โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ภาพยนตร์ – ซีรีส์ไทย ป๊อปปูลาร์ในต่างแดน Boy love – Girl love บูม Fandom ญี่ปุ่น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 พ.ย. 2567 เวลา 17.44 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2567 เวลา 10.40 น.

ภาพยนตร์ - ซีรีส์ไทย ดังในต่างประเทศกวาดรายได้ทะลุพันล้าน ปักหมุดเทศกาลภาพยนตร์ทั่วโลก CEA เร่งเปิดตลาดซื้อ-ขายคอนเทนต์ ดึงทุนต่างชาติปั้น ซีรีส์ - ภาพยนตร์ทำเงิน ซีรีส์ Boy love - Girl love กินรวบตลาดแดนปลาดิบกวาดรายได้หนัง ซีรีส์ แฟนมีตถล่มทลายภาครัฐขอแจมส่ง DITP นำทัพขนผู้ผลิตขายซีรีส์ตั้งเป้ากวาดรายได้ “พันล้าน” ในปีนี้

[caption id="attachment_138067" align="aligncenter" width="868"]

ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์[/caption]

ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดเผยว่า ปีนี้คอนเทนต์หรือภาพยนตร์จากเมืองไทยมีบทบาทสำคัญในต่างประเทศหลายเรื่อง เช่น “หลานม่า” ที่ทำรายได้รวมเกือบ 2 พันล้านแล้ว ขณะที่ซีรีส์ “สืบสันดาน” ติดอันดับซีรีส์ที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก บน Global chart ของ netflix ในกลุ่ม Series ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษติดต่อกันหลายสัปดาห์รวมทั้งหนังเรื่อง “ธี่หยด” ที่สามารถทำเงินแตะ 500 ล้านบาทไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เห็นได้ชัดว่าปีนี้เป็นปีทองของภาพยนตร์ไทย ซึ่งทุกคนรู้อยู่แล้วว่าภาพยนตร์ไม่ใช่แค่บันเทิง แต่เป็นการนำเสนอวัฒนธรรมและตัวตนของประเทศนั้นๆออกสู่สากล”

จากการศึกษาของ CEA ยังพบว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์เป็นอุตสาหกรรมที่มี Skill Over effect ที่สูง ภาพยนตร์ 1 เรื่องมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ได้จำกัดอยู่แค่รายได้ในการขายภาพยนตร์ จาก Box Office หรือสตรีมมิ่งเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อภาพยนตร์ถูกฉายใน Platform ต่างประเทศ ก็สามารถจูงใจให้นักท่องเที่ยวกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ชื่นชมความเป็นไทยและซื้อสินค้าไทยได้

การเติบโตของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทยส่งผลให้อุตสาหกรรมตลาดซื้อ-ขายคอนเทนต์ เติบโตควบคู่ไปด้วยเช่นกัน ปัจจุบันมีตลาดจับคู่เจรจาธุรกิจเกิดขึ้นทั่วโลกมากมาย เพื่อให้ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายคอนเทนต์จากทั่วโลกพบปะแลกเปลี่ยน ซื้อขายคอนเทนต์ ระหว่างกัน

สำหรับประเทศไทย CEA ได้เปิดตัวตลาดซื้อขายคอนเทนต์ของไทย Content Project Market ขึ้นนอกจากการซื้อขายคอนเทนต์โปรเจ็กต์ภาพยนตร์และซีรีส์แล้วยังมีโปรเจ็กต์สำหรับสายงานด้านแอนิเมชันและนักเขียนบทระดับมืออาชีพของไทยโดยเฉพาะด้วย

