Apple ยกระดับ Mac สู่ยุค AI เปิดตัว Mac mini และ Mac Studio รุ่นใหม่
Apple เปิดตัว Mac mini และ Mac Studio รุ่นใหม่ ยกระดับการประมวลผล AI บนอุปกรณ์ด้วยชิป M6, M5 Pro, M5 Max และ M5 Ultra รองรับตั้งแต่การรันโมเดล AI ไปจนถึงงานระดับมืออาชีพ
27 ส.ค. 2569 -Apple เปิดตัว Mac mini และ Mac Studio รุ่นใหม่ โดย Mac mini มาพร้อมชิป M6 และ M5 Pro ส่วน Mac Studio เลือกใช้ชิป M5 Max และ M5 Ultra ขยับขีดความสามารถตั้งแต่การใช้งานทั่วไป ไปจนถึงงานด้าน AI การพัฒนาโมเดล การประมวลผลข้อมูล และเวิร์กโฟลว์ระดับมืออาชีพที่ต้องการพลังประมวลผลสูง
การอัปเกรดครั้งนี้มีจุดร่วมสำคัญอยู่ที่การเพิ่มขีดความสามารถด้าน AI ให้กับฮาร์ดแวร์โดยตรง โดย Apple นำ Neural Accelerators เข้ามาผสานกับ GPU ของชิปใหม่ เพื่อเร่งการประมวลผล AI
ขณะเดียวกันหน่วยความจำแบบรวมที่มีแบนด์วิดท์สูงขึ้น ทำให้ Mac รุ่นใหม่สามารถรองรับการทำงานกับโมเดล AI ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นบนอุปกรณ์ได้โดยตรง ทำให้ Mac รุ่นใหม่สามารถรองรับการทำงานกับโมเดล AI ขนาดใหญ่บนอุปกรณ์ได้โดยตรง
Mac mini มาพร้อมชิป M6 และ M5 Pro
รองรับการใช้งาน AI เร็วขึ้น 4 เท่า
สำหรับ Mac mini รุ่นใหม่ ชิป M6 เป็นการยกระดับประสิทธิภาพครั้งสำคัญในเดสก์ท็อปขนาดกะทัดรัด โดย Apple ระบุว่าประสิทธิภาพด้าน AI เร็วขึ้นสูงสุด 4 เท่า กราฟิกและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า และ CPU เร็วขึ้นสูงสุด 40% เมื่อเทียบกับ Mac mini รุ่นก่อนหน้าที่ใช้ชิป M4
ภายในชิป M6 ประกอบด้วย CPU แบบ 12-core เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 2 คอร์ และ GPU แบบ 12-core ซึ่งเพิ่มขึ้นอีก 2 คอร์เช่นกัน โดย GPU แต่ละคอร์มาพร้อม Neural Accelerators เป็นครั้งแรกบน Mac mini ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้าน AI สูงสุด 4 เท่า และกราฟิกสูงสุด 2 เท่า นอกจากนี้ยังมี Neural Engine แบบ 16-core ที่ Apple ระบุว่ามีประสิทธิภาพเร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
ด้านหน่วยความจำ Mac mini M6 เริ่มต้นที่ 16GB และปรับแต่งได้สูงสุด 32GB พร้อมแบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงสุด 170GB/s ทำให้รองรับการทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้ดีขึ้น
ขณะที่การใช้งานจริง Apple ระบุว่าการประมวลผลพร้อมท์ LLM ใน LM Studio เร็วขึ้นสูงสุด 13.5 เท่าเมื่อเทียบกับ Mac mini ที่ใช้ชิป M1 และเร็วขึ้นสูงสุด 4.8 เท่าเมื่อเทียบกับ M4
ส่วน Mac mini ที่ใช้ชิป M5 Pro ขยับขึ้นมาเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ใช้ระดับโปร โดยรองรับ CPU สูงสุด 18-core และ GPU สูงสุด 20-core พร้อม Neural Accelerators ใน GPU แต่ละคอร์ รองรับหน่วยความจำแบบรวมสูงสุด 64GB และแบนด์วิดท์หน่วยความจำ 307GB/s
ความสามารถดังกล่าวรองรับงานที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูง เช่น การพัฒนาแอป การเรนเดอร์วิดีโอ การจำลองทางวิทยาศาสตร์ การสร้างฉาก 3D และการทำงานกับโมเดล AI ขนาดใหญ่
Apple ระบุว่า Mac mini M5 Pro สามารถประมวลผลพร้อมท์ LLM ใน LM Studio ได้เร็วขึ้นสูงสุด 8.5 เท่า เมื่อเทียบกับ Mac mini M2 Pro และเร็วขึ้นสูงสุด 4 เท่าเมื่อเทียบกับ M4 Pro ขณะที่การเรนเดอร์ใน Blender เมื่อเปิดใช้เรย์เทรซซิ่งเร็วขึ้นสูงสุด 4.5 เท่าเมื่อเทียบกับ M2 Pro และเร็วขึ้นสูงสุด 1.4 เท่าเมื่อเทียบกับ M4 Pro
อีกประเด็นที่ Apple ให้ความสำคัญคือการเชื่อมต่อ Mac mini เข้ากับระบบอื่น โดยรุ่น M6 รองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ 2.5Gb Ethernet ซึ่งสามารถเลือกอัปเกรดเป็น 10Gb Ethernet ได้ ส่วน M6 มีพอร์ต Thunderbolt 4 จำนวน 3 พอร์ต และ M5 Pro ใช้ Thunderbolt 5 จำนวน 3 พอร์ต โดย Thunderbolt 5 ยังเปิดทางให้ผู้ใช้เชื่อมต่อ Mac mini หลายเครื่องเป็นคลัสเตอร์สำหรับการรันโมเดล AI ขนาดใหญ่บนอุปกรณ์
