โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รื้อแผน PDP 2024 ลดค่าไฟ พยากรณ์สูงเกินจริง-สำรองไฟพุ่ง 49%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ธ.ค. 2567 เวลา 04.14 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2567 เวลา 04.14 น.

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของ แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 หรือ แผน PDP 2024 ปัจจุบันยังอยู่ในสถานะ “ร่าง” จากความเห็นต่างของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการทำประชาพิจารณ์ครั้งที่ผ่านมา (เดือนมิถุนายน 2567) กลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความมั่นคง (ERS) ได้ตั้งข้อสังเกต 3 ประการต่อผู้จัดทำร่าง PDP 2024

โดยแสดงความกังวลถึงการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในอีก 14 ปีข้างหน้าของประเทศ “สูงเกินความเป็นจริง” ซึ่งจะส่งผลให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้า “ล้นเกิน” ความต้องการใช้จากการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ มากเกินความจำเป็นและจะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าที่จะปรับสูงเพิ่มขึ้น

ผงะสำรองไฟพุ่ง 49%

กลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความมั่นคง (ERS) เห็นว่า ตัวเลขพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในอีก 14 ปีข้างหน้า ในร่าง PDP 2024 สูงมากเกินควร ไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ที่สำคัญก็คือ ผู้จัดทำแผน PDP มีการประเมินการผลิตไฟฟ้านอกระบบ (Independent Power Suppliers หรือ IPS) ประเภทแผงโซลาร์เซลล์ (Solar PV) การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใช้เอง โดยประเมินต่ำเกินไปและใช้ข้อมูลที่ไม่ทันสมัย ประกอบกับในอนาคตคาดว่า จะมีการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ระหว่างเอกชนกับเอกชนกันมากขึ้น ส่งผลให้การใช้ไฟฟ้าในระบบ “น้อยลง” กว่าค่าพยากรณ์

“จากข้อมูลที่เราติดตามเรื่องของกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองในระบบของ กฟผ. เปรียบเทียบกับประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ พบว่ามันไม่น่าจะเกิน 25% บางประเทศมีสำรองแค่ 15% แต่ของไทยตอนนี้ปาเข้าไปถึง 49% ซึ่งมันสูงเกินจริง จึงอยากขอร้องรัฐบาลไม่ควรเพิ่มกำลังสำรองไฟฟ้าเข้ามาอีก มันไม่มีเหตุผลที่สำรองจะต้องสูงขนาดนั้น ในเมื่อทุกประเทศในอาเซียนก็มีความเสี่ยงเท่า ๆ กับไทย แล้วสำรอง 49% ทำไปทำไม

ตอนนี้มันกลายเป็นคำถามตัวใหญ่ ๆ เพราะยิ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองมากเกินไปก็จะยิ่งทำให้มีต้นทุนค่าไฟที่แพงขึ้น พอค่าไฟแพงก็ให้ กฟผ.ไปรับภาระเป็น 100,000 ล้านบาท (เพื่อไม่ให้ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าตามต้นทุน) ซึ่งตัวเลขแสนล้านนั้นจริง ๆ แล้วก็คือเงินของประชาชนที่จะต้องไปจ่ายเค้าในอนาคต” คุณหญิงทองทิพ รัตนะรัต กล่าว

ส่วนกำลังสำรองไฟฟ้าที่สูงเกินจริงถึง 49% มาจากความผิดพลาดในการพยากรณ์แผน PDP ในอดีตหรือไม่นั้น คุณหญิงทองทิพกล่าวว่า “ก็อาจเป็นไปได้” อย่างที่กล่าวในตอนแรกว่า “เราพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเกินไป โดยไม่ได้เอาปัจจัยอื่น ๆ เช่น Solar Rooftop เหล่านี้เข้ามาคำนวณ ทำให้ค่าพยากรณ์ทั้งที่ผ่านมาและในปัจจุบันสูงมาก ทำให้เกิดความเสียหาย ตัวเลข กฟผ.ที่รับภาระค่าไฟเป็น 100,000 ล้านบาท ไม่ใช่เงินน้อย ๆ แล้วใครจ่ายดอกเบี้ย ?”