“ก่อนที่จะมีภาพยนตร์หรือ Content ออกมาให้ได้ดูกันจะต้องมีบท มีเรื่องย่อเพื่อนำเสนอกับนักลงทุน ซึ่งภายใต้โครงการ Content Lab 2024 เรามีคนขายคือนักเขียนบท ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ มานำเสนอ โปรเจ็กต์ให้กับผู้ซื้อหรือนักลงทุนไม่ว่าจะเป็นบริษัทค่ายหนัง Streaming platform ต่าง ๆ เช่น netflix Viu, WeTV, iQIYI ฯลฯ ซึ่งเรามีผู้ซื้อจากต่างประเทศเข้ามาร่วมงานและมีการ matching ไปกว่า 300 match ในงานนี้

เราคาดหวังว่าหลังจากจบการ matching ไปแล้วจะมีภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ เกิดขึ้นจาก Content ที่ซื้อขายกัน ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในอุตสาหกรรมและต่อยอดไปยังภาคการท่องเที่ยวหลังจากภาพยนตร์ได้ฉายทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย Turn over สูง อยู่ยาก เม็ดเงินน้อย สวัสดิการ-ความปลอดภัยต่ำ

[caption id="attachment_138066" align="aligncenter" width="1024"]

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Chalermchatri Yukol[/caption]

หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล ผู้ผลิตภาพยนตร์ - ซีรีส์และค่ายภาพยนตร์ แชร์มุมมองที่น่าสนใจเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมคอนเทนต์ของไทยมีการเติบโตมาโดยตลอด แต่ยังมีข้อจำกัดคือจำนวนหรือปริมาณของภาพยนตร์ที่น้อยทำให้มีข้อจำกัดของกลุ่มตลาดด้วย

“ภาพยนตร์ 1 เรื่องจะใช้เม็ดเงินลงทุนราวๆ 15-30 กว่าล้านบาทแต่ละปีไทยผลิตภาพยนตร์ประมาณ 60 เรื่องต่อปี ละครและซีรีส์เกือบ 200 เรื่องต่อปีใช้งบลงทุนโดยเฉลี่ย 20-40 กว่าล้านบาท แต่ละเรื่องมีวิธีการหารายได้ที่แตกต่างกัน

จริงๆ แล้วในอุตสาหกรรมมีเม็ดเงินในตลาดจำนวนมาก แต่เม็ดเงินเหล่านั้นไม่ได้วิ่งเข้าถึงผู้สร้าง ผู้ผลิตเพราะไม่มีโครงสร้างที่จะผูกโยงตั้งแต่การสร้างโปรเจ็กต์ พัฒนาโปรเจ็กต์เข้ากับกลุ่มทุนและเงินทุน ต่อยอดไปถึงเทศกาลต่างประเทศหรือดึงทุนต่างชาติเข้ามาในเมืองไทย”

หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี กล่าวต่อไปว่าโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทยคือการขาดแคลนบุคลากรไม่ว่าจะเป็น Continue ผู้ช่วยผู้กำกับ ทีมอาร์ต (คอสตูม ฉาก สี งานสร้าง โปรดักชั่น ดีไซน์ ฯลฯ) แม้ว่าจะมีสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนสาขาวิชาภาพยนตร์แต่หลังจากเข้ามาทำงานมีอัตราTurn over สูงมากในระยะ 5 ปีแรก เพราะอยู่ยาก เม็ดเงินน้อย สวัสดิการต่ำ ความปลอดภัยต่ำ

“ดังนั้นต้องสร้างมาตรฐานความปลอดภัยกองถ่ายขึ้นมาเพื่อทำให้คุณภาพชีวิตคนกองดีขึ้น รัฐบาลจะต้องเข้ามาช่วยตั้งแต่เปลี่ยนกฎหมายเพื่อสร้างมาตรฐานวิชาชีพให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพของต่างชาติ สร้างคุณวุฒิวิชาชีพลำดับขั้นที่ถูกต้อง สร้าง Format ต่างๆ ที่ทำงานเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้น การทำ Training สร้างองค์ความรู้ สร้างฐานข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย จัดเก็บหนังดีๆจากโครงการต่าง ๆ ไว้ใน Back list เพื่อสามารถนำไปขายได้ในวันข้างหน้าบทดี ๆ เรื่องดี ๆ อยู่ในลิสต์ที่น่าทำแต่ยังไม่มีใครลงทุน

