งตัวเล็ก จากกุ้งแม่น้ำเผาและน้ำพริกกุ้งสด กุ้งเผาเป็นเมนูขึ้นชื่อของอยุธยา คงไม่ต้องบอกละเอียดก็รู้ว่าเด็ดขนาดไหน ยิ่งกินคู่กับน้ำพริกกุ้งสด ยิ่งเข้ากันสุดๆ ก่อนปิดท้ายมื้อดีๆ ของวันด้วยผลไม้ตามฤดูกาล มื้อนี้เจริญอาหารกันสุดๆ อร่อยทุกอย่าง

อาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น รังสรรค์ออกมาเป็นเมนู Fine Dining ฝีมือเชฟที่ตั้งใจบอกเล่าวัฒนธรรมอาหารของอยุธยาบนจานข้าว เป็นความทรงจำที่ล้ำค่าเกินจะลืมเลือน สำหรับใครที่อยากมาเปิดประสบการณ์กินอาหารไทย Chef’s Table แบบเรา อย่าลืมโทร.มาจองที่นั่งล่วงหน้านะ เราแนะนำจริงๆ ว่าคุ้มค่าตั้งแต่บรรยากาศไปจนถึงคุณภาพอาหารเลย

บ้านไทยคลองสระบัว
ที่อยู่ : 44 ตำบลลุมพลี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FTbbJ3jcz2uqgqQE8
เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
โทร : 094 449 1635
Facebook : Baan Thai Khlong Sra Bua - บ้านไทยคลองสระบัว

04

บ้านขนมไทยไกลหวาน

ลูกกลมๆ สีหวานๆ ทำจากแป้งข้าวเหนียว ไส้ถั่วกวน เป็นขนมมงคลของไทย นิยมใช้ในพิธีแต่งงาน ไหนลองทายสิว่าคือขนมอะไร

เฉลยชื่อของมันคือขนมพระพาย มีความหมายว่าลม จึงนิยมใช้เป็นขนมในพิธีแต่งงาน เชื่อว่าช่วยให้ชีวิตคู่ร่มเย็น ตัวแป้งทำจากแป้งข้าวเหนียว สื่อถึงชีวิตรักเหนียวแน่นมั่นคง ส่วนไส้นิยมใช้ถั่วกวน หวานอร่อย สื่อถึงความรักอันแสนหวานของคู่รัก

ฟังชื่ออาจไม่ค่อยคุ้นหู เพราะปัจจุบันขนมพระพายเป็นขนมชาววังโบราณที่หากินยาก วันนี้เราไม่ได้พามาแค่รู้จักชื่อ หรือกินขนมพระพายเท่านั้น แต่เราได้รับเกียรติจาก อาจารย์เผือก-ประเสริฐ จรรยชาติ เจ้าของร้านขนมไทยไกลหวาน มาสอนวิธีการทำขนมพระพายด้วย

ขั้นตอนการทำขนมพระพายไม่ยากมาก ปั้นแป้งข้าวเหนียวให้เป็นวงกลม หยอดไส้ลงไป จากนั้นปั้นทั้ง 2 อย่างให้ผสมเข้ากัน ขั้นตอนต่อไปนี่แหละสนุกสุด เอาขนมพระพายที่ปั้นเป็นก้อนกลมๆ ใส่ลงไปในน้ำเดือดๆ ถ้าสุกแล้ว ขนมพระพายจะลอยขึ้นมาจากน้ำ จากนั้นราดด้วยน้ำกะทิ และสามารถกินได้เลย เราลองกินแล้วอร่อยมาก ไส้หวานน้อย แป้งเหนียวหนึบ ควบคู่กับน้ำกะทิมันๆ เมนูถูกใจเด็กอ้วนแบบเรามาก

บ้านขนมไทยไกลหวานเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับขนมไทยชาววังที่หากินยาก เพื่อสืบสานวัฒนธรรมขนมหวานของอยุธยาโบราณไว้ แต่ครูเผือกก็มีหมัดเด็ด คือนอกจากคงความอร่อยแบบชาววัง ก็มอบประสบการณ์กินขนมไทยแบบใหม่ๆ โดยการปรับสูตรให้หวานน้อยลง กินหมดกล่องแบบเพลินๆ ไม่หวานแสบคอแน่นอน แต่ยังคงความงดงามของขนมหวานตามรายละเอียดดั้งเดิม สมกับสโลแกน “สะอาด สวย หวานน้อย เพื่อสุขภาพ สืบสาน พัฒนา อโยธยา เข้าหนม”