ประชุม

ด้าน นายคุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงปลายแผน PDP 2024 (ภาพรวมกำลังผลิต ณ ปี 2580) จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวมทั้งหมดถึง 112,391 เมกะวัตต์ (MW) หรือ “มากกว่า 2 เท่าจากกำลังผลิตปัจจุบัน” ที่กำลังผลิตถูกพยากรณ์ว่า จะเพิ่มมากขึ้นถึงระดับนี้เป็นเพราะ มีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และลมเพิ่มเข้ามาในระบบมากขึ้น ในสัดส่วนของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน แต่โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน “มันไม่เสถียร”

ดังนั้นก็จะต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเข้ามาเป็น Back up ไว้ โดยโรงไฟฟ้าเหล่านี้มีการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว Power Purchase Agreement : PPA กับ กฟผ. มี ค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment หรือ AP) ไปเรื่อย ๆ (ไม่ว่าโรงไฟฟ้านั้น ๆ จะเดินเครื่องหรือไม่ก็ตาม ภายใต้หลักการ ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย (Take or Pay)

“เราก็เลยเป็นห่วงว่า กำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง 49% ที่ผ่านมา วางแผนผิดพลาดไปรึเปล่า ปัจจุบันมีการใช้ไฟฟ้าในระบบน้อยลง เพราะมีการผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้นอย่างในนิคมอุตสาหกรรม ส่วนโซลาร์เซลล์ของ กฟภ. ซึ่งไม่ได้อยู่ในระบบ คิดว่ามีกำลังผลิตไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 3,000 MW จึงเป็นที่มาว่า ทำไมปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) จึงเปลี่ยนจากกลางวันมาเป็นกลางคืน

ตอนที่วางแผนจะสร้างโรงไฟฟ้าไม่ได้คำนึงถึงตรงนี้ ประกอบกับเศรษฐกิจไทยก็ไม่ได้โตแบบที่พยากรณ์ไว้จากสถานการณ์ COVID ด้วย และที่สำคัญก็คือ ในช่วงกลางแผน PDP ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน กลับมีโครงการผลิตไฟฟ้าใหม่ ๆ โผล่ขึ้นมา โดยที่ไม่ได้อยู่ในแผนมาก่อนตามนโยบายพิเศษของรัฐบาล เหล่านี้ทำให้กำลังสำรองไฟฟ้ามันสูงถึง 49%” นายคุรุจิตกล่าว

ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกจริง ๆ ใน ร่างแผน PDP 2024 ก็คือ “ต้องพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่หมด” ไม่ใช่ 112,391 MW แบบนี้ แล้วโรงไฟฟ้าที่จะต้องสร้างใหม่ (เพื่อ Back up โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน) บางส่วนไม่ต้องใช้เงื่อนไขการทำสัญญา PPA ได้หรือไม่ แต่ให้ใช้ระบบที่มีการแข่งขันกันเสนอขายไฟฟ้าเพราะ ถ้าใช้ระบบสัญญา PPA ก็จะต้องมีค่าความพร้อมจ่าย (AP) ที่เป็นปัญหาส่วนหนึ่งทำให้ค่าไฟฟ้าแพงอยู่ในขณะนี้ขึ้นมาอีก

ประมูลราคาไฟฟ้าเสนอขาย

นอกจากข้อเสนอให้คำนวณค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่แล้ว กลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความมั่นคง (ERS) ยังเห็นว่า รัฐบาลควรส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและไฟฟ้านั้นต้องมีความเสถียร (Renewables with Reliability) เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงาน ด้วยการส่งเสริมโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) กับพลังงานลม (Wind Farm) ที่ต้องมีระบบพ่วงการติดตั้งแบตเตอรี่ หรือระบบจัดเก็บพลังงาน (Energy Storage) เข้าไปด้วย เพื่อให้การผลิตและจ่ายไฟฟ้าได้อย่างสม่ำเสมอ (Firm)

ซึ่งในประเด็นนี้ ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ 1 ในนักวิชาการชำนาญการของกลุ่ม ERS ได้ทำการศึกษาแล้วว่า มีต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 1.80 บาท/หน่วย จากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นของระบบแบตเตอรี่ทำให้มีแนวโน้มถูกลง