Mac Studio ชิป M5 Max และ M5 Ultra
รองรับการใช้งานระดับโปร
สำหรับ Mac Studio รุ่นใหม่ มาพร้อมชิป M5 Max และ M5 Ultra ซึ่ง Apple ระบุว่ามีประสิทธิภาพด้าน AI เร็วขึ้นสูงสุด 4.3 เท่า พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า กราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 1.8 เท่า และ CPU เร็วขึ้นสูงสุด 1.3 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
โดย Mac Studio M5 Max มาพร้อม CPU แบบ 18-core และ GPU สูงสุด 40-core โดย Neural Accelerators ถูกผสานไว้ใน GPU แต่ละคอร์ พร้อมหน่วยความจำแบบรวมสูงสุด 128GB และแบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงสุด 614GB/s ทำให้เหมาะกับงานด้าน AI การสร้างภาพและวิดีโอ การพัฒนาเกม งานกราฟิก 3D รวมถึงการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่
ในด้านประสิทธิภาพ Apple ระบุว่า Mac Studio M5 Max สามารถประมวลผล Prompt LLM ใน LM Studio เร็วขึ้นสูงสุด 10.7 เท่าเมื่อเทียบกับ M1 Max และเร็วขึ้นสูงสุด 3.9 เท่าเมื่อเทียบกับ M4 Max ขณะที่การสร้างภาพจากข้อความเร็วขึ้นสูงสุด 7.4 เท่าเมื่อเทียบกับ M1 Max และสูงสุด 3.5 เท่าเมื่อเทียบกับ M4 Max
สำหรับรุ่นสูงสุด Mac Studio M5 Ultra มาพร้อม CPU สูงสุด 36-core และ GPU 80-core ซึ่งเป็น GPU แบบ Apple Silicon ที่ทรงพลังที่สุดที่ Apple เคยมีมา และเป็นครั้งแรกที่ชิป Ultra มี Neural Accelerators ใน GPU แต่ละคอร์ ส่งผลให้ประสิทธิภาพด้าน AI สูงกว่าชิป M3 Ultra สูงสุด 4.3 เท่า
M5 Ultra ยังรองรับหน่วยความจำแบบรวมสูงสุด 512GB และแบนด์วิดท์สูงถึง 1.2TB/s ซึ่ง Apple ระบุว่าสามารถรองรับการรัน LLM ขนาดใหญ่มากบนอุปกรณ์ได้ทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลออกไปประมวลผลบนระบบคลาวด์ในรูปแบบการใช้งานดังกล่าว ขณะเดียวกันยังรองรับงานอย่างการเทรนโมเดล AI การประมวลผลชุดข้อมูลขนาดใหญ่ การเรนเดอร์ 3D และการตัดต่อวิดีโอระดับ 8K
จุดที่น่าสนใจของ Mac Studio คือการเปลี่ยนจาก “เครื่องเดียว” ไปสู่การทำงานแบบ “คลัสเตอร์” ผ่าน Thunderbolt 5 และเทคโนโลยี RDMA ทำให้สามารถนำ Mac Studio หลายเครื่องมาใช้พื้นที่หน่วยความจำร่วมกันเพื่อเพิ่มพลังการประมวลผล AI โดย Apple ระบุว่าคลัสเตอร์ที่ประกอบด้วย Mac Studio 4 เครื่องสามารถให้ประสิทธิภาพ AI Inference เร็วขึ้นสูงสุด 3 เท่าเมื่อเทียบกับการทำงานบนเครื่องเดียว
นอกจากฮาร์ดแวร์แล้ว Apple ยังวาง macOS 27 เป็นอีกส่วนหนึ่งของระบบนิเวศสำหรับการทำงานด้าน AI โดย macOS Core AI เป็นเฟรมเวิร์กสำหรับการสร้าง รัน และแจกจ่ายโมเดล AI บน Apple Silicon
ขณะที่ MLX ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กโอเพนซอร์สที่ปรับแต่งมาสำหรับ Apple Silicon ช่วยให้นักพัฒนาสามารถรัน ฝึก และปรับแต่งโมเดลบน Mac ได้ โดยเมื่อนำมาทำงานร่วมกับ Xcode และเครื่องมือ AI อื่นๆ ทำให้ Mac Studio รองรับกระบวนการพัฒนา AI ตั้งแต่การทดลองและฝึกโมเดลไปจนถึงการนำไปใช้งาน
การเปิดตัว Mac mini และ Mac Studio รุ่นใหม่จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มความเร็วให้กับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป แต่สะท้อนทิศทางของ Apple ที่ต้องการขยายบทบาทของ Mac จากอุปกรณ์สำหรับการทำงานทั่วไปไปสู่แพลตฟอร์มสำหรับการประมวลผล AI โดยตรง
ตั้งแต่การรัน LLM การสร้างคอนเทนต์ การพัฒนาโมเดล ไปจนถึงการสร้างระบบประมวลผลแบบคลัสเตอร์สำหรับงาน AI ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
สำหรับตลาดประเทศไทย Mac mini รุ่น M6 ราคาเริ่มต้น 32,900 บาท รุ่น M5 Pro เริ่มต้น 61,900 บาท ส่วน Mac Studio รุ่น M5 Max เริ่มต้น 89,900 บาท และรุ่น M5 Ultra เริ่มต้น 199,900 บาท โดยทั้งสองรุ่นจะวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้
อ้างอิง: www.apple.com