ถ้าใครสนใจอยากเข้าคอร์สสอนทำขนมไทย ทำความเข้าใจกับประวัติศาสตร์ของขนมหวาน ผ่านการฟังเรื่องราวและทดลองทำ เราแนะนำว่าต้องมาลองนะ แล้วทุกคนจะรู้จักอยุธยาในมุมมองของขนมหวานมากขึ้น

นอกจากจัดกิจกรรมเวิร์กช้อปบ้านขนมไทยไกลหวานก็จัดจำหน่ายขนมไทยโบราณ ที่หากินยากด้วยเหมือนกันนะ เหมาะซื้อเป็นของฝากให้ผู้สูงอายุ หรือจะซื้อไปกินกับชาร้อนๆ สักถ้วยก็เหมาะมาก หรือถ้าใครกำลังมองหาขนมไทยที่เคยกินสมัยเด็กๆ จำชื่อไม่ได้ แต่จำรสชาติได้ ก็สามารถมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับอาจารย์เผือก เพื่อให้ช่วยหารสชาติปลายลิ้นที่ติดอยู่ในความทรงจำได้นะ

บ้านขนมไทยไกลหวาน
ที่อยู่ : ตำบลตาลาน อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/6qGF1n4qTMi7ysuC6
เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น.
โทร : 081 398 7643
Facebook : ขนมไทยไกลหวาน ผักไห่ ขนมไทยเพื่อสุขภาพ

05

ล่องเรือสุริยันจันทรา

หลังจากกินอาหารไทยโบราณทั้งคาวหวานเรียบร้อย ขอปิดท้ายวันด้วยการพาไปล่องเรือโบราณอายุกว่า 130 ปี กินอาหารว่างบนเรือ ชมแม่น้ำน้อย ถ่ายรูปกับพระอาทิตย์ยามอัสดง

สุริยันจันทราเป็นร้านอาหารริมแม่น้ำที่แปรเปลี่ยนสภาพมาจากโรงสีเก่าอายุ 130 ปี ผสมผสานระหว่างความเก่าแก่และหรูหราไว้อย่างลงตัว เหมาะแก่การมากินเป็นมื้อเย็น แต่ครั้งนี้เราจะมาให้ความสำคัญที่กิจกรรมล่องเรือโบราณของสุริยันจันทรา ซึ่งเป็นแพ็กเกจล่องเรือเที่ยวชมแม่น้ำน้อย รวมกับการกินอาหารไทยแบบจัดเต็ม

ขณะที่เราก้าวขาลงเรือโบราณ ความรู้สึกตกตะลึงพุ่งเข้ามากระแทกหัวใจ แม้ข้างนอกมีหน้าตาเป็นเรือโบราณ ข้างในกลับตกแต่งแบบวินเทจ มีโต๊ะ-เก้าอี้แทรกอยู่บางจุดในเรือ มีแชนเดอเลียร์สง่างามแขวนอยู่กลางเรือ เหมาะแก่การจิบไวน์ ชิมของว่างขนมหวาน ชมแม่น้ำน้อย

ระหว่างล่องเรือชมแม่น้ำน้อยก็ได้ข้อมูลว่า ในอดีตแม่น้ำน้อยเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญ เป็นเส้นทางสายหลักในการคมนาคมด้านเศรษฐกิจของอยุธยา แต่ปัจจุบันเมื่อกาลเวลาพัดผ่าน ความครึกครื้นของเส้นทางการค้าขายก็เริ่มจางหาย จากแม่น้ำที่เต็มไปด้วยเสียงจอแจ กลายเป็นแม่น้ำแห่งความเงียบสงบ หลงเหลือไว้เพียงประวัติศาสตร์ภายใต้ผืนน้ำ

ลองหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้เวลาไหลผ่าน ซึมซับประวัติศาสตร์อยุธยาผ่านเสียงกระซิบของแม่น้ำน้อย เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แสงพระอาทิตย์ยามอัสดงก็กระทบเข้ามาในสายตาเข้าพอดี ราวกับเป็นตัวแทน เป็นสัญลักษณ์ ที่ช่วยเปิดมุมมองการทำความรู้จักกับเพื่อนเก่าแบบอยุธยาในมุมใหม่ที่เราไม่คาดคิดเลยว่าจะได้มาสัมผัส

เรือสุริยันจันทรา
ที่อยู่ : 38 หมู่ 7 ตำบลพระขาว อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/vu5AV4aqaLzktn2SA
เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 10.00-20.30 น.
โทร : 062 8528 883
Facebook : SuriyanChandra AT Ayutthaya

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...