รวมไปถึงงบประมาณในการสนับสนุนการผลิต หรือ Co Production funding เปิดทางร่วมลงทุนกับหน่วยงานภาครัฐต่างชาติทั้งสิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลี ฝรั่งเศสหรืออื่น ๆ รวมถึงการสนับสนุนการส่งภาพยนตร์ไปขายในเทศกาลหนังต่างๆ หรือขยายพื้นที่การขายให้มากขึ้น”

หนังไทยแทงสวนขายดีในต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทยได้รับการตอบรับที่ดีมากจากนานาชาติ ตั้งแต่ปลายปี2566 จนถึงปัจจุบันภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องมียอดขายถล่มทลายในการออกงานในเทศกาลภาพยนตร์ในต่างประเทศหลาย ๆ งาน และภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องได้รับการซื้อไปจัดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา รวมถึง สัปเหร่อ ที่ได้ฉายในเทศกาล Osaka Asian Film Festival ทำให้ได้รับการซื้อไปฉายในประเทศญี่ปุ่น

“ทุก ๆ ที่ที่เราไปเหยียบได้ผลตอบรับที่ดีเสมอ ตอนนี้เรามีภาพยนตร์เรื่อง "อรุณกาล" ที่กำลังทัวร์เทศกาลหนังไปไม่ต่ำกว่า 10 ประเทศและได้ฉายในเทศกาลหนังระดับโลกซึ่งเป็นเทศกาลใหญ่ทั้งหมด

ภาพยนตร์ไทยเป็นที่รู้จักในไทยน้อยกว่าเป็นที่รู้จักในต่างประเทศด้วยซ้ำ เพราะนายทุนไม่เสพความหลากหลายจะทำแค่หนังผี ตลก รัก แต่หนังที่ทำรายได้หลัก “ร้อยล้านบาท” ตอนนี้แต่ละเรื่องมีความแตกต่างกันมาก ๆ จะเห็นว่าหนังที่เล่นเกมเดิมไม่ค่อยทำรายได้ แต่หนังที่เล่นเกมใหม่มีโอกาสทำรายได้สูงกว่ามาก ๆ

ซึ่งตอนนี้นายทุนเริ่มมองเห็นโอกาสและเดินเกมใหม่ ๆ เพราะเราไม่ได้อยู่ในเกมที่สู้แค่ตลาดในประเทศไทยแล้ว แต่สู้กับหนัง สู้กับซีรีส์ทั่วโลก ตอนนี้งานของเราไปแข่งในงานประกวดซีรีส์ระดับโลกได้ทุกงานแล้ว ส่วนภาพยนตร์ตอนนี้เราพยายามดันให้ไปถึงออสการ์ให้ได้สักวันหนึ่ง

แต่มุมหนึ่งภาพยนตร์ไทยถือเป็น Popular Content ในต่างประเทศ ข้อจำกัดคือยังมีจำนวนน้อยและเจาะตลาดได้ไม่ค่อยเก่ง แต่ตอนนี้เราก็เติบโตระดับหลายพันล้านและส่งออกไปเมืองนอกได้แล้ว”

Boy Love - Girl Love ครองตลาดญี่ปุ่น DITP ปักเป้าขายหนัง-ซีรีส์ “พันล้าน”

[caption id="attachment_138068" align="aligncenter" width="1000"]

นางสาวยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานกรรมการ บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด[/caption]

ด้าน นางสาวยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานกรรมการ บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด เปิดเผยว่าในอดีตประเทศไทยพยายามผลักจะดัน T Pop เข้าไปในประเทศญี่ปุ่นและค่อนข้างได้รับความนิยม ศิลปินเริ่มมีฐานแฟนคลับหลักร้อยคนก่อนจะแผ่วลงในช่วงโควิด ในทางกลับกันชาวญี่ปุ่นหันมาเสพซีรีส์ Y หรือ Boy Love แทน