นอกจากนี้ กลุ่ม ERS ยังเสนอให้มี 1) การนำระบบการประมูลแข่งขันด้าน “ราคาไฟฟ้าเสนอขาย” โดยมีเพดานที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ ค่าไฟฟ้าที่ถูกลง โดยควรจะนำระบบประมูลขายไฟฟ้ามาใช้กับโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ มีการประกาศหลักเกณฑ์ในการแข่งขันล่วงหน้าเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและขยายการประมูลราคาไฟฟ้าเสนอขายไปยัง โครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังน้ำในต่างประเทศด้วย (สปป.ลาว)

2) ระบบจัดเก็บภาษีคาร์บอนและระบบการซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading System หรือ ETS) มาใช้ในภาคการผลิตไฟฟ้าในการคัดเลือกโครงการผลิตไฟฟ้าในอนาคต แทนที่จะพิจารณาจากต้นทุนทางการเงินเพียงอย่างเดียว

3) การส่งเสริมโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวล พลังงานจากขยะและก๊าซชีวภาพให้เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากโรงไฟฟ้าในกลุ่มนี้เข้ามาอยู่ในระบบโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน “น้อยกว่า” ในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (RE) ในช่วงปลายร่างแผน PDP 2024 หรือประมาณปี 2580 อยู่ที่ประมาณ 51% สิ่งที่ไทยไปเสนอไว้กับ UNFCCC กำหนดสัดส่วนไว้สูงถึง 68% ในปี 2583 จึงควรเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น

4) การส่งเสริมโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำ (Floating Solar Farm) ในพื้นที่เขื่อนของรัฐและนิคมอุตสาหกรรมให้มากขึ้น และ 5) กำหนดมาตรการทางการเงินเพื่อสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) สำหรับภาคครัวเรือนและ SMEs

ไฟฟ้า

เปิดเสรีสายส่งการไฟฟ้า

ต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างกิจการไฟฟ้าในประเทศให้มีการแข่งขันเสรีด้านราคาและคุณภาพบริการ ด้วยการให้ “ผู้ผลิตไฟฟ้า” สามารถขายไฟฟ้าตรงให้กับ “ผู้ใช้ไฟฟ้า” โดยใช้บริการสายส่งและสายจำหน่ายของการไฟฟ้า (Third Party Access หรือ TPA) มีการคิดค่าบริการผ่านสายส่ง/จำหน่าย (Wheeling Charges) ที่เป็นธรรม ซึ่งในภาวะที่กำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง (Contracted Capacity) ในปัจจุบันอยู่ในระดับสูงถึง 51,000 MW เมื่อเทียบกับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) ในระบบที่ประมาณ 36,000 MW ดังนั้น ค่าไฟฟ้าควรที่จะต้องลดลงตาม Demand-Supply หากกิจการไฟฟ้าของประเทศมีการแข่งขันอย่างเสรี

“จำเป็นต้องแยกระบบสายส่งไฟฟ้าและศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า (System Operator) ให้เป็นอิสระจากการผลิตไฟฟ้าและมีกลไกในการสร้างความสมดุลในระบบไฟฟ้า โดยกำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าใหม่ที่จะเข้าระบบไม่ต้องอยู่ในลักษณะของสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) แบบที่ใช้ในปัจจุบันในโครงการกิจการไฟฟ้าเสรีที่เป็น Contestable Market ทำให้ทั้ง กฟผ. และภาคเอกชนสามารถลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าได้อย่างอิสระ โดยความเสี่ยงจะอยู่ที่ผู้ผลิตไฟฟ้ารายนั้น ๆ ที่จะต้องแข่งขันกันในอัตราค่าบริการให้ ศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า เป็นผู้เลือกผู้ผลิตที่เสนอราคาขาย (Bid Tariff) เข้ามาต่ำสุดในแต่ละช่วงเวลา” นายคุรุจิตกล่าว

ทั้งหมดนี้เป็นข้อเสนอจาก กลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน (ERS) ให้ กระทรวงพลังงานและผู้เกี่ยวข้อง ได้พิจารณาเพื่อทำการแก้ไขปรับปรุง ร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2024) ฉบับใหม่ ก่อนที่จะมีการประกาศเพื่อใช้ดำเนินการใน 14 ปีข้างหน้านี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รื้อแผน PDP 2024 ลดค่าไฟ พยากรณ์สูงเกินจริง-สำรองไฟพุ่ง 49%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...