โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตำรวจไซเบอร์ รวบคู่หูมือแฮกเพจดังภาคใต้ ยึดได้ขายต่อ พร้อมขู่แบล็กเมล์ เตือนประชาชนระวังภัย

สวพ.FM91

อัพเดต 18 ธ.ค. 2567 เวลา 22.25 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2567 เวลา 09.27 น.

ตำรวจไซเบอร์ รวบคู่หูมือแฮกเพจดังภาคใต้ ยึดได้ขายต่อ พร้อมขู่แบล็กเมล เตือนประชาชนระวังภัย

วันนี้ (18ธ.ค.67) เวลา 14.30 น. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สอท.5 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว “รวบคู่หูมือแฮกเพจดังภาคใต้ ยึดได้ขายต่อ พร้อมขู่แบล็กเมล เตือนประชาชนระวังภัย”

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.67 ได้มีผู้เสียหายอายุ 52 ปี มีอาชีพเสริมเป็นเจ้าของค่ายเพลง และเป็นเจ้าของบัญชีแฟนเพจต่างๆ ที่ใช้ในการโปรโมตศิลปินและผลงานเพลงในค่าย โดยได้ทำงานสร้างเนื้อหามากว่า 7 ปี แจ้งกับตำรวจไซเบอร์ว่า ได้รับการติดต่อในกล่องข้อความ(แชท)จากบัญชีซึ่งเป็นบัญชีอวตารและได้แอบอ้างว่า บัญชีเพจต่างๆ ของผู้เสียหายมีการถูกนำไปขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมกับส่งภาพที่แคปหน้าจอมาให้ดู ผู้เสียหายจึงเข้าใจว่า เพจของตนเองโดนแฮก ต่อมาคนร้ายจึงได้อาสาแนะนำการตั้งค่าบัญชีแฟนเพจให้ปลอดภัย ให้ผู้เสียหายทำตามขั้นตอนที่แนะนำ ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวที่คนร้ายให้ทำนั้น เป็นการตั้งค่าให้สิทธิ์คนร้ายเข้าถึงและควบคุมเพจของผู้เสียหายได้โดยไม่รู้ตัว และระหว่างการปรับตั้งค่าเพจ คนร้ายได้วิดีโอคอลตลอดเวลาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ โดยคนร้ายใช้เป็นกล้องหลังเพื่อปิดบังใบหน้า แต่คนร้ายเผลอเปิดกล้องหน้าประมาณ 1 ครั้ง ทำให้ผู้เสียหายจดจำรูปพรรณสัณฐานได้ ภายหลังผู้เสียหายเพิ่งพบว่าตนเองไม่สามารถเข้าถึงเพจของตนเองได้ จึงได้ลองติดต่อคนร้ายเพื่อขอเพจคืน กลุ่มคนร้ายแจ้งว่ายินยอมคืนเพจให้แต่ได้เรียกร้องเงินจำนวนหนึ่งเพื่อแลกกับการคืนเพจดังกล่าว ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปให้ส่วนหนึ่ง และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.สิชล ในเวลาต่อมา
กระทั่ง ตำรวจไซเบอร์พบข้อมูลว่า เพจของผู้เสียหายได้ถูกเปลี่ยนชื่อและถูกนำไปใช้ลงโฆษณาแปะลิงก์เว็บพนันออนไลน์ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออำนาจศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ2 ราย คือ นายกอ(นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ จ.653/2567 ลง 14 ธ.ค.67 โดยควบคุมตัวได้ที่บ้านพักใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และจับกุมนาย มิน (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ จ.645/2567 ลง 11 ธ.ค.67 โดยควบคุมตัวได้ที่บ้านพักใน จ.ปัตตานี พร้อมของกลางเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะพร้อมอุปกรณ์ จำนวน 3 รายการ และ โทรศัพท์มือถือที่ใช้สั่งการและทำธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 1 เครื่อง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง, เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สําหรับตน, ร่วมกันทําให้เสียหาย ทําลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ, กระทําด้วยประการใดๆ โดยมิชอบ เพื่อให้การทํางานของระบบและข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ หรือรบกวนจนไม่สามารถทํางานได้ตามปกติ และเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น”

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การว่า ได้ใช้บัญชีโซเชียลอวตารที่ นาย มิน สร้างขึ้นมาทักเข้าไปหาเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก โดยมี นายกอ ผู้ต้องหาอีกรายทำหน้าที่คัดเลือกเหยื่อและส่งช่องทางการ แฮ็กให้ผู้ต้องหา แล้วหลอกผู้เสียหายให้ตั้งค่าให้ตนได้สิทธิ์เป็นแอดมินเพจ เมื่อยึดเพจได้ก็จะตัดสิทธิ์เจ้าของเพจเดิมออก เมื่อยึดเพจได้แล้ว นายกฤตฯ ก็จะโอนเงินค่าตอบแทนให้นายคุณัชญ์ หรือ มิน โดยคิดอัตราค่าตอบแทนตามยอดผู้ติดตามของเพจนั้น ในราคา 3,000 บาทต่อ 1 แสนผู้ติดตาม แต่สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท โดยคนร้ายทั้ง 2 ราย ได้รู้จักกันผ่านการเล่นเกมส์ออนไลน์ และมีความสนิทกันมาประมาณ 2-3 ปี ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาสามารถทำรายได้ไปแล้วไม่ต่ำกว่าล้านบาท
จากการตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของนายกอ พบว่ามีเพจชื่อดังจำนวนกว่า 100 บัญชี ที่ถูกยึดมาโดยวิธีการดังกล่าว และนำไปซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนในตลาดมืดอีกทอดหนึ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...