ภาพยนตร์ – ซีรีส์ไทย ป๊อปปูลาร์ในต่างแดน Boy love – Girl love บูม Fandom ญี่ปุ่น
ภาพยนตร์ - ซีรีส์ไทย ดังในต่างประเทศกวาดรายได้ทะลุพันล้าน ปักหมุดเทศกาลภาพยนตร์ทั่วโลก CEA เร่งเปิดตลาดซื้อ-ขายคอนเทนต์ ดึงทุนต่างชาติปั้น ซีรีส์ - ภาพยนตร์ทำเงิน ซีรีส์ Boy love - Girl love กินรวบตลาดแดนปลาดิบกวาดรายได้หนัง ซีรีส์ แฟนมีตถล่มทลายภาครัฐขอแจมส่ง DITP นำทัพขนผู้ผลิตขายซีรีส์ตั้งเป้ากวาดรายได้ “พันล้าน” ในปีนี้
[caption id="attachment_138067" align="aligncenter" width="868"]
ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์[/caption]
ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดเผยว่า ปีนี้คอนเทนต์หรือภาพยนตร์จากเมืองไทยมีบทบาทสำคัญในต่างประเทศหลายเรื่อง เช่น “หลานม่า” ที่ทำรายได้รวมเกือบ 2 พันล้านแล้ว ขณะที่ซีรีส์ “สืบสันดาน” ติดอันดับซีรีส์ที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก บน Global chart ของ netflix ในกลุ่ม Series ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษติดต่อกันหลายสัปดาห์รวมทั้งหนังเรื่อง “ธี่หยด” ที่สามารถทำเงินแตะ 500 ล้านบาทไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“เห็นได้ชัดว่าปีนี้เป็นปีทองของภาพยนตร์ไทย ซึ่งทุกคนรู้อยู่แล้วว่าภาพยนตร์ไม่ใช่แค่บันเทิง แต่เป็นการนำเสนอวัฒนธรรมและตัวตนของประเทศนั้นๆออกสู่สากล”
จากการศึกษาของ CEA ยังพบว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์เป็นอุตสาหกรรมที่มี Skill Over effect ที่สูง ภาพยนตร์ 1 เรื่องมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ได้จำกัดอยู่แค่รายได้ในการขายภาพยนตร์ จาก Box Office หรือสตรีมมิ่งเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อภาพยนตร์ถูกฉายใน Platform ต่างประเทศ ก็สามารถจูงใจให้นักท่องเที่ยวกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ชื่นชมความเป็นไทยและซื้อสินค้าไทยได้
การเติบโตของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทยส่งผลให้อุตสาหกรรมตลาดซื้อ-ขายคอนเทนต์ เติบโตควบคู่ไปด้วยเช่นกัน ปัจจุบันมีตลาดจับคู่เจรจาธุรกิจเกิดขึ้นทั่วโลกมากมาย เพื่อให้ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายคอนเทนต์จากทั่วโลกพบปะแลกเปลี่ยน ซื้อขายคอนเทนต์ ระหว่างกัน
สำหรับประเทศไทย CEA ได้เปิดตัวตลาดซื้อขายคอนเทนต์ของไทย Content Project Market ขึ้นนอกจากการซื้อขายคอนเทนต์โปรเจ็กต์ภาพยนตร์และซีรีส์แล้วยังมีโปรเจ็กต์สำหรับสายงานด้านแอนิเมชันและนักเขียนบทระดับมืออาชีพของไทยโดยเฉพาะด้วย
“ก่อนที่จะมีภาพยนตร์หรือ Content ออกมาให้ได้ดูกันจะต้องมีบท มีเรื่องย่อเพื่อนำเสนอกับนักลงทุน ซึ่งภายใต้โครงการ Content Lab 2024 เรามีคนขายคือนักเขียนบท ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ มานำเสนอ โปรเจ็กต์ให้กับผู้ซื้อหรือนักลงทุนไม่ว่าจะเป็นบริษัทค่ายหนัง Streaming platform ต่าง ๆ เช่น netflix Viu, WeTV, iQIYI ฯลฯ ซึ่งเรามีผู้ซื้อจากต่างประเทศเข้ามาร่วมงานและมีการ matching ไปกว่า 300 match ในงานนี้
เราคาดหวังว่าหลังจากจบการ matching ไปแล้วจะมีภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ เกิดขึ้นจาก Content ที่ซื้อขายกัน ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในอุตสาหกรรมและต่อยอดไปยังภาคการท่องเที่ยวหลังจากภาพยนตร์ได้ฉายทั้งในประเทศและต่างประเทศ”
อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย Turn over สูง อยู่ยาก เม็ดเงินน้อย สวัสดิการ-ความปลอดภัยต่ำ
[caption id="attachment_138066" align="aligncenter" width="1024"]
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Chalermchatri Yukol[/caption]
หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล ผู้ผลิตภาพยนตร์ - ซีรีส์และค่ายภาพยนตร์ แชร์มุมมองที่น่าสนใจเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมคอนเทนต์ของไทยมีการเติบโตมาโดยตลอด แต่ยังมีข้อจำกัดคือจำนวนหรือปริมาณของภาพยนตร์ที่น้อยทำให้มีข้อจำกัดของกลุ่มตลาดด้วย
“ภาพยนตร์ 1 เรื่องจะใช้เม็ดเงินลงทุนราวๆ 15-30 กว่าล้านบาทแต่ละปีไทยผลิตภาพยนตร์ประมาณ 60 เรื่องต่อปี ละครและซีรีส์เกือบ 200 เรื่องต่อปีใช้งบลงทุนโดยเฉลี่ย 20-40 กว่าล้านบาท แต่ละเรื่องมีวิธีการหารายได้ที่แตกต่างกัน
จริงๆ แล้วในอุตสาหกรรมมีเม็ดเงินในตลาดจำนวนมาก แต่เม็ดเงินเหล่านั้นไม่ได้วิ่งเข้าถึงผู้สร้าง ผู้ผลิตเพราะไม่มีโครงสร้างที่จะผูกโยงตั้งแต่การสร้างโปรเจ็กต์ พัฒนาโปรเจ็กต์เข้ากับกลุ่มทุนและเงินทุน ต่อยอดไปถึงเทศกาลต่างประเทศหรือดึงทุนต่างชาติเข้ามาในเมืองไทย”
หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี กล่าวต่อไปว่าโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทยคือการขาดแคลนบุคลากรไม่ว่าจะเป็น Continue ผู้ช่วยผู้กำกับ ทีมอาร์ต (คอสตูม ฉาก สี งานสร้าง โปรดักชั่น ดีไซน์ ฯลฯ) แม้ว่าจะมีสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนสาขาวิชาภาพยนตร์แต่หลังจากเข้ามาทำงานมีอัตราTurn over สูงมากในระยะ 5 ปีแรก เพราะอยู่ยาก เม็ดเงินน้อย สวัสดิการต่ำ ความปลอดภัยต่ำ
“ดังนั้นต้องสร้างมาตรฐานความปลอดภัยกองถ่ายขึ้นมาเพื่อทำให้คุณภาพชีวิตคนกองดีขึ้น รัฐบาลจะต้องเข้ามาช่วยตั้งแต่เปลี่ยนกฎหมายเพื่อสร้างมาตรฐานวิชาชีพให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพของต่างชาติ สร้างคุณวุฒิวิชาชีพลำดับขั้นที่ถูกต้อง สร้าง Format ต่างๆ ที่ทำงานเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้น การทำ Training สร้างองค์ความรู้ สร้างฐานข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย จัดเก็บหนังดีๆจากโครงการต่าง ๆ ไว้ใน Back list เพื่อสามารถนำไปขายได้ในวันข้างหน้าบทดี ๆ เรื่องดี ๆ อยู่ในลิสต์ที่น่าทำแต่ยังไม่มีใครลงทุน
รวมไปถึงงบประมาณในการสนับสนุนการผลิต หรือ Co Production funding เปิดทางร่วมลงทุนกับหน่วยงานภาครัฐต่างชาติทั้งสิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลี ฝรั่งเศสหรืออื่น ๆ รวมถึงการสนับสนุนการส่งภาพยนตร์ไปขายในเทศกาลหนังต่างๆ หรือขยายพื้นที่การขายให้มากขึ้น”
หนังไทยแทงสวนขายดีในต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทยได้รับการตอบรับที่ดีมากจากนานาชาติ ตั้งแต่ปลายปี2566 จนถึงปัจจุบันภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องมียอดขายถล่มทลายในการออกงานในเทศกาลภาพยนตร์ในต่างประเทศหลาย ๆ งาน และภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องได้รับการซื้อไปจัดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา รวมถึง สัปเหร่อ ที่ได้ฉายในเทศกาล Osaka Asian Film Festival ทำให้ได้รับการซื้อไปฉายในประเทศญี่ปุ่น
“ทุก ๆ ที่ที่เราไปเหยียบได้ผลตอบรับที่ดีเสมอ ตอนนี้เรามีภาพยนตร์เรื่อง "อรุณกาล" ที่กำลังทัวร์เทศกาลหนังไปไม่ต่ำกว่า 10 ประเทศและได้ฉายในเทศกาลหนังระดับโลกซึ่งเป็นเทศกาลใหญ่ทั้งหมด
ภาพยนตร์ไทยเป็นที่รู้จักในไทยน้อยกว่าเป็นที่รู้จักในต่างประเทศด้วยซ้ำ เพราะนายทุนไม่เสพความหลากหลายจะทำแค่หนังผี ตลก รัก แต่หนังที่ทำรายได้หลัก “ร้อยล้านบาท” ตอนนี้แต่ละเรื่องมีความแตกต่างกันมาก ๆ จะเห็นว่าหนังที่เล่นเกมเดิมไม่ค่อยทำรายได้ แต่หนังที่เล่นเกมใหม่มีโอกาสทำรายได้สูงกว่ามาก ๆ
ซึ่งตอนนี้นายทุนเริ่มมองเห็นโอกาสและเดินเกมใหม่ ๆ เพราะเราไม่ได้อยู่ในเกมที่สู้แค่ตลาดในประเทศไทยแล้ว แต่สู้กับหนัง สู้กับซีรีส์ทั่วโลก ตอนนี้งานของเราไปแข่งในงานประกวดซีรีส์ระดับโลกได้ทุกงานแล้ว ส่วนภาพยนตร์ตอนนี้เราพยายามดันให้ไปถึงออสการ์ให้ได้สักวันหนึ่ง