ส่งผลให้ปัจจุบันซีรีส์ Boy Love - Girl Love ของไทยได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่นอย่างมาก มีการจัดแฟนมีตติ้งโดยมีแฟนคลับชาวญี่ปุ่นเข้าร่วมหลักพันคนหลังจากช่วงโควิด และปัจจุบันสเกลใหญ่ขึ้นในการจัดแฟนมีตติ้งแต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วมงานหลักหมื่นคนในประเทศญี่ปุ่นซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย

“ตอนนี้ในประเทศญี่ปุ่นเรามีฐานแฟนคลับ Boy Love จำนวนมาก มีคนมารับศิลปินที่สนามบินคึกคัก ข้อดีของคนญี่ปุ่นคือ มีภักดี เมื่อชื่นชอบหรือรักศิลปินคนไหนจะให้การซัพพอร์ตอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาแกรมมี่เข้าไปจัดงานแฟนมีตติ้งในญี่ปุ่นสามารถบัตรเข้างานสูงสุดถึงใบละ 50,000 เยนหรือราว ๆ 10,000 บาท ซึ่งทางผู้จัดงานมีเบเนฟิตเสริมให้เช่นได้จับมือ ได้ถ่ายรูป One Shot หรือ Two shot”

ขณะเดียวกันคนญี่ปุ่นให้ความสนใจท่องเที่ยวในประเทศไทยตามรอยซีรีส์ Boy Love- Girl Love ของไทยมากขึ้น ก่อนหน้านี้ จี-ยู ได้เข้าไปจัดแฟนมิตติ้ง Boy Love ในประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างเยอะ นอกจากนี้ยังมีการจัด Business matching ของ Boy Love และ Girl Love ให้กับนักลงทุนญี่ปุ่น โดยนำ15 บริษัทคอนเทนต์ไทยทั้งช่อง 3,ช่อง 7, GMM TV ไปโชว์ของที่ญี่ปุ่น ขณะเดียวกันก็เชิญบริษัทญี่ปุ่นกว่า 100 บริษัทให้มาซื้อซีรีส์ไทยไปออนแอร์ในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

“นอกจากเอกชนฝั่งของรัฐบาลเองก็มีพยายามส่งเสริม Series Boy Love - Girl Love เพราะโลกปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้วจากเมื่อก่อน DITP กรมส่งเสริมการส่งออกเน้นส่งออกผลไม้ แต่ตอนนี้เริ่มที่จะส่งออก Content Boy Love- Girl Love จัดแฟนมิตติ้งในต่างประเทศ ขณะที่สํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียวได้จัด Business Matching Boy Love ช่วยกระตุ้นตลาด

ปี 2566 DITP สามารถปิดยอดขายซีรีส์ Boy Love - Girl Love ราว ๆ 500 ล้านบาทจาก 10 บริษัท แต่ปีนี้ DITP ตั้งเป้าปิดยอดขายจากการจัด Business matching จากผู้ประกอบการไทย 15 บริษัท “พันล้าน” โดยหลัก ๆ จะเป็นการหา Partner เพื่อทำหนัง ทำซีรีส์ร่วมกัน ซึ่งน่าจะเป็นไปได้เพราะเราหนังพร้อมขายอยู่แล้ว”

ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่าแม้ว่าซีรีส์ Boy Love - Girl Love ไทยจะได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ยังมีคู่แข่งจากไต้หวันและจีน เข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดไป แต่อย่างไรก็ตามซีรีส์ไทย ศิลปินยังมีความได้เปรียบจากจริตความออดอ้อน ความมี Service Mind และความน่ารักแบบคนไทยเป็นแต้มต่อ”

โดย กองบรรณาธิการ การเงินธนาคาร

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...