ผัวรับตีเมียสาหัสจริง เพราะไม่ทำงานบ้านซ้ำระรานจนเสียงาน
หนุ่มบ้านโป่งรับตีเมียจริง ชนวนเหตุจากอยู่กันมา 9 ปี เมียไม่ทำงานบ้าน ตัวเองเหนื่อยจากงานนอกบ้านแล้วยังต้องกลับมาทำงานบ้านเองอีก ซ้ำยังระรานจนงานที่เคยเมีต้องเสียหาย แต่ไม่ได้คิดจะทำร้ายให้เจ็บขนาดนั้น เตรียมเข้ากรุงเทพขอโทษและขอคืนดีกับเมียต่อไป
.
วันที่ 10 มี.ค. 66 จากกรณีที่มีข่าวว่ามูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ได้ให้การช่วยเหลือ น.ส.หนึ่ง(นามสมมติ) อายุ 28 ปี ที่ถูกสามีติดยาเอามีดฟันแขนและแผ่นหลัง รวมทั้งยังใช้ไม้ตีแขนจนกระดูกแตก และเอาน้ำร้อนราดใบหน้า ทำให้มีแผลตามตัว อีกทั้งยังกักขังให้อยู่แต่ในกระต๊อบแห่งหนึ่งใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
.
ผู้สื่อข่าวได้ติดตามไปจนพบตัวนายเอก(นามสมมติ) สามีของ น.ส.หนึ่ง โดยนายเอกยอมรับว่าได้ทำร้ายภรรยาจริง แต่ที่ทำไปนั้นตนมีสาเหตุ โดยนายเอกเล่าว่ารู้จักกับ น.ส.หนึ่งผ่านทางเฟซบุ๊ก คบกันไม่นานฝ่ายหญิงก็ย้ายมาอยู่กับตนและลูกติดของตน โดยจนถึงปัจจุบันอยู่กินกันมานาน 9 ปีแล้ว
.
ในช่วงแรกตนทำอาชีพเพาะเลี้ยงไก่ชน ซึ่งมีรายได้ดีมาก เลี้ยงดูภรรยาและลูกได้อย่างสบาย เงินที่ได้มาก็ให้กับภรรยาทั้งหมด แต่มาวันหนึ่งมีปากเสียงกันเรื่องที่ตนไม่ได้ส่งเงินให้แม่ยายใช้ และเรื่องที่ภรรยาไม่ยอมทำงานบ้าน ในตอนนั้นตนได้ออกปากตำหนิว่าแม่ของภรรยาไม่ได้สั่งสอนภรรยาให้ทำงานบ้าน ภรรยาโกรธมากจนแอบไปบล็อกเฟซบุ๊กที่ตนใช้ขายไก่ชน จนลูกค้าหายหมด ทำให้ขาดรายได้ เงินเก็บและทรัพย์สินที่มีก็ร่อยหรอลงจนหมดตัว
.
ตนต้องยอมเหนื่อยออกทำงานสารพัด ทั้งเลี้ยงไก่ชน หาปลา รับจ้าง และเก็บของเก่า ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ตนก็ยังไม่เข้าใจว่า ภรรยาจะทำแบบนี้กับตนไปทำไม เพราะถ้าตนไม่มีรายได้ ภรรยาก็จะลำบากไปด้วย
.
จากปัญหาหลายอย่างที่สะสมมานาน จึงทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยครั้งขึ้น แต่ทุกครั้งหลังจากที่ทะเลาะ ตนก็จะลูบหัวขอโทษ พร้อมกับขอให้ภรรยาปรับเปลี่ยนนิสัย ไม่ใช่ปล่อยให้ตนหาเงิน แล้วยังต้องกลับมาทำงานบ้านอีก
.
สำหรับเหตุการณ์ที่ตนลงมือทำร้ายภรรยา ตนยอมรับผิด แต่ยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายเขาหนักขนาดนี้ แต่เพราะด้วยอารมณ์โกธรและน้อยใจภรรยาจึงบันดาลโทสะ ส่วนเรื่องน้ำร้อนสาดหน้าและร่างกาย ตนไม่ได้ทำ มันเป็นอุบัติเหตุ ในห้องครัววันนั้นตนได้ถีบภรรยาจนล้ม แขนภรรยาได้ไปถูกหม้อต้มน้ำร้อนที่อยู่บนเตาแก๊สปิกนิก ทำให้น้ำร้อนหกราดใส่ตัวและใบหน้า
.
หลังจากที่ภรรยาหนีออกจากบ้านไป ตนรู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก ได้ไปแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.บ้านโป่ง และสุดท้ายก็มาทราบว่าภรรยาได้เข้าไปอยู่ในความดูแลของมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ตนตั้งใจว่าจะเดินทางไปกรุงเทพเพื่อไปตามหาภรรยา เพื่อไปขอโทษ ขอคืนดี และเฝ้าดูแลอาการบาดเจ็บของภรรยา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เจอกับภรรยาหรือไม่