โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เอกนิติ” แจงสภาฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ป้องวิกฤตเศรษฐกิจ ยันโปร่งใส

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“เอกนิติ” ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เป็นเครื่องมือรับมือวิกฤตพลังงานและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เชื่อมั่นว่าหากใช้จ่ายเงินกู้อย่างคุ้มค่าและตรงตามวัตถุประสงค์ เมื่อวิกฤตการณ์ระลอกนี้สิ้นสุดลง ประเทศไทยจะกลับมาแข็งแกร่งและมีโครงสร้างพลังงานที่ดีกว่าเดิม

พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ป้องวิกฤตเศรษฐกิจ

เมื่อเวลา 09.35 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธาน ได้พิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท

โดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า การออก พ.ร.ก. ฉบับนี้เป็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง และย้ำว่าทุกฝ่ายต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงทุกข้อสงสัย เพื่อร่วมกันใช้โอกาสนี้พัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศไทย

นายเอกนิติ กล่าวว่า ตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ยืนยันชัดเจนว่าไทยกำลังเผชิญวิกฤตหลายระลอกจากภาวะน้ำมันแพง จนทำให้ดุลบัญชีสะพัดขาดดุลเกือบ 6 แสนล้านบาทในไตรมาสเดียว ซึ่งผลกระทบขยายตัวเป็นคลื่นวิกฤต เริ่มจากพลังงานแพง ลามสู่ค่าครองชีพและเงินเฟ้อที่พุ่งสูง จนกระทั่งกำลังซื้อของประชาชนลดลงอย่างเห็นได้ชัด และหากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข อนาคตอาจนำไปสู่ภาวะธุรกิจทยอยปิดตัวและการเลิกจ้างงานในที่สุด

รัฐบาลมองว่าไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานฟอสซิลจากตะวันออกกลางสูงมาก เมื่อเกิดความไม่สงบในต่างประเทศจึงได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รัฐบาลจึงต้องเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส โดยที่ผ่านมาแม้โครงการเยียวยาอย่างไทยช่วยไทยพลัส ที่รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% ร่วมกับการใช้ AI ช่วยพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ จะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพได้ แต่ก็เป็นเพียงมาตรการช่วยเหลือระยะสั้นเท่านั้น จึงจำเป็นต้องมีมาตรการเชิงโครงสร้างเข้ามาเสริม

เป้าหมายของ พ.ร.ก. ฉบับนี้

นายเอกนิติ อธิบายว่า ตั้งอยู่บน 3 หลักคิดสำคัญ คือ

1. การประคองประชาชนและเศรษฐกิจในปัจจุบัน

2. การใช้จังหวะนี้เร่งกระตุกให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดอย่างรวดเร็ว โดยเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนกับรัฐและซื้อขายไฟฟ้าได้โดยตรง

3. การดึงดูดการลงทุนพลังงานสะอาดจากต่างประเทศ เพื่อให้ประโยชน์ตกถึงคนไทยโดยตรง เช่น การส่งเสริมติดโซลาร์เซลล์ให้ประชาชนแปลงสภาพเป็นผู้ผลิตและขายไฟฟ้าคืนได้

ส่วนข้อห่วงใยเรื่องการจัดสรรงบประมาณ นายเอกนิติ ยืนยันว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้มีระเบียบกลางและเกณฑ์คัดกรองโครงการอย่างเข้มงวดโดยคณะกรรมการเฉพาะกิจ ซึ่งเน้นความโปร่งใส ความคุ้มค่า และความพร้อมของโครงการ หากไม่คุ้มค่าจะถูกตัดทิ้งทันที พร้อมทั้งจะมีการติดตามผลและรายงานให้ทั้งคณะรัฐมนตรีและประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

"เงินกู้ พ.ร.ก.นี้ จะไม่กู้นำมากองไว้ เราจะกู้ตามความจำเป็นและจ่ายจริงเท่านั้น" นายเอกนิติ ย้ำพร้อมอธิบายว่า กระทรวงการคลังมีการประเมินแบบจำลองหนี้สาธารณะและคำนึงถึงวินัยการเงินการคลังอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกก็เข้าใจและไม่ได้กังวลเรื่องหนี้สาธารณะชนเพดาน เนื่องจากมีการกำหนดกรอบการใช้วงเงินที่ชัดเจน ไม่ใช่การตีเช็คเปล่าแต่อย่างใด

นายเอกนิติกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางยังไม่มีท่าทีว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมี พ.ร.ก. ฉบับนี้เป็นเครื่องมือรับมือ และเชื่อมั่นว่าหากใช้จ่ายเงินกู้อย่างคุ้มค่าและตรงตามวัตถุประสงค์ เมื่อวิกฤตการณ์ระลอกนี้สิ้นสุดลง ประเทศไทยจะกลับมาแข็งแกร่งและมีโครงสร้างพลังงานที่ดีกว่าเดิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...