แต่มุมหนึ่งภาพยนตร์ไทยถือเป็น Popular Content ในต่างประเทศ ข้อจำกัดคือยังมีจำนวนน้อยและเจาะตลาดได้ไม่ค่อยเก่ง แต่ตอนนี้เราก็เติบโตระดับหลายพันล้านและส่งออกไปเมืองนอกได้แล้ว”
Boy Love - Girl Love ครองตลาดญี่ปุ่น DITP ปักเป้าขายหนัง-ซีรีส์ “พันล้าน”
[caption id="attachment_138068" align="aligncenter" width="1000"]
นางสาวยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานกรรมการ บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด[/caption]
ด้าน นางสาวยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานกรรมการ บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด เปิดเผยว่าในอดีตประเทศไทยพยายามผลักจะดัน T Pop เข้าไปในประเทศญี่ปุ่นและค่อนข้างได้รับความนิยม ศิลปินเริ่มมีฐานแฟนคลับหลักร้อยคนก่อนจะแผ่วลงในช่วงโควิด ในทางกลับกันชาวญี่ปุ่นหันมาเสพซีรีส์ Y หรือ Boy Love แทน
ส่งผลให้ปัจจุบันซีรีส์ Boy Love - Girl Love ของไทยได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่นอย่างมาก มีการจัดแฟนมีตติ้งโดยมีแฟนคลับชาวญี่ปุ่นเข้าร่วมหลักพันคนหลังจากช่วงโควิด และปัจจุบันสเกลใหญ่ขึ้นในการจัดแฟนมีตติ้งแต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วมงานหลักหมื่นคนในประเทศญี่ปุ่นซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย
“ตอนนี้ในประเทศญี่ปุ่นเรามีฐานแฟนคลับ Boy Love จำนวนมาก มีคนมารับศิลปินที่สนามบินคึกคัก ข้อดีของคนญี่ปุ่นคือ มีภักดี เมื่อชื่นชอบหรือรักศิลปินคนไหนจะให้การซัพพอร์ตอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาแกรมมี่เข้าไปจัดงานแฟนมีตติ้งในญี่ปุ่นสามารถบัตรเข้างานสูงสุดถึงใบละ 50,000 เยนหรือราว ๆ 10,000 บาท ซึ่งทางผู้จัดงานมีเบเนฟิตเสริมให้เช่นได้จับมือ ได้ถ่ายรูป One Shot หรือ Two shot”
ขณะเดียวกันคนญี่ปุ่นให้ความสนใจท่องเที่ยวในประเทศไทยตามรอยซีรีส์ Boy Love- Girl Love ของไทยมากขึ้น ก่อนหน้านี้ จี-ยู ได้เข้าไปจัดแฟนมิตติ้ง Boy Love ในประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างเยอะ นอกจากนี้ยังมีการจัด Business matching ของ Boy Love และ Girl Love ให้กับนักลงทุนญี่ปุ่น โดยนำ15 บริษัทคอนเทนต์ไทยทั้งช่อง 3,ช่อง 7, GMM TV ไปโชว์ของที่ญี่ปุ่น ขณะเดียวกันก็เชิญบริษัทญี่ปุ่นกว่า 100 บริษัทให้มาซื้อซีรีส์ไทยไปออนแอร์ในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย
“นอกจากเอกชนฝั่งของรัฐบาลเองก็มีพยายามส่งเสริม Series Boy Love - Girl Love เพราะโลกปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้วจากเมื่อก่อน DITP กรมส่งเสริมการส่งออกเน้นส่งออกผลไม้ แต่ตอนนี้เริ่มที่จะส่งออก Content Boy Love- Girl Love จัดแฟนมิตติ้งในต่างประเทศ ขณะที่สํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียวได้จัด Business Matching Boy Love ช่วยกระตุ้นตลาด
ปี 2566 DITP สามารถปิดยอดขายซีรีส์ Boy Love - Girl Love ราว ๆ 500 ล้านบาทจาก 10 บริษัท แต่ปีนี้ DITP ตั้งเป้าปิดยอดขายจากการจัด Business matching จากผู้ประกอบการไทย 15 บริษัท “พันล้าน” โดยหลัก ๆ จะเป็นการหา Partner เพื่อทำหนัง ทำซีรีส์ร่วมกัน ซึ่งน่าจะเป็นไปได้เพราะเราหนังพร้อมขายอยู่แล้ว”
ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่าแม้ว่าซีรีส์ Boy Love - Girl Love ไทยจะได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ยังมีคู่แข่งจากไต้หวันและจีน เข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดไป แต่อย่างไรก็ตามซีรีส์ไทย ศิลปินยังมีความได้เปรียบจากจริตความออดอ้อน ความมี Service Mind และความน่ารักแบบคนไทยเป็นแต้มต่อ”